สูตรเอาชนะ..ความแห้งแล้งซ้ำซาก ทำไร่นาสวนผสม!

“เครียด-เบื่อ-ขุด” โมเดลเกษตรยคุใหม่ ช่วยเอาชนะความแห้งแล้งซ้ำซาก
.
นายลำไพ ขจรโมทย์ เกษตรกรต้นแบบเจ้าของไร่นาสวนผสมแห่งนี้ เล่าว่า มีพื้นที่ทำกิน 16 ไร่ เดิมเป็นนาข้าวทั้งหมด แต่ปลูกข้าวได้เพียงปีละครั้ง หน้าแล้งก็แล้งไม่มีน้ำเลย พอถึงหน้าฝนน้ำไหลหลากก็ได้รับผลกระทบอีก เป็นแบบนี้ซ้ำซากมาก จนกระทั่งมาลองศึกษาและเปลี่ยนแนวคิดจากการเริ่มศึกษาดูงานกับสำนักงานเกษตรอำเภอกุฉินารายณ์

ไปดูจุดนั้นจุดนี้หาข้อเปรียบเทียบกับของที่เรามี จนกระทั่งนำไปสู่การปรับเปลี่ยนการทำเกษตรของครอบครัว จากที่นาล้วนๆ นำมาแบ่งสัดส่วนตามหลักไร่นาสวนผสม

โดยเป็นพื้นที่ทำนาปี นาปรัง 6 ไร่ ปลูกไผ่ 1 ไร่ กล้วยน้ำว้า กล้วยหอมทอง และฝรั่ง 5 ไร่ และอีก 4 ไร่เป็นที่อยู่อาศัยและคอกวัว ภายในสวนขุดสระน้ำ ขุดยกร่องในสวน ขนาดกว้าง 2 เมตร ลึก 70 ซม. มีคันดินกว้าง 2.5 เมตร สามารถปลูกกล้วย และพืชสวนครัวหมุนเวียนไปตลอดทั้งปี ทั้งนี้ยังมีรายได้จากการขายใบตองอีกด้วย

นายลำไพเปิดเผยถึงสูตรสำเร็จของการทำไร่นาสวนผสมง่ายๆ คือ เซ็ง เครียด เบื่อ ขุด ขุดแล้วก็ปลูก ปลูกไปเรื่อยในที่ของตนเอง ผลผลิตออกมาก็เอาออกมาขาย เอาไว้กินบ้าง ทุกวันนี้มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 20,000 บาท แต่เราไม่ต้องซื้อหาอาหารเพราะมีอยู่ในสวน

สินค้าในสวนหลักๆ คือใบตองได้สัปดาห์ละ 100 กก. กล้วยน้ำว้า กล้วยหอมทอง 150 กก. ฝรั่ง ข่า ตะไคร้ พริก และหน่อไม้ ซึ่งผลผลิตทางการเกษตรผ่านมาตรฐาน GAP เรียบร้อย

ขอบคุณภาพ-ข้อมูล

https://mgronline.com/local/detail/9650000061850

#ภัยแล้ง#ข่าวเกษตร#เกษตรนิวส์

ต้นกล้วย แปรรูปได้ทั้งต้น!!

แปรรูปได้ทั้งต้น! เกษตรกรสุโขทัยแปรรูปต้นกล้วยทำบรรจุภัณณ์ลดโลกร้อน-ทำเครื่องดื่ม

ล่าสุด ทางกลุ่มฯยังได้พัฒนาต่อยอดการใช้ประโยชน์จากกล้วยตานีแบบครบวงจร ที่เดิมแค่ตัดใบตองสดขาย และใบแห้งนำมาขึ้นรูปเป็นถ้วย-ชามใช้แทนโฟม ปัจจุบันยังนำกาบกล้วยจากลำต้น มาขึ้นรูปเป็นจานใส่อาหาร และสานเป็นหมวกด้วย ส่วนก้านใบตองก็ตากแห้ง หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ทำเป็นกันกระแทกในกล่องพัสดุ แล้วยังใช้ผสมกับจุลินทรีย์ทำเป็นปุ๋ยได้อย่างดี

และปลีกล้วยก็นำมาตากแห้ง ผสมกับสมุนไพรขิง-กระชาย แปรรูปเป็น “ชาปลีตอง” ชงดื่มบำรุงน้ำนม รักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ช่วยลดน้ำตาลในเลือด กระตุ้นระบบการย่อยอาหาร ลดจุกเสียดแน่นเฟ้อ ช่วยบำรุงตับ ไต หัวใจ กระดูก ปรับสมดุลความดันโลหิต

ส่วนยางกล้วยที่ดูเหมือนไร้ค่า ทำให้เสื้อผ้าเลอะเทอะ ซักออกยาก แต่ด้วยคุณสมบัตินี้เอง จึงนำมาใช้เพ้นท์ผ้า สร้างสรรค์งานศิลปะ ส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชน นอกจากนี้ยังแปรรูป “มะยงชิด-ละมุดอบแห้ง” อร่อยแบบธรรมชาติ ไร้สารเจือปน รสหวาน หนึบ เคี้ยวเพลิน ใครกินก็ติดใจ

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจศึกษาดูงาน เดินทางมาได้ที่วิสาหกิจชุมชนใบตองคลองกระจง เลขที่ 17/4 หมู่ที่ 1 ตรอกตามา ต.คลองกระจง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย

ขอบคุณภาพ-ข้อมูล

———-

ทักแชทปรึกษาปัญหาพืช 📲https://m.me/kasetnewstv

📲 ไลน์ @Kasetnews หรือกด 👇

https://line.me/ti/p/%40kasetnews

———-

📲กด Like 👍 และ ติดตามเพจ 🌟

เพื่อรับข่าวสารด้านเกษตรก่อนใครได้ที่นี่

———-

#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI 📺 หมายเลข 72

———-

#ต้นกล้วย#ข่าวเกษตร#เกษตรนิวส์

ปลูกผักในโอ่ง!!

ซื้อผักบุ้งแก้วหรือผักบุ้งอื่นในตลาดมาเรามักกินเฉพาะยอดแล้วตัดโคนทิ้งไป โดยทราบหรือไม่คะว่าเราสามารถปลูกผักบุ้งได้จากโคนให้กลายเป็นต้นผักบุ้งและเมื่อตัดแล้วผักบุ้งก็ยังสามารถเกิดยอดขึ้นมาใหม่ได้เรื่อยๆ ถ้าได้รับการบำรุงที่มากพอ

วันนี้จึงขอนำเสนอการปักชำผักบุ้งจากโคนให้ได้ผลดีโดยวิธีนี้จะปลูกในโอ่งซึ่งสามารถเก็บความชื้นได้ดีและเคลื่อนย้ายง่ายค่ะ

สิ่งที่ต้องเตรียม

1. โคนผักบุ้งหรือเมล็ดผักบุ้ง

2. โอ่งมังกร ไม่ต้องเจาะก้นโอ่ง

3. ดินสำหรับปลูกหรือใยสังเคราะห์

4. ตะกร้าเลือกขนาดเล็กกว่าก้นโอ่ง

5. กระสอบป่าน

วิธีการทำ

1. เริ่มขั้นตอนแรกให้นำดินปลูกหรือใยสังเคราะห์ใส่ลงในตะกร้า โดยใส่ให้มีความหนาจากก้นตะกร้าขี้นมาประมาณคืบหนึ่ง

2. จากนั้นนำโคนผักบุ้งเรียงลงในตะกร้าให้แน่นเต็มตะกร้า แต่ถ้ามีเมล็ดพันธุ์ผักบุ้งก็สามารถปลูกด้วยเมล็ดได้ ด้วยการหว่านเมล้ดลงในตะกร้าได้เช่นเดียวกันแต่ระวังอย่าให้หนาแน่นมากเกินไป

3. ขั้นต่อมาให้นำตะกร้าเพาะลงในโอ่ง แล้วรดน้ำตามลงไปให้ชุ่ม โดยผักบุ้งนั้นห้ามขาดน้ำโดยเด็ดขาดต้องหมั่นเช็คว่ามีน้ำเพียงพอในการปลูก

4. เมื่อเวลาผ่านไป 7 วัน จะสังเกตได้ว่าผักบุ้งเริ่มเกิดใบใหม่ออกมาจากโคน แต่ถ้าหากว่าปลูกด้วยเมล็ดก็เริ่มมีต้นอ่อนของบุ้งเริ่มออกมาให้เห็น

5. นำกระสอบป่านที่เตรียมไว้มาคลุมไว้ที่ปากโอ่ง เพื่อพรางแสงบางส่วนและเก็บรักษาความชื้นในการปลูกผักบุ้งให้ได้มากที่สุด

6. เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 20-30 วัน จะพบว่าผักบุ้งจะเจริญเติบโตเต็มที่และแทงยอดสูงขึ้นมาถึงปากโอ่งแล้วก็ให้นำกระสอบป่านออกแล้วสามารถตัดยอดออกไปรับประทานได้เลยค่ะ

7. เมื่อตัดยอดออกไปรับประทานแล้วให้ทำการบำรุงผักบุ้งให้เกิดยอดใหม่ ด้วยการให้ฮอร์โมนไข่ผสมน้ำแล้วราดลงไปในโอ่ง ฮอร์โมนไข่จะไปช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตและเสริมให้ผักบุ้งที่เกิดมาใหม่ออกยอดอวบค่ะ

การใช้โอ่งในการปักชำผักบุ้งจะช่วยเก็บความชื้นภายในได้ดีและเมื่อใส่ฮอร์โมนหรือน้ำบำรุง ผักบุ้งจะได้รับการบำรุงเต็มที่เพราะสารอาหารทั้งหมดจะไม่ไหลออกไปไหนอยู่ในโอ่งให้ดูดซึมได้เต็มที่ค่ะ

ทักแชทสั่งแคปซูล 📲https://m.me/greencapsulenano

☎️โทรเลย 02-104-9999 ,085-776-0707

📱ไลน์ @KasetNano หรือคลิ๊ก 👇https://lin.ee/gZhE35m

———-

👇 สั่งเลยได้ทุกร้าน 👇

🛍 ลาซาด้า :https://www.lazada.co.th/kasetpure

🛍 ชอปปี้ :https://shopee.co.th/kasetpure

🛍 ไลน์ชอป :https://shop.line.me/@kasetpure

💻รับชมคลิปรีวิวปลูกพืชได้ทุกชนิดhttps://bit.ly/กรีนนาโนสารอินทรีย์

#เกษตรอินทรีย์#กรีนนาโน

ตู้เย็นเก่า ปลูกเห็ดไม่ง้อโรงเรือน!!

วันนี้มาชวนใช้ของเหลือใช้นำมาสร้างประโยชน์กันอีกแล้ว นั่นคือ การใช้ตู้เย็นเก่ามาเพาะเห็ด นั่นเองค่ะ ตู้เย็นเก่าเสียแล้วบางครั้งตู้เย็นไม่เย็นไฟไม่เข้าซ่อมไม่ได้แล้วหลายคนก็มักจะนำไปขายของเก่าเนื่องจากไม่รู้ว่าจะนำมาทำประโยชน์อะไรดี วันนี้จึงชวนนำมาเพาะเห็ดกันค่ะ

โดยลักษณะทั่วไปของตู้เย็นสามารถเก็บและรักษาอุณหภูมิได้ดี ซึ่งสามารถกลายเป็นโรงเรือนเฉพาะกิจที่ใช้ได้ดีสำหรับผู้ที่อยากเริ่มเพาะเห็ดและไม่ต้องลงทุนเยอะค่ะ

ชนิดเห็ดที่แนะนำให้เพาะ : เห็ดนางฟ้าภูฐาน เนื่องจากเป็นเห็ดที่เพาะง่าย รสชาติดี มีอายุพักเชื้อสั้นด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มปลูก

วิธีการใช้ตู้เย็นเก่ามาเพาะเห็ด

1. เริ่มขั้นตอนแรกด้วยการนำตู้เย็นเก่ามาเช็ดทำความสะอาดให้ภายในมาสะอาดดีแล้วนำมาตั้งไว้ในที่ร่ม

2. จากนั้นให้นำก้อนเชื้อเห็ดมาทำการเปิดดอกเห็ด เปิดหน้าก้อนเก็ดแล้วค่อยๆ เรียงในตู้เย็นโดยหันจุกออกด้านนอก

3. ขั้นต่อมาให้ฉีดน้ำเป็นละอองฝอยบนก้อนเ ชื้ อ เห็ด ในทุกวัน วันละ 3 เวลา เช้า-กลางวัน-เย็น และระมัดระวังอย่าให้น้ำเข้าสู่ก้อนเชื้อเห็ดเด็ดขาด

4. ขั้นตอนสุดท้ายให้นำแสลนหรือกระสอบป่านมาปิดคลุมตู้เย็นไว้เพื่อรักษาความชื้นไว้ภายในตู้ให้ได้มากที่สุด

5. เมื่อเวลาผ่านไป 5-7 วันก็จะพบว่าเริ่มมีดอกเห็ดเป็นตุ่มเล็กๆขึ้นมาให้เห็นและในไม่กี่สัปดาห์เห็ดก็จะเริ่มออกดอกใหญ่ขึ้นพร้อมเก็บได้เลยค่ะ

ตู้เย็น 1 ตู้ จะสามารถใส่ก้อนเชื้อเห็ดได้ประมาณ 30-40 ก้อน ลงทุนอยู่ที่ 400-500 บาท/ตู้ ซึ่งตู้เย็นสามารถเก็บรักษาอุณหภูมิที่เหมาะกับการเจริญเติบโตของเห็ดและสามารถจุก้อนเห็ดได้เยอะมาก

ใครมีตู้เย็นเก่าอย่าทิ้งเอามาเพาะเห็ดทำโรงเรือนง่ายๆกันนะคะ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน

ขอบคุณภาพและข้อมูล

postnoname

สั่งดินน้ำทักแชท 📲https://m.me/Kasetgreens

———-

👇 สั่งเลยได้ทุกร้าน 👇

🛍 ซื้อที่ลาซาด้า :https://www.lazada.co.th/kasetpure

🛍 ซื้อที่Shopee :https://shopee.co.th/greenpurekaset

🛍 ซื้อผ่านไลน์ :https://shop.line.me/@kasetgreen

———-

⚡ จัดส่งฟรี ทั่วประเทศ

⚡ มีบริการเก็บเงินปลายทาง

———-

สั่งเขียวขจีทักแชท 📲https://m.me/Kasetgreens

☎️ สนใจโทร : 082-662-6465

📱 ไลน์ :@KasetGreen หรือ https://lin.ee/9OMs2zc

#เกษตรอินทรีย์#เขียวขจีนาโนฉีดอะไรก็งาม#ดินน้ำ

กระดาษ ทำจากต้นปาล์ม!!

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ 279319557_1883754945143808_1213408747426157632_n-1024x1024.jpg

ม.ทักษิณ เผยงานวิจัย ‘กระดาษทำจากต้นปาล์มที่โค่นทิ้ง’ ลดขยะทางการเกษตร

ผศ.ดร.นันทรัตน์ พฤกษาพิทักษ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ได้คิดค้นงานวิจัย “การพัฒนาบรรจุภัณฑ์กระดาษที่มาจากต้นปาล์ม” โดยการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (กองทุนส่งเสริม ววน.) เพื่อลดปริมาณขยะทางการเกษตร และช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย

ปาล์มน้ำมัน (Oil palm) จัดเป็นพืชผสมข้ามใบเลี้ยงเดี่ยว อยู่ในวงศ์ปาล์ม และเป็นพืชยืนต้นที่สามารถให้ผลผลิตทะลายสดได้ตลอดปี เริ่มจากที่ปาล์มมีอายุได้ประมาณ 2 ปีครึ่งหลังจากปลูก และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตทะลาย สดได้นานกว่า 20 ปี อีกทั้งยังเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศไทยอีกด้วย

โดยนวัตกรรมชิ้นนี้ ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ย่อยสลายง่าย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย โดยในอนาคตจะมีการพัฒนาต่อยอด ผลิตให้เป็นลักษณะแผ่นบาง สำหรับนำมาห่อเป็นกระดาษของขวัญ เนื่องจากกระดาษจากเส้นใยปาล์มสามารถย่อยสลายได้ดีในธรรมชาติ

ทั้งนี้ บรรจุภัณฑ์กระดาษที่มาจากต้นปาล์มยังไม่ได้ทำเป็นรูปแบบเชิงพาณิชย์ เนื่องจากยังมีขั้นตอนการเพิ่มประสิทธิภาพเกี่ยวกับความสามารถในการต้านการซึมน้ำ โดยขณะนี้กำลังศึกษาการนำพอลิเมอร์ที่ย่อยสลายได้มาเคลือบตัวเยื่อของลำต้นปาล์มอีกครั้ง เพื่อให้ตัวผลิตภัณฑ์กระดาษจากต้นปาล์ม สามารถสัมผัสกับอาหารได้ โดยไม่รั่วซึม

ขอบคุณภาพ-ข้อมูลhttps://mgronline.com/greeninnovation/detail/9650000038319

ปรึกษาปัญหาเกษตรโทร.02-104-9999

ทักแชท 📲https://m.me/kasetnewstv

📲 ไลน์ @Kasetnews หรือกด 👇https://line.me/ti/p/%40kasetnews

🚨 ช่องทำเกษตรอินทรีย์ 👉https://bit.ly/เกษตรเพียวเพียว

—————————

📲กด Like 👍 และ ติดตามเพจ 🌟

เพื่อรับข่าวสารด้านเกษตรก่อนใครได้ที่นี่

#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI 📺 หมายเลข 72

#ปาล์มน้ำมัน#เกษตรนิวส์

แปลกแต่จริง!ฉี่ทำปุ๋ยให้พืช

ทุกวันนี้ การฉี่รดพืชอาหารของคุณอาจถือได้ว่าเป็นการทำร้ายสวนที่เลวร้ายและแปลกประหลาด แม้ว่าการฝึกฝนจะได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประโยชน์มาเป็นเวลาหลายพันปีแล้วก็ตาม แต่ความเกียจคร้านที่ทันสมัยของเราทำให้ชาวสวนและเกษตรกรต้องพึ่งพาปุ๋ยราคาแพงเพื่อให้พืชได้รับสารอาหารที่จำเป็นมากซึ่งพบได้ในฉี่ของเรา

ทีมงานที่นำโดยสถาบันวิจัยการเกษตรแห่งชาติของนักวิจัยชาวไนเจอร์ Hannatou Moussa ได้พิจารณาถึงการรื้อฟื้นการปฏิบัติแบบโบราณนี้ ซึ่งใช้กันในบางส่วนของเอเชีย โดยใช้ฉี่เป็นปุ๋ย แน่นอนว่ามีความทันสมัยบางอย่าง เช่น การล้างพิษเพื่อให้ทุกคน ปลอดภัย

ผู้หญิงเหล่านี้มักจะลงเอยด้วยการปลูกเมล็ดพืชหลักในภูมิภาค นั่นคือ ข้าวฟ่างมุก ( Cenchrus americanus ) ในทุ่งที่ขาดแคลนสารอาหารมากที่สุด อย่างแรก ผู้หญิงตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ให้ปุ๋ยว่า Oga ซึ่งแปลว่า “เจ้านาย” ในภาษาอิกโบ ทั้งนี้เพื่อช่วยให้อุปสรรคทางสังคม ศาสนา และวัฒนธรรมเป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อเปิดการอภิปรายเกี่ยวกับการใช้ปัสสาวะของมนุษย์

อย่างแรก ผู้หญิงตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ให้ปุ๋ยว่า Oga ซึ่งแปลว่า “เจ้านาย” ในภาษาอิกโบ ทั้งนี้เพื่อช่วยให้อุปสรรคทางสังคม ศาสนา และวัฒนธรรมเป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อเปิดการอภิปรายเกี่ยวกับการใช้ปัสสาวะของมนุษย์

จากนั้นอาสาสมัครจะถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกยังคงใช้วิธีการทำฟาร์มแบบเดิม ๆ ในขณะที่กลุ่มที่สองใช้ Oga ที่มีและไม่มีมูลสัตว์ในแปลงทดลองหลังจากได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับวิธีการใช้อย่างปลอดภัย

การทำปุ๋ยทางอุตสาหกรรมมักเกี่ยวข้องกับการขุดแร่ที่มีฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมอย่างเข้มข้น การเผาไหม้ก๊าซธรรมชาติที่อุณหภูมิสูงจะดักจับไนโตรเจนที่จำเป็นมากจากอากาศที่เราหายใจเข้าไป ซึ่งเป็น ปฏิกิริยาเคมี ที่ ทำให้เกิด คาร์บอนไดออกไซด์เข้มข้นที่สุดปฏิกิริยาหนึ่ง เหนือสิ่งอื่นใด พืชใช้องค์ประกอบทั้งสามนี้ในการสังเคราะห์ด้วยแสง

ดังนั้นผู้หญิงจึงได้รับการฝึกอบรมในกระบวนการฆ่าเชื้อนี้และวิธีเจือจาง Oga ที่เป็นผลสำหรับการใช้งาน ในช่วงสองสามปีแรก พวกเขาใช้ Oga ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ และเมื่อประสบความสำเร็จ พวกเขาก็สามารถลองใช้ Oga เพียงอย่างเดียวได้

ตลอดสามปี (พ.ศ.2556-58) และการทดลอง 681 ครั้ง ผู้ที่ใช้ Oga พบว่าผลผลิตข้าวฟ่างมุกเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 30 เปอร์เซ็นต์ ความแตกต่างชัดเจนมากจนผู้หญิงคนอื่น ๆ ในพื้นที่เริ่มใช้ Oga

“Oga เป็นตัวเลือกปุ๋ยที่มีความเสี่ยงต่ำและมีข้อมูลทางการเงินต่ำ ซึ่งพร้อมสำหรับการเผยแพร่ในพื้นที่ทราย Sahelian ที่มีระดับผลผลิตลูกเดือยมุกต่ำ” นักวิจัยเขียนไว้ในรายงาน

ขอบคุณข้อมูล
https://www.thaiquote.org/content/247327

วิธีเพาะเห็ดฟางในบ่อปูนซีเมนต์!!

สอนแบบละเอียด วิธีเพาะเห็ดฟางในวงบ่อปูน ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่า วงบ่อปูนนั้นเหมาะสำหรับการเพาะเห็ดมากๆ เนื่องจากด้านในมีอากาศเย็นตลอดเวลา เมื่อชุ่มน้ำก็สามารถกักเก็บความชื้นไว้ได้ดี สภาพอากาศเหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของเห็ด จึงทำให้วงบ่อปูนนั้นเหมาะสำหรับการเพาะเห็ดมากๆ

วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

1. ฮอร์โมนไข่ครึ่งลิตร

2. ปุ๋ยยูเรียครึ่งกิโลกรัม (หากไม่มี ไม่ต้องใช้ก็ได้)

3. ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ครึ่งกิโลกรัม (หากไม่มี ไม่ต้องใช้ก็ได้)

4. กากน้ำตาลครึ่งกิโลกรัม

5. แป้งข้าวเหนียวครึ่งกิโลกรัม

6. ฟางข้าว

7. ปุ๋ยคอก

8. เชื้อเห็ดฟาง

9. วงบ่อปูน

วิธีเพาะเห็ดฟางในวงบ่อปูน

1. เริ่มต้นจากเทส่วนผสมทั้งหมดลงในถัง ปุ๋ยยูเรีย ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ฮอร์โมนไข่ แป้งข้าวเหนียว ก ากน้ำตาล แล้วผสมให้เข้ากัน

2. หลังจากนั้นนำฟางลงไปแช่ในถัง โดยให้ฟางเปียกน้ำทั้งหมด 1 คืน เพื่อล้างน้ำยากันเชื้อราในฟางข้าว (เนื่องจากในฟางข้าวมักจะฉีดน้ำยากันเชื้อราเอาไว้ หากนำมาเพาะเห็ดฟางเลย เห็ดอาจจะไม่ขึ้นได้)

3. หลังจากแช่ฟางข้าว 1 คืน แล้ว ให้นำฟางที่ชุ่มน้ำไปใส่ในวงบ่อปูนหนาจากพื้นประมาณ 10 ซม. เกลี่ยฟางให้เสมอกัน กดให้แน่นเล็กน้อย

4. หลังจากนั้นโรยปุ๋ยคอกให้ทั่วบ่อซีเมนต์ พอให้ท่วมฟางข้าว

5. นำเชื้อเห็ดฟางผสมรวมกันกับแป้งข้าวเหนียว ปริมาณเท่ากัน

6. จากนั้นโรยเชื้อเห็ดฟางให้ทั่วแล้วนำน้ำที่แช่ฟางรดให้ทั่ว

7. นำวงบ่อไว้ในที่ร่ม นำแผ่นพลาสติกและตะแกรงมาปิดไม่ให้แสงเข้าเป็นขั้นตอนสุดท้าย

8. ทำการรดน้ำทุกวัน เช้า-เย็น ให้สม่ำเสมอ ทำให้วงบ่อปูนมีความชื้นตลอดเวลา พอครบ 3-4 วัน ให้เปิดดูจะเริ่มเห็นเป็นขุยสีขาวๆ แสดงว่าเห็ดเริ่มเจริญเติบโตแล้ว

หลังจากนั้นประมาณ 2 สัปดาห์ เห็ดฟางจะออกดอกให้ได้เก็บเกี่ยวผลผลิต

ขอบคุณภาพและข้อมูล

postnoname

ทักแชทสั่งแคปซูล 📲https://m.me/greencapsulenano

☎️โทรเลย 02-104-9999 ,085-776-0707

📱ไลน์ @KasetNano หรือคลิ๊ก 👇

http://line.me/ti/p/@kasetnano

💻รับชมคลิปรีวิวปลูกพืชได้ทุกชนิดhttps://bit.ly/กรีนนาโนสารอินทรีย์

#เกษตรอินทรีย์#นาโนที่ถูกที่สุดในท้องตลาด

วิธีปักชำขนุน! รากงอกไว

ขนุนสามารถขยายพันธุ์ได้หลากหลายวิธีไม่ว่าจะเป็น การใช้เมล็ด ทาบกิ่ง ปักชำ ตอนกิ่ง หลากหลายวิธี แต่วันนี้ขอนำเสนอวิธีปลูกขนุนจากใบซึ่งสามารถเพาะให้เป็นต้นใหญ่ได้ง่ายๆ โดยวิธีนี้สามารถทำได้ไม่ยากและใช้เวลาไม่นานค่ะ

วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
1. ใบขนุน
2. ดินร่วน
3. ปุ๋ยคอก
4. หอมแดง
5. กะละมัง

วิธีการปักชำขนุนด้วยใบ
1. เริ่มขั้นตอนแรกด้วยการเลือกใบขนุน เลือกใบที่โตเต็มที่และสมบูรณ์ไม่มีร่องรอยการทำทำลายของศัตรูพืช ตัดใบให้ติดก้านขนุนมาเล็กน้อย
2. จากนั้นให้ปักก้านใบลงในหอมแดงระวังอย่าให้ก้านใบเสียหาย โดยหอมแดงช่วยเร่งการเจริญเติบโตของรากและเสริมให้แข็งแรงไม่ติดโรคง่าย เสียบทิ้งไว้เป็นเวลา 15 นาที
3. เมื่อครบเวลาแล้วให้ดึงหอมแดงออกแล้วค่อยๆกดส่วนก้านใบลงในดินสำหรับปลูกที่เตรียมใส่กระถางไว้แล้วนำดินกลบบางๆ โดยดินนี้ให้ทำการผสมดินร่วนและปุ๋ยคอกใส่กระถางเตรียมไว้ก่อนแล้ว
4. ปลูกเรียบร้อยให้ทำการรดน้ำตามให้ชุ่มแล้วนำกะละมังขนาดใหญ่มาคลุมกระถางปลูกไว้ คล้ายการปักชำแบบควบแน่นแบบง่ายๆ
5. ระหว่างปลูกให้รดน้ำสม่ำเสมออย่าให้ดินแห้งขาดน้ำเพราะอาจจะทำให้ใบขนุนเจริญเติบโตออกรากไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็น เมื่อรดน้ำแล้วก็คลุมกะละมังไว้ดังเดิม
6. เมื่อเวลาผ่านไปเป็นเวลา 60-70 วัน ก็จะพบว่าใบขนุนที่เราเอามาเพาะนั้นเจริญเติบโตแข่งกันออกยอดอ่อนมาให้เห็น ก็เป็นอันว่าใช้ได้พร้อมลงปลูกต่อไปค่ะ
7. เมื่อลองเช็คบริเวณก้านติดใบก็พบว่ารากเจริญเติบโตออกเป็นแขนงแข็งแรงดีทีเดียว สามารถขุดไปปลูกลงแปลงต่อได้เลยค่ะ
การปลูกขนุนด้วยใบนั้นเป็นวิธีที่ไม่ยากที่สำคัญทำกระถางเดียวได้หลายต้นเลยค่ะ ไม่ต้องหากิ่งพันธุ์ให้วุ่นวายลองทำดูกันนะคะ

ขอบคุณภาพและข้อมูล
postnoname
#ขนุน

ปลูกต้นแคเตี้ย!เก็บง่ายดูแลทั่วถึง!

สิ่งที่ต้องเตรียม

1. ต้นกล้าแคขนาด 30 เซนติเมตร

2. กระถางขนาดกว้าง 12-15 นิ้ว

3. ดินสำหรับปลูก

4. น้ำสะอาด

วิธีการทำแคต้นเตี้ย

1. เริ่มขั้นตอนแรกด้วยการนำต้นกล้าแคที่เตรียมไว้อาจเป็นต้นที่มาจากการเพาะเมล็ดหรือปักชำก็ได้ มาปลูกลงกระถาง

2. จากนั้นให้ทำการเด็ดยอดของต้นแคออก และเด็ดใบต้นแคที่อยู่ใกล้ๆโคนออกจนเหลือใบอยู่ประมาณ 4-5 ใบต่อต้น

3. ขั้นต่อมาให้ทำการรดน้ำต้นแคส่ำเสมอและตั้งไว้ในที่แสงแดดรำไร ต้นแคก็จะเริ่มเติบโตและเกิดใบใหม่ขึ้น

4. เมื่อเวลาผ่านไป 1 เดือน กิ่งใหม่จะงอกขึ้นออกมาจากจุดที่เราเด็ดใบทิ้งไป ซึ่งกิ่งใหม่ก็จะเจริญเติบโตเป็นพุ่มขยายออกด้านข้างแทนที่จะเป็นพุ่งขึ้นเป็นต้นสูงใหญ่

5. ปลูกด้วยวิธีนี้แคก็สามารถเติบโตในกระถางไม่กลายเป็นต้นสูงใหญ่และดอกก็จะเริ่มออกขณะที่ต้นสูงประมาณ 2-3 ฟุต ในช่วงการปลูกก็เน้นให้น้ำอย่างสม่ำเสมอแทบจะไม่ต้องให้ปุ๋ยบำรุงค่ะ

ข้อแนะนำในการปลูก

เมื่อพบเจอศัตรูพืช ให้พยายามหยิบออกหรือให้น้ำหมักไล่ศัตรูพืชอย่าปล่อยให้มารบกวนต้นแคมากนักเพราะเมื่อมากัดกินใบมากเข้าอาจทำให้ไม่รอดได้ค่ะ

ทริคในการเพาะเมล็ดแคให้เป็นเร็ว

1. ใช้ฝักแคที่ออกสีเป็นสีน้ำตาลซึ่งถือว่าแก่จัดพร้อมนำไปเพาะ

2. นำเมล็ดแคมาแช่น้ำไว้ 12 ชั่วโมง เลือกเอาแต่เมล็ดที่จมน้ำ เมล็ดที่ลอยน้ำให้คัดทิ้งไป

3. นำผ้าชุบน้ำหมาดๆมาห่อเมล็ดแคที่ผ่านการแช่น้ำมาแล้วนำใส่กล่องปิดฝาไว้ 12 ชั่วโมง เพื่อทำการบ่มให้เมล็ดเกิดราก

4. จากนั้นให้เลือกเมล็ดที่มีรากอ่อนงอกออกมาลงดินปลูกแล้วนำไปตั้งไว้ในที่แดดรำไร เมื่อเวลาผ่านไป 3 วันก็จะพบว่ากล้าต้นแคขึ้นประมาณหนึ่งคืบพร้อมลงปลูกในกระถางได้แล้วค่ะ

ถือเป็นเทคนิคการทำต้นแคเตี้ยง่ายๆโดยไม่ต้องไปซื้อพันธุ์มาปลูกก็สามารถทำได้เองจากต้นแคปกติกลายเป็นแคเตี้ย วิธีนี้ได้ผลและรอดแน่นอนค่ะ

Credit : http://postnoname.com/teach-how-to-make-a-normal-cayenne…/

สำหรับที่บ้านใครปลูกต้นแคไว้อยู่แล้วแต่ดอกไม่ดก โรคแมลงเยอะแต่ไม่อยากใช้สารเคมี ตัวนี้ช่วยคุณได้ ‘เขียวขจีเม็ดฟู่’ อาหารพืชครบในเม็ดเดียว ช่วยเพิ่มผลผลิต ติดดอกง่าย ต้นสมบูรณ์แข็งแรง ลดต้นทุนใสุ่ปุ๋ย ตอบโจทย์คนงบน้อย

โรครากเน่าโคนเน่า!! ปัญหาหน้าฝน

เริ่มเข้าสู่ฤดูฝน สภาพอากาศและสภาพดิน มีความชื้นสูง ซึ่งเป็นสาเหตุของโรครากเน่าโคนเน่า
มาทำความเข้าใจกับปัญหาเหล่านี้และวิธีการการป้องกันกันเลย 

#ลักษณะอาการ
-เกิดแผลสีน้ำตาลส่วนโคนและราก สังเกตเห็นได้ว่าดูที่รากจ ะพบว่ารากฝอยเน่าถอดปลอก รากแขนงหรือราก ขนาดโตเน่าเปื่อยยุ่ย ถ้าเป็นมากอาจถึงต้นตายได ในเวลาอันรวดเร็ว พบเส้นใยของเชื้อราบริเวณโคนลำต้น หรือบริเวณดิน
รอบโคนต้น
-นอกจากนั้นยังมีสาเหตุอื่นๆ อีกที่ทำให้รากเน่า เช่นน้ำท่วมขัง ดินเหนียว การใช้สารเคมีผิด และพิษจากปุ้ยเคมี เป็นต้น

#การป้องกัน✅
1.ป้องกันอย่าให้น้ำขังหรือแฉะที่โคนต้น เพราะเป็นสาเหตุทำให้เกิดเชื้อรา
2.ปรับสภาพดินปลูกให้โปร่ง โดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อให้ดินระบายน้ำอากาศดี
3.ตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง เพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวก แสงแดดส่องมาถึงโคน
4.ควรหลีกเลี่ยงที่ทำให้โคนต้น รากเกิดบาดแผล เพราะเชื้อราจะเข้าทำลายได้ง่าย
5.หากต้นทรุดโทรม ควรบำรุงต้นด้วยการให้ธาตุอาหารทางใบ

Credit : สำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้, ฝ่ายวิจัยโรควิทยาป่าไม้ ส่วนแมลงและจุลชีววิทยาป่าไม้, โรครากเน่าโคนเน่าในต้นไม้ใหญ่

-ถ้าท่านกำลังมองหาตัวช่วยดีๆ
ทางเราขอแนะนำ ดินน้ำ!
-ลดปัญหา เชื้อรา รากเน่า โคนเน่า และฟื้นฟูต้นพืชที่โทรมได้อีกด้วย ไม่ลองไม่ได้แล้วน้า 💯

พิเศษสุดๆ จากราคา 1290 บาท  ลดเหลือ 650 บาท 

 จัดส่งฟรี  เก็บเงินปลายทางได้

‍ทักแชทได้เลย
m.me/KasetDinnum

แอดไลน์ @KasetGreen หรือคลิ๊ก 
https://line.me/ti/p/%40KasetGreen

ปรึกษาปัญหาพืชฟรี  02-104-9999,082-662-6465

#ดินน้ำ#เกษตร#เกษตรเพียว#เขียวขจีดินน้ำ#ลดต้นทุน#สินค้าเกษตรอันดับ1