10 วิธีปลูกผักกินเองที่บ้าน พื้นที่ไม่มากแต่ปลูกผักได้เพียบ 

วิธีปลูกผักกินเองที่บ้าน สามารถปลูกได้แม้มีพื้นที่ในบ้านเพียงนิดเดียว ด้วยวิธีปลูกผักง่าย ๆ ที่บ้านที่ทุกคนสามารถทำตามได้ จะอยู่บ้าน คอนโด หรือหอพัก ก็เอาวิธีเหล่านี้ไปใช้ได้เลย 

สำหรับคนรักสุขภาพ ชอบกินผัก หรืออยากปลูกผักกินเองในบ้าน วันนี้กระปุกดอทคอมก็ขอเอาใจด้วยวิธีปลูกผักกินที่บ้านด้วยไอเดียสุดบรรเจิดกับการปลูกผักกินเองง่าย ๆ บนพื้นที่ไม่มาก จะอยู่บ้าน คอนโด หรือหอพักก็สามารถนำวิธีการปลูกผักง่าย ๆ เหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ได้ เพราะไม่จำเป็นต้องมีแปลงหรือสวนใหญ่ ๆ แค่มีที่ว่างเล็ก ๆ ก็สามารถปลูกผักกินเองที่บ้านได้แล้ว

1. กระถางเปลือกไข่เพาะกล้า

 ไอเดียสำหรับผู้ที่ชอบปลูกพืชผักด้วยการเพาะเมล็ด คราวนี้ไม่ต้องไปซื้อแผงเพาะต้นกล้าให้สิ้นเปลือง เพราะแค่มีแผงไข่และเปลือกไขในสภาพดีก็ใช้แทนกันได้เลย อีกทั้งเปลือกไข่ยังมีสารอาหารที่บำรุงต้นผักอีกด้วย

2. ปลูกผักในถาดไข่ไก่

อีกหนึ่งวิธีปลูกผักพื้นที่น้อย แถมยังช่วยลดขยะไปในตัว เริ่มจากใส่ดินลงไปในหลุมแต่ละช่อง จากนั้นนำเมล็ดผักมาวางแล้วกดลงไปให้จมดินเล็กน้อย แล้วพรมน้ำให้ชื้น ๆ แต่ไม่แฉะ และหมั่นดูแลอย่าให้ดินแห้ง ไม่นานก็จะได้ผักสดมากินแล้ว 

3. ปลูกผักในกระป๋อง

 ทั้งกระป๋องนม กระป๋องอาหาร หรือกระป๋องใส่ของต่าง ๆ สามารถนำมา DIY ให้เป็นกระถางปลูกผักน่ารัก ๆ ต่อได้นะคะ แค่เปิดฝากระป๋อง นำผักมาปลูก เจาะรูใต้กระป๋องสำหรับระบายน้ำ จากนั้นติดป้ายชื่อ ทาสีกระป๋อง จากนั้นนำไปแขวนเรียงบนผนังได้เลย

4. ปลูกผักในลิ้นชัก

 ไอเดียรียูสของเหลือใช้ในบ้าน แถมยังเป็นวิธีปลูกผักแนวตั้ง ที่ช่วยประหยัดพื้นที่ไปพร้อมกัน จะใช้ทั้งตู้หรือถอดลิ้นชัดมาวางซ้อนกันก็ได้ จากนั้นก็ใส่ดินลงไปก่อน แล้วค่อนำต้นกล้าผักหรือเมล็ดผักลงไปปลูก จากนั้นก็รดน้ำตามปกติ แต่ทั้งนี้ถ้าหากเป็นลิ้นชักไม้ ควรวางในที่ระบายอากาศได้ดี ไม่อับชื้นเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้ไม้เป็นราหรือกลายเป็นที่ซ่อนตัวของแมลงอันตรายนั่นเอง 

5. ปลูกผักในเมสัน จาร์

เมสัน จาร์หรือโหลแก้วเหลือใช้ จะนำไปทิ้งทำไม เอามาปลูกผักได้ประโยชน์มากกว่า กินพื้นที่น้อย แถมยังกลายเป็นแปลงปลูกผักเล็ก ๆ น่ารัก เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับบ้านของเรา อีกทั้งจะเด็ดกินเมื่อไรก็ได้ด้วย

6. ปลูกผักในขวดพลาสติก 

หลังจากที่ดื่มน้ำหมดแล้ว อย่าเพิ่งโดยนขวดทิ้ง เพราะสามารถนำมาใช้ปลูกผักได้เช่นกัน โดยตัดปากขวดหรือกรีดด้านข้างขวดเป็นช่องว่าง แล้วเจาะก้นขวดให้เป็นรูเล็ก ๆ 5-10 รู ไว้ระบายน้ำ จากนั้นก็นำดินกับผักที่ต้องการจะปลูกมาใส่ลงไป เพียงเท่านี้ก็จะได้แปลงปลูกผักเล็ก ๆ ที่ปลูกตรงไหนก็ของบ้านก็ได้แล้ว 

7. ปลูกผักในภาชนะเหลือใช้

  ของเหลือใช้ ที่ชำรุดแล้ว เช่น กาน้ำ แก้ว ถ้วย หรือจาน หากไม่รู้จะนำไปทำอะไรดี บอกเลยว่านำมาเปลี่ยนเป็นกระถางปลูกผักได้เหมือนกัน โดยเจาะก้นภาชนะให้เป็นรูป ความกว้างประมาณ 1 นิ้ว แล้วนำแผ่นพลาสติกรองก้นกระถางหรือกาบมะพร้าวมาวาง เพื่อป้องกันไม่ให้ดินไหลออกมาตอนรดน้ำ จากนั้นใส่ดินลงไปแล้วตามด้วยผักที่ต้องการจะปลูก แล้วกลบด้วยดินเพิ่มอีกเล็กน้อย รดน้ำให้ดินชุ่ม จากนั้นนำไปวางบริเวณที่มีแดดรำไร 

8. แปลงผักลังไม้ชิค ๆ

รู้ไหมว่าลังไม้มีประโยชน์มากกว่าเอาไว้เก็บของนะ เพราะยังสามารถกลายเป็นแปลงปลูกผักเล็ก ๆ ไว้ปลูกผักกินเองในบ้านได้ด้วย ที่สำคัญรูปลักษณ์ของมันยังดูดีมีสไตล์จนกลายเป็นของแต่งบ้านไปพร้อมกันได้อีกต่างหาก

9. แปลงผักไม้พาเลท

  เรียกได้ว่าเป็นไม้ที่มีราคาถูกและสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ถ้าจะปลูกผักแนวตั้งในพื้นที่เล็ก ๆ ให้นำโครงไม้พาเลทมา 1 โครง แล้วดึงแผ่นไม้ออกบางส่วน เพื่อทำให้เป็นช่อง ยกเว้นไม้คานด้านในที่ไม่ต้องดึงออก จับวางให้เป็นแนวตั้ง จากนั้นก็ตั้งกระถางปลูกผักได้ตามใจชอบเลย

10. กระถางจากแกลลอนเก่า

  ต่อให้ไม่มีที่ว่างในบ้านก็สามารถปลูกผักกินเองง่าย ๆ โดยผ่าครึ่งขวดนมแกลลอน ล้างให้สะอาด แล้วเจาะด้านข้างขวด สำหรับปลูกผัก เช่น โหระพา มะเขือเทศ แตงกวา มะเขือยาว ถั่ว หรือพริกไทย 

ขอขอบคุณ : home.kapook.com

  

10 ต้นไม้ไล่ยุง ปลูกติดบ้านไว้ ไร้เงาแมลงร้ายกวนใจ !

ข้อดีของการปลูกต้นไม้ไม่ได้มีแค่ความสวยงามและความร่มรื่นเพียงเท่านั้น แต่เชื่อไหมว่ามีต้นไม้บางชนิดที่มีฤทธิ์ไล่ยุงได้ด้วยนะ ได้แก่ 10 ต้นไม้ไล่ยุง ที่เป็นเหมือนภูมิคุ้มกันให้กับเราด้วยการสกัดเจ้ายุงร้ายไม่ให้เข้ามาทำร้ายคนในครอบครัว โดยไม่ต้องพึ่งเหล่าสารเคมีต่าง ๆ อีกทั้ง ต้นไม้ไล่ยุง บางชนิดยังเป็นพืชผักที่เราสามารถเก็บมารับประทานได้ด้วยนะ

1. ตะไคร้หอม พืชกลิ่นดีที่ไล่ยุงหนีกระเจิง

          ต้นไม้ชื่อน่าดมนี้เป็นไม้ยืนต้น ลำต้นสูงประมาณ 1 เมตร มีใบเล็กเรียวยาวขึ้นในลักษณะทรงพุ่ม เป็นพืชที่ปลูกง่ายแค่ใช้เหง้าฝังดินเพื่อขยายพันธุ์ จะปลูกใส่กระถางวางไว้ริมระเบียงหรือสวนในบ้านก็ได้ ทีนี้เจ้ายุงร้ายก็จะค่อย ๆ อพยพหนีย้ายตามกันไป เพราะทนกลิ่นของน้ำมันหอมระเหยในต้นตะไคร้หอมไม่ได้ยังไงล่ะ

2. แคทนิป (กัญชาแมว) ให้ผลดีต่อแมวแล้วร้ายใส่ยุง

          กัญชาแมวหรือที่รู้จักกันในนามสารแห่งความสุขของน้องแมว เป็นพืชตระกูลเดียวกับสะระแหน่ มีความสูงตั้งแต่  ½ เมตร ไปจนถึง 1 เมตร ขยายพันธุ์ง่าย ๆ ด้วยการเพาะเมล็ดลงในดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี แล้วโรยดินกลบซ้ำอีกประมาณ 5 เซนติเมตร รดน้ำให้พอชุ่มแต่ห้ามมีน้ำขังเด็ดขาด ตั้งในที่ที่แดดสามารถส่องถึง แล้วเจ้าสารเนเปทาแลคโตน (Nepetalactone) ที่อยู่ในกัญชาแมวจะทำให้น้องแมวมีความสุขคล้ายกับสารเสพติด แต่ในทางกลับกันมันยังเป็นสารป้องกันยุงและแมลงที่ได้ผลมากกว่ายาฆ่าแมลงซะอีก และก็ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์อีกด้วย

3. โหระพา ขับกลิ่นไล่ยุงให้บินหนี

          สมุนไพรคู่ครัวไทยอย่างโหระพา เป็นพืชไม้ยืนต้นสูงประมาณ 1 เมตร ใบมีสีเขียว ส่วนดอกมีสีชมพูอ่อนและสีขาว ปลูกโดยการปักชำจะง่ายกว่า การเตรียมดินที่มีความลึกประมาณ 20-25 เซนติเมตร นำก้านโหระพาที่โตเต็มที่มาเด็ดใบออกให้หมดแล้วปักลงในดิน ใช้ฟางคลุมดินและรดน้ำให้ชุ่ม แม้กลิ่นหอมที่เฉพาะตัวของโหระพาจะส่งผลดีต่อวงการอาหาร แต่กลับส่งผลร้ายต่อยุงและแมลง พวกมันไม่สามารถทนทานต่อกลิ่นฉุนของโหระพาได้ ฉะนั้นจึงเหมาะมากที่จะปลูกไว้ในบ้าน

4. สะระแหน่ ไล่ยุงให้ไม่กล้ามาจอแจ

          สะระแหน่ สมุนไพรให้กลิ่นหอมชนิดนี้เป็นไม้ยืนต้นที่โตเต็มที่ได้ถึง 1 เมตรครึ่ง ปลูกโดยวิธีการปักชำด้วยการตัดยอดบนสุดที่ใบประมาณ 5-6 ใบ ปักลงในดินผสมปุ๋ยคอกที่รองก้นกระถางด้วยกาบมะพร้าวสับ รดน้ำให้ชุ่มแต่ไม่ต้องแฉะ เป็นพืชที่ขึ้นง่าย จะปลูกลงแปลงดินก็ได้ ลงกระถางก็ดี ภายในมีน้ำมันหอมระเหยที่ยุงไม่ชอบเอามาก ๆ  หากต้องการใช้ให้นำใบสะระแหน่มาขยี้แล้วทาลงบนผิวโดยตรงได้เลย

5. กระเทียม เตรียมกลิ่นไว้ฆ่ายุง

กระเทียมเป็นเบสของการทำอาหารแทบทุกชนิด กระเทียมเป็นพืชล้มลุก มีลำต้นสูงประมาณ 30-60 เซนติเมตร ใน 1 หัว จะมีกระเทียมอยู่ประมาณ 10 กลีบ วิธีปลูกกระเทียมในครัวเรือนทำไม่ยาก แค่นำกลีบกระเทียมไปเพาะให้รากงอกก่อนแล้วจึงนำไปลงดิน ใช้ฟางคลุมทับอีกทีเพื่อรักษาความชื้นไม่ให้ระเหยไป กลิ่นจากต้นกระเทียมก็จะทำหน้าที่เป็นรั้วล่องหน ช่วยกันยุงออกจากบ้านของเรา

6. เจอเรเนียม มีดอกสีสวยที่ช่วยปลิดยุง

          เจอเรเนียมเป็นไม้ดอกที่ให้สีสันสวยงาม ลำต้นสูงประมาณ 1 เมตร ออกดอกเป็นพุ่มอยู่ที่ปลายลำต้น ปลูกด้วยวิธีการปักชำ ให้นำกิ่งที่สมบูรณ์ยาวประมาณ 15 เซนติเมตร มาตัดดอกและใบออกให้เหลือแค่ประมาณ 3-4  ใบ ปักลงในดินผสมปุ๋ยคอก แล้วน้ำมันหอมระเหยของเจอเรเนียมที่มีกลิ่นคล้ายเลมอนก็จะฟุ้งกระจายออกมาช่วยไล่ยุงในยามค่ำคืน

7. มะกรูด สมุนไพรไทยหอม ๆ ที่ไล่ยุงจนต้องยอมแพ้


          สมุนไพรก้นครัวไทยอย่างมะกรูด เป็นพืชยืนต้นที่มีหนามแหลม ลำต้นสูงประมาณ 12 เมตร วิธีการปลูกให้ใช้เมล็ดจากลูกมะกรูดที่ร่วงจากต้นไปตากแดด 1-2 วัน ก่อนจะนำไปเพาะลงในดินที่มีปุ๋ยคอกผสมอยู่ เมื่อใบเริ่มงอกให้แยกไปปลูกในกระถาง ซึ่งน้ำมันหอมระเหยในมะกรูดจะช่วยส่งกลิ่นฉุนไปรบกวนและป้องกันยุงไม่ให้บินเข้ามายุ่งในบ้าน

8. มอสซี่ บัสเตอร์ พืชผสมที่ปล่อยกลิ่นไล่ยุงได้ไกล

          เรียกได้ว่าเป็นผลพวงจากการผสมพันธุ์ระหว่างเจอเรเนียมและตะไคร้หอม ลักษณะเป็นไม้ทรงพุ่ม มีใบหยักคล้ายเจอเรเนียม และสามารถส่งกลิ่นที่คล้ายกลิ่นตะไคร้หอมเพื่อไล่ยุงได้ไกลถึง 9 เมตร แนะนำให้ปลูกไว้ที่ริมรั้วที่ห่างจากตัวบ้านสักหน่อย เพราะในขณะที่กำลังเจริญเติบโตและมีขนาดเล็กมันจะมีสารที่ดึงดูดยุง แต่เมื่อมันโตเต็มที่สารนั้นก็จะเปลี่ยนเป็นสารไล่ยุงแทน

9. หม้อข้าวหม้อแกงลิง เปิดปากหม้อล่อยุงมากิน

          ออกตัวก่อนเลยว่าพืชชนิดนี้เป็นไม้เลื้อยชนิดกินเนื้อ แต่ไม่ต้องตกใจไปเพราะมันกินเฉพาะแมลงเท่านั้น มีลักษณะคล้ายคลึงกับรูปร่างลิง ภายในเป็นหม้อที่มีของเหลวไว้ล่อแมลงให้มาติดกับ และค่อยกลืนลงไปอย่างช้า ๆ เราสามารถปลูกในครัวเรือนได้ด้วยวิธีการปักชำ โดยนำกาบมะพร้าวสับไปแช่น้ำให้ชุ่มประมาณ 1-2 วัน แล้วนำก้านหม้อข้าวหม้อแกงลิงมาปักลงในกาบมะพร้าว ก็จะออกหม้อภายใน 6 เดือน ไม่ว่าจะยุงหรือแมลงไหน ๆ ที่บินติดกับก็จะโดนงับให้หายสิ้น

10. จิงจูฉ่าย สมุนไพรจีนมีกลิ่นกำจัดยุง

          เราเริ่มรู้จักต้นจิงจูฉ่ายกันในนามของสมุนไพรจีนต้านมะเร็ง ที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายขึ้นฉ่าย เป็นพืชล้มลุกแตกกิ่งก้านสาขาคลุมดิน มีความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ปลูกด้วยวิธีการเพาะต้นกล้าจากเมล็ดก่อน แล้วค่อยนำมาปลูกลงในดินที่ผสมมะพร้าวสับ ทราย ปุ๋ยคอก แกลบ และน้ำหมักชีวภาพ เป็นต้นไม้ที่มีกลิ่นหอมที่ยุงไม่ชอบและไม่กล้าบินเข้ามาใกล้ หรือจะนำมาบดขยี้แล้วทาผิวหนังเพื่อกันยุงก็ได้เช่นกัน

ถ้าปลูกต้นไม้เหล่านี้เอาไว้ภายในชายคาบ้าน เราก็จะได้ประโยชน์แบบจัดเต็มกันไปเลย เพราะนอกจากจะกันยุง หรือ ไล่ยุง ได้แล้วมันยังมีคุณสมบัติที่สามารถใช้งานอย่างอื่นได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นการจำกัดยุงที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสารเคมีเลยสักนิดเดียว

ขอขอบคุณ : home.kapook.com

5 ผักสมุนไพรสรรพคุณเลิศ หาง่าย รักษาโรคได้หลายชนิด

เชื่อหรือไม่ว่าผักสมุนไพรใกล้ตัวเรา สามารถรักษาโรคหลากหลายชนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ บางชนิดแทบจะไม่ต้องเสียเงินซื้อเลย เพราะหาได้ตามรอบรั้วบ้าน วันนี้เราจะชวนสาวๆ มาทำความรู้จักผักสมุนไพรทั้ง 5 ชนิดที่สามารถหาได้ง่าย มาดูกันว่าแต่ละชนิดมีสรรพคุณทางยาและช่วยรักษาโรคอะไรได้บ้าง ตามไปดูพร้อมๆ กันเลย

1.โหระพา

ถ้าให้เอ่ยถึงชื่อผักสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม เชื่อว่าโหระพาจะต้องเป็นหนึ่งในชื่อที่ถูกเอ่ยขึ้นมาแน่นอน แต่โหระพาก็ไม่ใช่ผักที่มีดีแค่กลิ่นเท่านั้น เพราะสรรพคุณทางยาก็เลิศไม่แพ้กัน เนื่องจากโหระพาช่วยทั้งขับลม แก้อาการปวดหัว ลดอาการหวัด รักษาอาการปวดกระเพาะ ท้องเสีย จุกเสียด รักษาอาการฟกช้ำ ลดผดผื่นคันที่มีน้ำเหลือง และช่วยให้เจริญอาหารได้ดี

2.ตะไคร้

ถ้าจะต้องทำเมนูต้มยำ ตะไคร้คือผักที่ไม่สามารถลืมได้แน่นอน เพราะให้กลิ่นที่หอมเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังเป็นสมุนไพรที่ช่วยรักษาอาการปวดท้อง ท้องเสีย ขับเหงื่อ ขับลม แก้โรคทางเดินปัสสาวะ รักษาโรคนิ่ว แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด แก้ไข้ และลดความดันโลหิตได้ด้วย

3.ขิง

สมุนไพรที่ให้กลิ่นหอมอีกหนึ่งชนิดก็คือขิง ซึ่งมีสรรพคุณช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง แก้อาการคลื่นไส้อาเจียน แก้อาการไอ ช่วยขับเสมหะ และลดความดันได้ดี

4.ตำลึง

ผักที่ไม่ว่าจะนำเอามาต้มหรือผัดก็ให้รสชาติที่อร่อย แม้จะเป็นผักที่สามารถหาได้ง่ายตามรอบรั้วบ้าน แต่ถ้าสังเกตดูดีๆ ตอนนี้กลายเป็นผักสมุนไพรที่ค่อนข้างหาได้ยากเช่นกัน สำหรับบ้านใครที่มีตำลึงอยู่มากมาย แนะนำให้เอามาทำเป็นอาหารกินกันได้เลย เพราะให้สรรพคุณช่วยในการลดไข้ อาเจียน แก้อาการอักเสบ ขับเสมหะ อาการปวดแสบปวดร้อน แก้อาการคัน และแก้หิดได้

5.กระเทียม

หนึ่งในสมุนไพรที่มีติดบ้านและขาดไม่ได้ก็คือกระเทียม แม้จะชอบทำเมนูง่ายๆ อย่างเช่นเมนูผัด ก็ต้องใช้กระเทียมอยู่เสมอ เพราะเป็นสมุนไพรที่ให้รสชาติที่หอมอร่อย ทำให้กลิ่นของอาหารมีกลิ่นหอมโชยไปไกล ในส่วนของสรรพคุณทางยาที่ได้จากการทานกระเทียมก็คือ ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อาการปวดท้อง รวมทั้งช่วยในการรักษาโรคผิวหนังชนิดกลากเกลื้อนได้ดีทีเดียว


จะเห็นได้ว่าผักสมุนไพรใกล้ตัวทั้ง 5 ชนิดที่เรานำมาแชร์กันในวันนี้ ล้วนมีสรรพคุณช่วยรักษาโรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นบ่อยกับร่างกายของเรา โดยเฉพาะอาการท้องอืดท้องเฟ้อและจุกแน่น ที่สำคัญผักสมุนไพรแต่ละชนิดล้วนหาซื้อได้ง่าย บางชนิดก็สามารถปลูกทานเองได้ด้วย ดีแบบนี้หามาไว้ติดครัวบ่อยๆ กันได้เลยค่ะ

ขอขอบคุณ : www.sanook.com

7 ต้นไม้ที่มีกลิ่นหอม เหมาะแก่การปลูกในบ้าน

ต้นไม้อีกหนึ่งสิ่งของประดับตกแต่งประจำบ้านที่ช่วยสร้างบรรยากาศให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น ยิ่งหากเป็น ต้นไม้ที่มีกลิ่นหอม ด้วยแล้ว จะยิ่งช่วยให้บ้านสงบ ร่มรื่น รวมทั้งอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมเสมอ บทความนี้ได้รวบรวม 7 ต้นไม้ที่มีกลิ่นหอมที่ปลูกในบ้านได้มาฝากกัน

1. ต้นเลมอน

ต้นเลมอน (Indoor Citrus) มีขนาดพอดี ต้นไม้ที่มีกลิ่นหอมเหมาะแก่การเป็นต้นไม้ปลูกในบ้าน ใบเขียวเข้ม มีผลคล้ายส้มลูกเล็ก ส่งกลิ่นหอมอมส้มอบอวลไปทั่วบ้าน สามารถนำมาปลูกภายในห้องหรือคอนโดได้ง่าย เพราะใช้พื้นที่การเลี้ยงน้อย รวมทั้งดูแลไม่ยากอีกด้วย

ต้นเลมอนปลูกอย่างไร

– วางกระถางต้นเลมอนหันหน้าไปทิศใต้หรือทิศตะวันตกเฉียงใต้ เพื่อให้ได้รับแสงแดดอย่างน้อย 8-12 ชั่วโมง

– วางกระถางบนถาดที่มีก้อนกรวดเต็มถาด เพื่อคงความชุ่มชื้นจากน้ำที่รดให้กับต้นเลมอน

– ปลูกในดินร่วนระบายน้ำได้ดี

-ตรวจดูรากของต้นไม้ทุก ๆ 2 วัน เพื่อไม่ให้รากเน่า

2. กล้วยไม้

กล้วยไม้ (Orchids) หรือเอื้อง มีความหลากหลายทางสายพันธุ์มาก โดยกล้วยไม้ในธรรมชาติมีมากถึง 25,000 ชนิด นับเป็นไม้ส่งออกที่สำคัญของไทย ลำต้นไร้แก่นและเปลือก มีตาที่จะแตกหน่ออ่อน กิ่งอ่อน หรือช่อดอก ใบเดี่ยว มีลักษณะใบ สีสัน และขนาดแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์

ส่วนมากใบมีสีเขียวอมเหลือง ช่อดอกมักออกดอกยาวบ้าง สั้นบ้าง ตามแต่ชนิด ทั้งนี้ กลิ่นของกล้วยไม้ก็มีลักษณะความหอมแตกต่างกันไปตามด้วย วิธีเลือกกล้วยไม้ที่มีกลิ่นหอมตรงใจจึงควรไปซื้อถึงเรือนเพาะเลี้ยง และขอคำแนะนำจากผู้ปลูกโดยตรง

กล้วยไม้ปลูกอย่างไร

– ควรศึกษาให้ดีว่าพันธุ์กล้วยไม้ที่ปลูกนั้นชอบแสงน้อยหรือแสงเยอะ เพื่อที่จะได้จัดวางที่สำหรับปลูกได้อย่างเหมาะสม

– มักโตได้ดีในอุณหภูมิ 21-29 องศาเซลเซียส

– ไม่ควรปลูกในกระถางทั่วไป ควรเลือกกระถางสำหรับปลูกกล้วยไม้โดยเฉพาะ

– ใส่ปุ๋ยทุกสองสัปดาห์ โดยใช้ปุ๋ยสูตร 20-20-20 (ไนโตรเจน บำรุงใบ – ฟอสฟอรัส บำรุงดอก – โพแทสเซียม บำรุงลำต้น)

-รดน้ำสัปดาห์ละครั้ง

3. มะลิ

มะลิ (Jasmine) จัดเป็นพืชไม้พุ่มหรือไม้เถา ถือเป็นหนึ่งในพืชที่มีสายพันธุ์มากชนิดหนึ่ง โดยมีมากถึง 200 ชนิด น้ำมันหอมระเหยจากดอกมะลิมีสารช่วยกระตุ้นอารมณ์รักได้เหมือนกับดอกลาเวนเดอร์ วานิลา กุหลาบ และเปปเปอร์มินต์

มักนำมาใช้บริโภคทั่วไปและใช้เป็นสรรพคุณทางยา ไม่ว่าจะนำดอกมะลิมาแช่น้ำเย็นดับกระหายชื่นใจ หรือนำดอกแห้งต้มน้ำหรือชงน้ำร้อนดื่ม เพื่อเป็นยากระษัย กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ส่วนใบนำมาตำกับกากมะพร้าว พอกแผลพุพอง นอกจากนี้ ยังเชื่อกันว่าช่วยถอนพิษไข้ แก้ร้อนใน รักษาอาการปวดท้อง และแผลเรื้อรังต่าง ๆ

มะลิปลูกอย่างไร

– ควรให้รับแสงแดดมากที่สุด โดยเฉพาะหน้าร้อน 

– ควรวางกระถางต้นมะลิให้ห่างจากเครื่องปรับอุณหภูมิในกรณีที่นำมาปลูกข้างในบ้าน

– วางกระถางบนถาดรองที่มีก้อนกรวดเต็มถาด โดยเติมน้ำใส่ไว้ในถาด เพื่อคงความชุ่มชื้นให้กับต้นไม้

– ควรปลูกในดินพีทมอส เพื่อช่วยให้ระบายน้ำและอากาศได้ดี

– ใส่ปุ๋ยสูตร 20-20-20 (ไนโตรเจน บำรุงใบ – ฟอสฟอรัส บำรุงดอก – โพแทสเซียม บำรุงลำต้น)

– รดน้ำเมื่อดินเริ่มแห้งเกินไป

4. สะระแหน่

สะระแหน่ (Lemon Balm) จัดเป็นพืชตระกูลเดียวกับมินต์และกะเพรา ลำต้นมีความสูงประมาณ 70-150 เซนติเมตร เมื่อโตเต็มที่ ใบเขียวเข้มคล้ายกับใบมินต์ แต่กลิ่นคล้ายใบมะนาว มักออกดอกสีขาวในช่วงปลายหน้าร้อน

ดอกของสะระแหน่อุดมไปด้วยน้ำหอมและน้ำหวาน รสชาติคล้ายมะนาวและตะไคร้หอม มักส่งกลิ่นน้ำมันหอมระเหยออกมา เดิมทีมักใช้เป็นยาในการแก้อาการป่วยต่าง ๆ เช่น ปวดศีรษะ ปวดฟัน เจ็บคอ ท้องร่วง แมลงสัตว์กัดต่อย เลือดกำเดาไหล เป็นต้น

สะระแหน่ปลูกอย่างไร

– ปลูกในที่ที่แสงแดดส่องถึงได้ง่าย

– ควรให้อยู่ห่างจากที่ที่เสี่ยงได้รับความร้อนโดยตรง เพื่อเลี่ยงใบถูกทำลาย

– ปลูกในกระถางเล็ก ๆ ใช้ดินร่วนทั่วไป โดยเจาะรูใต้กระถางสำหรับระบายน้ำให้เรียบร้อย

– วางชิ้นไม้สับ 2-3 ชิ้น บนหน้าดินในช่วงที่อากาศร้อน เพื่อช่วยให้ดินคงความชุ่มชื้นไว้

– ใส่ปุ๋ย 2 สัปดาห์ครั้ง โดยใช้ปุ๋ยสูตร 20-20-20 (ไนโตรเจน บำรุงใบ – ฟอสฟอรัส บำรุงดอก – โพแทสเซียม บำรุงลำต้น)

5. หอมหมื่นลี้หรือสารภีฝรั่ง

หอมหมื่นลี้ (Sweet Olive) หรือสารภีฝรั่ง เป็นพืชตระกูลเดียวกับมะลิ หลายคนอาจรู้จักหรือได้ยินชื่อของ “หอมหมื่นลี้” ในฐานะเครื่องดื่มชา แต่จริง ๆ แล้ว ต้นหอมหมื่นลี้หรือสารภีฝรั่งถือเป็นอีกหนึ่งต้นไม้ที่มีกลิ่นหอมปลูกในบ้าน

โดยนิยมปลูกเป็นไม้ประดับในทางตอนใต้ของญี่ปุ่นและแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลำต้นสูงถึง 8 เมตร ใบเดี่ยว รี มันวาว ดอกสีขาว ออกดอกเป็นช่อกระจุกเล็ก ๆ ช่วงตุลาคม-กุมภาพันธ์ มักส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ออกกลิ่นส้มเล็กน้อยตลอดทั้งวัน

หอมหมื่นลี้หรือสารภีฝรั่งปลูกอย่างไร

– ปลูกใกล้กับทิศใต้หรือทิศตะวันตก หันหน้ารับแสงแดด

– ควรนำมาปลูกข้างในบ้านช่วงหน้าร้อน เพื่อไม่ให้ได้รับความร้อนจากแสงแดดมากเกินไป

– คุมอุณหภูมิให้เย็นกว่าปกติ โดยเฉพาะตอนกลางคืน เพื่อช่วยให้ต้นหอมหมื่นลี้ออกดอกสวยงาม

– ควรปลูกในดินร่วนระบายน้ำได้ดี

– เมื่อยอดของต้นโตขึ้นมาจากดินประมาณ 3 นิ้ว ควรหมั่นให้น้ำอาทิตย์ละครั้ง โดยต้องให้น้ำบ่อย ๆ ในช่วงหน้าร้อน

6. แตรนางฟ้า

แตรนางฟ้า (Angel’s Trumpet) จัดเป็นพืชตระกูลเดียวกับพริก มะเขือ มะเขือเทศ และยาสูบ ลักษณะ
เป็นไม้พุ่มสูงประมาณ 2-3 เมตร ใบเรียว รี มีขนนุ่ม บาง และยาวประมาณ 18-25 เซนติเมตร ลำต้นมีเปลือกขาว ฉ่ำน้ำ กิ่งเปราะง่าย

เมื่อโตขึ้นลำต้นจะโน้มลงพื้น ดอกบานคว่ำลง คล้ายแตรหรือลำโพง มีทั้งสีม่วง เหลือง ชมพู และพีช มักออกดอกตลอดปี โดยเฉพาะหน้าฝน ปกติแล้วจะส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ตอนกลางวัน และส่งกลิ่นแรงขึ้นตอนประมาณพลบค่ำถึงตอนเช้า

แตรนางฟ้าปลูกอย่างไร

– ปลูกได้ทั้งในสวนและภายในตัวบ้าน โดยต้องหมั่นดูแลรักษาให้พ้นจากตัวเพลี้ย เพลี้ยแป้ง ไรแดง และศัตรูพืชอื่น ๆ

– วางในที่แสงแดดส่องถึงง่าย เพื่อช่วยให้ออกดอกสวยงาม

– ควรคุมอุณหภูมิให้อยู่ประมาณ 15-23 องศาเซลเซียส

– ปลูกในดินที่ซึมน้ำไว ให้ปุ๋ยอาทิตย์ละครั้ง

– หมั่นรดน้ำประมาณ 2-3 วันต่ออาทิตย์ โดยช่วงหน้าหนาวอาจให้น้ำน้อยลง เพื่อช่วยให้ดินแห้งไว ไม่ชื้นเกินไป

7. ลีลาวดี

ลีลาวดี (Frangipani) เป็นพืชตระกูลเดียวกับตีนเป็ด นับเป็นอีกหนึ่งต้นไม้ปลูกในบ้านยอดนิยมนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ชื่อเรียกพื้นเมืองหลากหลาย ได้แก่ จำปา จำปาลาว และจำปาขอม มีทั้งแบบพุ่มเตี้ยและเป็นต้นสูง ลำต้นแตกกิ่งและพุ่มใบ ผลัดใบช่วงหน้าร้อน กิ่งสีเขียวอ่อน นุ่ม ดูอิ่มน้ำ ใบเดี่ยวเรียงตัวบริเวณปลายกิ่ง

ลักษณะใบหนา เหนียว และแข็ง มีสีเขียวอ่อนถึงเข้ม ขึ้นอยู่กับอายุของต้นผลิดอกเป็นช่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน มีหลากหลายสายพันธุ์ แตกต่างกันทั้งสีสัน ลักษณะกลิ่น

ลีลาวดีปลูกอย่างไร

– ปลูกไว้ในที่ที่แสงแดดส่องถึงง่าย โดยควรให้โดนแดดวันละ 4-6 ชั่วโมง เป็นอย่างต่ำ

– ฉีดน้ำตรงใบวันละ 1-2 ครั้ง พอให้ชุ่มชื้น

– ปลูกในดินทรายผสมดินร่วน โดยผสมดินทรายและดินร่วนอย่างละ 1 ส่วน

– หมั่นใส่ปุ๋ยเป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยใช้ปุ๋ยสูตร 10-50-10 (ไนโตรเจน บำรุงใบ – ฟอสฟอรัส บำรุงดอก – โพแทสเซียม บำรุงลำต้น)

– หมั่นรดน้ำเป็นประจำในช่วงหน้าร้อน

7 ต้นไม้ที่มีกลิ่นหอมปลูกในบ้านข้างต้น ซึ่งมีทั้งต้นไม้ที่เป็นที่รู้จักชื่อกันอยู่แล้วและต้นไม้ที่ไม่ค่อยคุ้นหูกันเท่าไหร่ ทั้งกลิ่น รูปร่างหน้าตา สีสัน ตลอดจนการปลูกและเลี้ยงต้นไม้แต่ละประเภทก็แตกต่างหลากหลาย สามารถซื้อหามาปลูกกันได้ไม่ยาก ขึ้นอยู่กับว่าคุณชอบต้นอะไร และแบบไหนตอบโจทย์ไอเดียจัดสวนภายในบ้านของคุณได้อย่างเหมาะสม

ขอขอบคุณ : www.sanook.com

ต้นไม้ที่ไม่ควรปลูกในบ้าน เสี่ยงอันตรายต่อเด็ก

การปลูกต้นไม้ในรั้วบ้าน ภายในบ้าน หรือแม้แต่ในห้องนอน กลายเป็นกิจกรรมคลายเครียด และกิจกรรมรักษ์โลกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 ระบาด ซึ่งหลายๆ คนต้องกักตัวอยู่บ้าน หรือทำงานที่บ้าน การปลูกต้นไม้ในบ้านยิ่งฮอตฮิตเข้าไปใหญ่ เพราะนอกจากจะเพิ่มความสวยงาม ทำให้บ้านน่าอยู่ขึ้นแล้ว ต้นไม้ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย แต่คุณก็ควรเลือกต้นไม้มาปลูกในรั้วบ้านให้เหมาะสม โดยเฉพาะหากที่บ้านคุณมีเด็ก เพราะต้นไม้บางชนิดเป็น ต้นไม้ที่ไม่ควรปลูกในบ้าน บ้างก็มีพิษ และเป็นต้นไม้ที่เป็นอันตรายกับเด็กอีกด้วย คุณพ่อคุณแม่จึงไม่ควรนำมาปลูกในบ้าน

ต้นไม้ที่ไม่ควรปลูกในบ้าน และต้นไม้ที่เป็นอันตรายกับเด็ก

  • ทองหลาง (Coral tree)

ใบ เปลือก และเมล็ดทองหลางนั้นมีพิษ ยิ่งหากเป็นพิษจากเมล็ดทองหลางยิ่งเป็นอันตรายกับเด็ก เพราะอาจทำให้เด็กมีปัญหาสุขภาพ เช่น อาการหายใจลำบาก หรือหายใจไม่อิ่ม (Shortness of breath) อาการตัวเขียว (Cyanosis) คือ อาการที่เนื้อเยื่อเปลี่ยนสีหรือมีสีคล้ำลง เนื่องจากขาดออกซิเจนในเลือด อ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ

  • ยี่โถ

ต้นยี่โถ (Oleander) เป็นไม้ประดับที่นิยมปลูกตามหน้าบ้าน เพราะลำต้นไม่สูงมากและมีดอกใหญ่ สวยงาม ทั้งยังมีหลากหลายสีสัน เช่น สีชมพูเข้ม สีชมพูอ่อน สีเหลือง สีขาว แต่รู้หรือไม่ว่าต้นยี่โถนี้ก็เป็นต้นไม้ที่เป็นอันตรายกับเด็กมากเช่นกัน เนื่องจากทุกส่วนของยี่โถล้วนแต่มีสารพิษทั้งสิ้น โดยเฉพาะบริเวณลำต้น และใบ หากเด็กสัมผัสพิษจากยี่โถจะทำให้เกิดอาการ เช่น มึนงง อาเจียน ท้องร่วง หัวใจเต้นผิดปกติ รูม่านตาขยาย อาการข้างต้นอาจร้ายแรงเข้าขั้นโคม่า และทำไปสู่การเสียชีวิตได้

  • ไทรใบสัก

ต้นไทรใบสัก (Fiddleleaf Fig) เป็นไม้ใบหรือไม้ประดับที่มีรูปทรงสวยงาม จึงนิยมปลูกทั้งในบ้านและนอกบ้าน แต่คุณรู้หรือไม่ว่าต้นไม้ชนิดนี้อาจเป็นอันตรายกับเด็กได้ เนื่องจากใบของต้นไทรใบสักมีผลึกแคลเซียมออกซาเลต (Calcium Oxalate) ที่มีฤทธิ์ยับยั้งการดูดซึมแคลเซียมและแร่ธาตุบางอย่างในกระแสเลือดเมื่อร่างกายได้รับแคลเซียมออกซาเลตจะทำให้ร่างกายเจริญเติบโตได้ช้า กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือเป็นอัมพาตได้ สำหรับผู้ใหญ่แล้ว หากคุณเผลอกัด หรือกินใบของต้นไทรใบสักเข้าไป ก็อาจจะไม่เป็นอะไรมาก แต่สำหรับเด็กที่กินแคลเซียมออกซาเลตเข้าไปนั้นอาจเป็นอันตรายร้ายแรงได้ เพราะต่อให้ได้รับแคลเซียมออกซาเลตในปริมาณเพียงแค่น้อยนิด ก็อาจทำให้เกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะได้

  • ว่านเงินไหลมา

ว่านเงินไหลมา หรือต้นแอร์โรว์เฮด (Arrowhead) เป็นต้นไม้ในบ้านยอดนิยมอีกหนึ่งชนิด เพราะมีใบสวยงามแถมชื่อยังเป็นมงคลด้วย แต่ต้นไม้ที่มีชื่อว่าเป็นไม้มงคล ปลูกแล้วเรียกเงินเรียกทองให้ไหลมาเทมาต้นนี้ กลับเป็นต้นไม้มีพิษที่ทำอันตรายลูกของคุณได้เช่นกัน เนื่องจากน้ำหล่อเลี้ยงหรือของเหลวที่อยู่ในว่านเงินไหลมานั้นมีสารพิษที่อาจทำให้ระคายเคืองผิวหนังหรืออาเจียนได้ แถมว่านเงินไหลมานี้ยังผลัดใบบ่อย หากเด็กไปอยู่ใกล้ๆ ตอนผลัดใบพอดี ก็อาจทำให้น้ำหล่อเลี้ยงกระเด็นเข้าตาเด็กจนเป็นอันตรายได้ด้วย

  • สาวน้อยประแป้ง

สาวน้อยประแป้ง (Dumb Cane) หรือที่เรานิยมเรียกกันว่า ว่านสาวน้อยประแป้ง เป็นไม้ใบอีกหนึ่งชนิดที่นิยมนำมาปลูกในบ้านเพราะสามารถช่วยฟอกอากาศได้ แต่หากเด็กเผลอกินใบของว่านสาวน้อยประแป้งนี้เข้าไป พิษที่อยู่ในน้ำหล่อเลี้ยงของมันอาจทำให้ลิ้นไหม้และบวมจนปิดกั้นระบบทางเดินหายใจ ทำให้อากาศผ่านเข้าออกได้ยาก และหากกินเข้าไปในปริมาณมาก ก็สามารถทำให้ถึงแก่ชีวิตได้เลย

เห็นไหมว่า ความสวยงามของต้นไม้บางชนิด บางทีก็มาพร้อมกับอันตรายเช่นกัน ฉะนั้น บ้านไหนที่มีเด็ก เราแนะนำให้คุณหลีกเลี่ยงการปลูกต้นไม้เหล่านี้ หรือหากอยากปลูกจริงๆ ก็ควรเลือกปลูกในจุดที่เด็กเข้าถึงได้ยากจะปลอดภัยกว่า และควรดูแลลูกหลานของคุณให้ดีด้วย อย่าปล่อยให้เด็กเล่นคนเดียวตามลำพัง

ขอขอบคุณ : www.sanook.com

สวยร้าย! รวมดอกไม้ช่วยไล่แมลง ไม่ได้มีประโยชน์แค่ปลูกประดับสวยงาม

ไม่ว่าจะเป็นแมง หรือแมลงใดๆ เราอาจจะรู้สึกว่าไม่อยากให้เข้ามาบุกพื้นที่บ้าน สวน และบริเวณต่างๆ นอกจากวิธีการต่างๆ ในการไล่แมง และแมลงแล้ว ทราบหรือไม่ว่ามีดอกไม้บางชนิดที่นอกจากจะปลูกประดับไว้เพื่อความสวยงามแล้ว ดอกไม้เหล่านั้นยังช่วยขับไล่แมง หรือแมลงไม่ให้ทำร้ายต้นไม้ต่างๆ รวมถึงไม่มารบกวนในบ้านด้วยไปรู้จักดอกไม้เหล่านั้นกันเลย

  แอลเลียม ลักษณะดอกเป็นทรงกลมสีม่วง แอลเลียมถือเป็นหนึ่งในพันธุ์ไม้ที่จะช่วยป้องกันศัตรูพืชได้ดีที่สุด ทั้งหนอนกะหล่ำปลี เพลี้ยอ่อน แมลงวัน และทาก เนื่องจากแมลงและศัครูพืชเหล่านี้ไม่ชอบกลิ่นของแอลเลียม

ดาวเรือง เป็นดอกไม้ที่เราคงคุ้นเคยกันดีกับสีเหลืองสว่างตา แต่ทราบหรือไม่ว่ากลิ่นของดอกดาวเรืองช่วยไล่เพลี้ยยุง นอกจากนี้หากเราปลูกดาวเรืองเป็นแนว เป็นแถว ดาวเรืองยังจะสามารถป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงแสนรักของเราบุกข้ามแดนไปย่ำเล่นในสวนได้อีกด้วย นอกจากดอกดาวเรืองจะมีประโยชน์แล้ว รากของมันยังป้องกันไส้เดือนฝอย ดังนั้นหากใครคิดจะเพิ่มความสวยงามให้กับบ้านและสวน โดยคงประโยชน์ด้านการขับไล่แมลง ดาวเรืองเป็นดอกไม้ตัวเลือกที่น่าสนใจ

เบญจมาศ สวยประหารของจริง เพราะในเบญจมาศมีสารโพรีทรอยด์ ซึ่งเป็นสารที่ฆ่าแมลงต่างๆ ได้ เช่นยุง แมลงสาบ ด้วง เห็บ แมงมุม ฯลฯ เรียกได้ว่าแมลงหลายๆ ชนิดพ่ายแพ้ต่อสารนี้ ดังนั้นจึงมีการนำสารตัวนี้จาก
ดอกเบญจมาศมาสกัดผลิตภัณฑ์ป้องกันแมลง รวมไปถึงแชมพูกำจัดเห็บ แต่อีกด้านหนึ่งสารตัวนี้ก็อันตรายต่อเมนุษย์เช่นกัน ดังนั้นหากต้องการนำมาใช้ควรใช้ด้วยความระมัดระวังและอ่านคู่มือการใช้อย่างละเอียด

พิทูเนีย สีสันอันงดงามช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับสวน แต่ทราบหรือไม่ว่าก้านใบของพิทูเนียนั้นสามารถดักแมลงได้รวมทั้งยังช่วยกำจัดเพลี้ย หนอน แมลงเต่าทอง ซึ่งมีคำแนะนำว่าให้ปลูกพิทูเนียไว้ใกล้แปลงผักประเภทมะเขือเทศ ถั่ว พริกไทย โหระพา เพราะศัตรูพืชของผักเหล่านั้นจะไม่มารบกวนเลย

แนสเตอร์ซัม กลิ่นของดอกไม้ชนิดนี้หอมแรงมาก นอกจากนั้นยังสามารถขับไล่แมลงหวี่ เพลี้ย แมลงเต่าทอง และหนอนกะหล่ำได้ ด้วยการปล่อยสารเคมีที่แมลง หรือศัตรูพืชไม่ชอบไปในอากาศ

ลาเวนเดอร์  ดอกไม้ชนิดนี้มีคุณสมบัติโดดเด่นและประโยชน์มากมาย นอกจากกลิ่นของดอกลาเวนเดอร์จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย แก้ปัญหาการนอนไม่หลับแล้ว กลิ่นลาเวนเดอร์ยังถูกนำมาสกัดเพื่อทำน้ำหอมต่างๆ มากมาย แต่กลิ่นหอมของมันกลับเป็นพิษต่อแมลง และแมงต่างๆ เช่นยุง แมลงวัน ถ้านำลาเวนเดอร์มาปลูกในบริเวณบ้านน่าจะช่วยป้องกันปัญหายุงและแมลงต่างๆ รบกวนได้

ไพรีทรัม มองผ่านๆ จะมีลักษณะคล้ายดอกเดซี่ แต่ต่างกันเนื่องจากดอกไม้ชนิดนี้มสารโพรีทรินส์ ซึ่งส่งผลต่อระบบประสาทของแมลงทำให้เสียการทรงตัว ดังนั้นหากต้องการไล่ยุง เพลี้ยอ่อน ตัวเรือด สามารถเลือกปลูกดอกไม้ชนิดนี้ได้

ขอขอบคุณ : www.sanook.com

7 ต้นไม้มีพิษต่อลูกน้อย แม่สายปลูกต้องระวัง คิดให้ดีก่อนนำมาประดับบ้าน

ในเวลาที่เราอยู่บ้านเป็นส่วนใหญ่ หลายๆ คนก็จะเลือกการปลูกต้นไม้เป็นอีกกิจกรรม แต่ใช่ว่าต้นไม้ทุกต้นจะเหมาะนำมาปลูกในบ้าน เพราะยังมีต้นไม้บางชนิดที่มีพิษไม่เหมาะสำหรับปลูกในบ้านที่มีเด็ก หรือสัตว์เลี้ยง แต่เราเคยนำเสนอเรื่องเกี่ยวกับต้นไม้ที่เป็นอันตรายกับสุนัขไปแล้ว คราวนี้มาดูกันว่ามีต้นไม้อะไรบ้างที่คุณแม่ต้องระวัง เพราะอันตรายต่อลูก และเด็กๆ

1.ละหุ่ง เป็นวัชพืชทั่วไปที่มีเมล็ด ดอก และใบเป็นพิษ หากเผลอเคี้ยว หรือกลืนเมล็ดพืชเข้าไปเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง และปวดท้องรุนแรง

2.ต้นทองหลาง ใบ เปลือก และเมล็ดของทองหลางนั้นมีพิษโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กและอาจทำให้หายใจลำบาก เพราะออกซิเจนในเลือดไม่เพียงพอ อ่อนแรง และเวียนศีรษะหากเผลอทานเข้าไป

3.ยี่โถ ทุกส่วนของพุ่มไม้ รวมทั้งเมล็ดล้วนมีพิษ ทำให้เกิดอาการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นท้องร่วงหัวใจเต้นผิดปกติ รูม่านตาขยาย และอาจทำให้เกิดอาการโคม่าจนถึงขั้นเสียชีวิต

4.เทียนหยด เป็นต้นไม้ที่ให้ผลและดอกสวยงาม แต่กลับมีพิษ หากเผลอทานส่วนเหล่านี้เข้าไปอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ง่วงซึม ชัก หัวใจเต้นเร็ว มีไข้ และบางกรณีอาจเสียชีวิตได้

5.ดอกแตรนางฟ้า หรือดอกลำโพง เป็นไม้ล้มลุกที่ออกดอกมีลักษณะเป็นทรงกรวยปากคล้ายแตรทรัมเป็ต แต่จากข้อมูลกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ก็พบว่าในเมล็ด หรือใบลำโพงนั้นจะทำให้หิวน้ำรุนแรง ปากและคอแห้ง ตาพร่า ม่านตาขยาย กลืนน้ำลายยาก พูดไม่ชัด และถ้าในรายที่มีอาการรุนแรงอาจหมดสติได้

6.สาวน้อยประแป้ง เป็นไม้ประดับ ที่นิยมปลูกในกระถางเพื่อความสวยงาม แต่หากเผลอทานใบของต้นไม้ชนิดนี้เข้าไป จะทำให้เกิดการระคายเคือง และทำให้เกิดอาการบวมได้

7. ผกากรอง เป็นพื้นที่นิยมนำไปปลูกเพื่อใช้เป็นไม้แต่งสวนในหลายประเทศ เป็นพืชต่างถิ่นเป็นไม้พุ่มยืนต้นหรือไม้พุ่มกึ่งเลื้อย ดอกสวยงาม มีหลากสีสัน แต่นอกจากประโยชน์ที่ใบสดช่วยขับลมแล้ว แต่ก็มีโทษจากผลของมันเพราะมีสารพิษแลนทาดีน เอ และแลนทาดีน บี ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย กล้ามเนื้อทำงานไม่ประสานกัน

ขอขอบคุณ : www.sanook.com

6 สมุนไพรที่ควรมีติดบ้าน เสริมภูมิต้านทานให้ร่างกายแข็งแรง

ต้องยอมรับเลยว่าในช่วงที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้เราต่างให้ความสำคัญกับภูมิต้านทานในร่างกายของตัวเองอย่างมาก เพราะเมื่อใดที่ร่างกายมีภูมิต้านทานที่แข็งแรงดี ย่อมทำให้การป่วยไม่รุนแรงมากมายนัก วันนี้เราจึงขอนำเสนอ 6 สมุนไพรที่สาวๆ ควรมีติดบ้านไว้ ซึ่งล้วนเป็นสมุนไพรที่ช่วยเสริมภูมิต้านทานให้ร่างกายได้เป็นอย่างดีมาแชร์ให้ได้ทราบกันค่ะ ซึ่งสมุนไพรที่อยากนำเสนอมากที่สุดก็คือ

1.พริกไทยดำ
พริกไทยดำมีสรรพคุณช่วยขับเสมหะ แก้อาการเจ็บคอ แก้ไอ ช่วยทำให้จมูกโล่ง และหายจากอาการคัดจมูกและหวัดได้ดี อีกทั้งยังเป็นสมุนไพรที่ช่วยขับเหงื่อ ช่วยลดอุณหภูมิในร่างกาย และช่วยแก้ไข้ได้ด้วยวิธีธรรมชาติอีกด้วย

2.ขมิ้น
ขมิ้นเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยามากมาย และเป็นสมุนไพรที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่โบราณ อีกทั้งยังมีความเด่นในการเพิ่มภูมิคุ้มกันในร่างกาย พร้อมทั้งช่วยต้านหวัดได้ดีอีกด้วย ซึ่งงานวิจัยได้ค้นพบว่า การกินขมิ้นช่วยเสริมภูมิต้านทานในร่างกายได้จริง แค่ผสมขมิ้นลงไปในเครื่องดื่มหรืออาหารสักหน่อย ก็ทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานมากขึ้นแล้ว

3.ตะไคร้
ตะไคร้คือสมุนไพรที่มีความโดดเด่นในการกำราบอาการป่วยอย่างเช่นโรคหวัดได้เป็นอย่างดี เพียงแค่เอาตะไคร้ที่หั่นเป็นชิ้นมาต้มกับขิงแล้วจิบบ่อยๆ ก็ช่วยบรรเทาอาการป่วยจากอากาศชื้นในหน้าฝนได้ อีกทั้งถ้าใครไม่อยากเสี่ยงเป็นหวัดในช่วงหน้าฝนก็สามารถดื่มเพื่อป้องกันโรคหวัดไว้ก่อนก็ไม่เสียหายอะไร

4.กระชาย
กระชายเป็นสมุนไพรที่มีรสเผ็ดร้อน เมื่อกินเข้าไปจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น ซึ่งกระชายมักถูกนำเอามารักษาอาการป่วยต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงหน้าฝน เพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น เพราะในช่วงหน้าฝนจะส่งผลให้อุณหภูมิในร่างกายของคนเราลดต่ำลงจากความหนาวและจากอากาศที่ชื้นนั่นเอง


5.กะเพรา
กะเพราเป็นสมุนไพรที่มีรสเผ็ดร้อน และช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น อีกทั้งยังมีส่วนช่วยป้องกันอาการหวัดที่เข้ามากล้ำกรายอีกด้วย โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนหรือในวันที่อากาศอึมครึมหรือฟ้าหม่นๆ แนะนำให้ลองสัมผัสกับกลิ่นของใบกะเพรา จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

6.โหระพา
โหระพาจัดเป็นสมุนไพรที่อยู่ในกลุ่มเดียวกับกะเพรา แต่อาจจะมีความพิเศษตรงที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งยังมีข้อดีตรงที่สามารถดับกลิ่นคาวในอาหารได้ดี ทั้งนี้โหระพายังมีสรรพคุณช่วยลดไข้หวัด ช่วยขับเสมหะ และบรรเทาอาการเจ็บคอได้เป็นอย่างดี ถือเป็นสมุนไพรที่เหมาะจะกินในช่วงหน้าฝนมากๆ เลยทีเดียว


นอกจากสมุนไพร 6 ชนิดนี้จะมีส่วนช่วยเสริมภูมิต้านทานในร่างกายได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังมีสมุนไพรอื่นๆ ที่ไม่ได้กล่าวไว้ในข้างต้นและมีสรรพคุณช่วยเสริมภูมิต้านทานในร่างกายอีกมากมายด้วย ไม่ว่าจะเป็นขิง ข่า กระเทียม หอมแดง มะระ ถั่วพู ผักหวาน ขี้เหล็ก มะเขือเปราะ ผักบุ้ง หรือเห็ดโคน ก็ล้วนมีสรรพคุณช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงด้วยกันทั้งสิ้น

รวม 6 ต้นไม้มงคลฉบับ “สายมู” เรียกทรัพย์ เรียกโชค เพิ่มออกซิเจนให้ชีวิต

ในช่วงเวลานี้หลายๆ คนทำงานอยู่บ้าน หรือ Work from home จึงไม่ต้องแปลกใจถ้ากระแสต้นไม้จะมาแรง แต่ถ้าจะให้ดีหลายๆ คนอาจอยากได้ทั้งความสดชื่น การช่วยฟอกอากาศ และรวมไปถึงความเป็นสิริมงคลด้วย

กรมป่าไม้จึงได้ออกมาแนะนำต้นไม้มงคลสำหรับคนที่ยังทำงานอยู่ที่บ้าน เพื่อนำไปปลูกเสริมมงคล แถมยังช่วยเพิ่มออกซิเจนให้อีกด้วย จะมีต้นอะไรบ้างไปรู้จักต้นไม้มงคลแต่ละต้นกันได้เลย

1.ต้นกวักมรกต

ช่วยเรียกโชคลาภ เรียกทรัพย์เข้าบ้านและหากใครปลูกต้นกวักมรกตให้มีดอก จะยิ่งมีโชคลาภเข้ามามากขึ้น

2.ต้นโกสน

ต้นโกสนมีสมญานามว่า “ราชาแห่งไม้ใบ” เชื่อกันว่าหากปลูกไว้ในบ้าน จะทำให้ผู้อยู่อาศัยมีบารมี เสริมสร้างกุศล และทำให้อยู่เย็นเป็นสุข

3.ต้นวาสนา
 
เชื่อกันว่าบ้านไหนดูแลรดน้ำอย่างดี และสามารถปลูกต้นวาสนาให้ออกดอกได้ ผู้อยู่อาศัยในบ้านนั้นจะมีโชคลาภ โชคดี มีวาสนาเหมือนชื่อของต้น

4.ต้นกวนอิมเงิน

เป็นต้นไม้มงคลรวยทรัพย์ หากบ้านไหนปลูกจะเรียกเงิน เรียกทรัพย์เข้าบ้าน คนในบ้าน จะมีฐานะที่ดีขึ้น

5.ต้นนางกวัก

ปลูกต้นนางกวัก จะเรียกเงินเรียกทองเข้าบ้านให้ผู้อยู่อาศัยรวยยิ่งๆ ขึ้นไป และยังกวักโชคดีเข้าบ้านอีกด้วย

6.ต้นโป๊ยเซียน

คำว่า “โป๊ยเซียน” หมายถึงเทพเจ้า 8 องค์ เป็นต้นไม้ชนิดหนึ่งที่หมายถึงมีสิ่งมงคลคอยคุ้มครองปกป้องคนในบ้านให้อยู่เย็นเป็นสุข

ขอขอบคุณ : www.sanook.com

วิธีดูแลต้นไม้ให้รอด ระหว่างไปเที่ยวพักผ่อน หรือหยุดยาว

ในบางครั้งคุณอาจเดินทางไปเยี่ยมครอบครัวต่างจังหวัด โดยเฉพาะใกล้วันหยุดสงกรานต์ที่จะถึงนี้ แน่นอนสิ่งที่คุณคำนึงถึงอย่างแรกคือความปลอดภัยของบ้านสัตว์เลี้ยง แต่คุณก็ไม่อาจลืมความอยู่รอดของต้นไม้ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะมีต้นไม้ในบ้านเพียงแค่ต้นเดียว หรือเป็นไม้ดอก ผักหรือสมุนไพรตามระเบียง คุณควรวางแผนล่วงหน้าว่าจะทำอย่างไรให้ต้นไม้เหล่านั้นไม่เหี่ยวเฉา หรือตายในช่วงระหว่างที่คุณไม่อยู่บ้านเป็นเวลาหลายๆ วัน และเรามีคำแนะนำที่จะทำให้ต้นไม้ของคุณยังรอดชีวิต และพร้อมต้อนรับเมื่อคุณกลับมาถึงบ้าน

วางต้นไม้ไว้ในอ่างอาบน้ำ
ถ้าคุณมีไม้ประดับบ้านจำนวนมาก และบ้านคุณมีอ่างอาบน้ำ ให้รวมพวกมันเหล่านั้นไว้ในอ่างอาบน้ำ แล้วเติมน้ำลงไปในอ่างให้มีความสูงประมาณ 1-2 นิ้ว แม้จะเป็นวิธีแก้ปัญหาแบบดั้งเดม แต่ก็ยังใช้ได้ โดยเฉพาะถ้าคุณต้องหายไปประมาณ 1 สัปดาห์หรือ 10 วัน ก่อนวางต้นไม้ลงในอ่างอาบน้ำให้เช็กให้ชัวร์ว่าคุณได้นำจานรองออกจากก้นภาชนะปลูกแล้ว เพื่อให้ต้นไม้สามารถระบายน้ำผ่านรูระบายน้ำได้ หรือจะใช้อ่างล้างจานแทนอ่างอาบน้ำก็ได้ ในกรณีบ้านคุณไม่มีอ่างอาบน้ำ

ปรับสภาพในร่ม
ไม่ว่าฤดูใดต้นไม้หรือพืชส่วนใหญ่มักชอบสภาวะแบบปานกลาง ดังนั้นควรปรับความร้อนหรืออุณหภูมิให้เหมาะสม เนื่องจากไม้ประดับส่วนใหญ่มักมีถิ่นกำเนิดในเขตร้อน หากสภาพอากาศในร่มแห้งมากในฤดูหนาว ให้จัดกลุ่มต้นไม้เหล่านั้นไว้ด้วยกันบนถาดกรวดและเติมน้ำเพื่อเพิ่มระดับความชื้น

จัดกลุ่มต้นไม้กลางแจ้งเข้าไว้ด้วยกัน
ไม้กระถางกลางแจ้งสามารถจัดเข้ากลุ่มด้วยกันได้ในร่ม เพราะการจัดกลุ่มไม้กลางแจ้งไว้ในร่มจะช่วยลดการคายน้ำและการระเหยซึ่งเป็นผลมาจากอุณหภูมิ ความชื้น และระดับแสง ดังนั้นหากพวกเขาอยู่ในร่มก็สามารถดูดซึมน้ำได้หลายวัน

ระบบน้ำแบบอัตโนมัติ
ติดตั้งระบบให้น้ำอัตโนมัติ ตั้งค่าสปริงเกอร์จับเวลาเพื่อรดน้ำต้นไม้ที่จัดกลุ่มไว้ด้วยกันอีกทางเลือกหนึ่งคือการติดตั้งชุดอุปกรณ์ให้น้ำหยด ซึ่งง่ายต่อการประกอบและปรับให้เข้ากับภาชนะ อีกทั้งยังไม่ได้แพง และทำได้ง่าย

นำต้นไม้เข้าบ้าน
กระถางต้นไม้ขนาดเล็กที่ตั้งอยู่กลางแจ้งสามารถนำเข้ามาในบ้านได้ แม้อาจจะมีใบไม้ร่วงหล่นเล็กน้อยเมื่อแสงลดต่ำลง แต่ก็ยังสามารถจะอยู่ได้ประมาณ 1 สัปดาห์เป็นอย่างต่ำ

วางไว้ในสระน้ำเด็ก
อีกหนึ่งวิธีแก้ปัญหาการให้น้ำต้นไม้ในระหว่างวันหยุดยาวคือการวางต้นไม้ไว้ในสระน้ำขนาดเล็ก ซึ่งในนั้นอาจจะมีน้ำสูงประมาณ 3 นิ้ว แต่แนะนำว่าควรเป็นสระในร่มเพื่อให้มันดูดซึมน้ำน้อยลง

ขอขอบคุณ : www.sanook.com