เจอทุกหน้าฝน ‼️กรมวิชาการเกษตรเตือนสวนลำไย เฝ้าระวัง ‘โรคราน้ำฝน’ พร้อมแนะนำวิธีการแก้ปัญหาเบื้องต้น

เจอทุกหน้าฝน ‼️กรมวิชาการเกษตรเตือนสวนลำไย เฝ้าระวัง ‘โรคราน้ำฝน’ พร้อมแนะนำวิธีการแก้ปัญหาเบื้องต้น
—————————
ระยะนี้จะมีฝนตกและฝนตกหนักบางพื้นที่ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรชาวสวนลำไยเฝ้าระวังการระบาดของโรคราน้ำฝน จะพบการระบาดในช่วงที่ต้นลำไยติดผลอ่อน แตกใบอ่อน และช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต การแสดงอาการที่ใบ กิ่ง และยอด ใบอ่อน กิ่งอ่อน และยอดอ่อนไหม้เป็นสีน้ำตาลเข้ม มักพบเส้นใยสีขาวขึ้นฟูปกคลุมกิ่งอ่อนและยอดอ่อน
.
ต่อมาส่วนที่เป็นโรคจะแห้งตายอย่างรวดเร็ว หากระบาดรุนแรง จะทำให้ใบและยอดไหม้ทั่วทั้งต้น การแสดงอาการที่ผล ในระยะผลอ่อนบริเวณเปลือกผลอ่อนและขั้วผลมีสีน้ำตาลเข้ม ส่วนในระยะผลที่ยังแก่ไม่เต็มที่ จะพบผลแตกและเน่า มักพบเส้นใยสีขาวขึ้นฟูคลุม และผลจะหลุดร่วงในที่สุด
.
หากพบเริ่มระบาด ให้เกษตรกรหมั่นสำรวจสวนลำไยและทำความสะอาดกำจัดวัชพืชโคนต้น เก็บกวาดเศษซากพืชส่วนกิ่ง ใบ ผลที่เป็นโรคใต้ต้นไปเผาทำลายนอกสวนอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกชุก จากนั้นควรตัดแต่งกิ่ง ใบ และทรงพุ่มต้นลำไยให้โปร่ง อากาศถ่ายเทสะดวก
.
ลดการสะสมความชื้นใต้ทรงพุ่มไม่ให้มีมากเกินไป อีกทั้งเกษตรกรควรล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ทางการเกษตรต่างๆ ให้สะอาด และผึ่งแดดให้แห้งหลังการใช้งานทุกครั้งอยู่เสมอ เมื่อได้นำไปใช้กับต้นที่เป็นโรคในสวนที่มีการระบาดก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ในครั้งต่อไป
.
สำหรับในสวนลำไยที่พบการระบาดของโรคราน้ำฝนเป็นประจำ หลังตัดแต่งกิ่งและทำความสะอาดสวนแล้ว ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืชเมทาแลกซิล 25% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 50-60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารฟอสอีทิล-อะลูมิเนียม 80% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 80 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารแมนโคเซบ + เมทาแลกซิล-เอ็ม 68% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 30-50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร โดยพ่นให้ทั่วทั้งต้น ทุก 5-7 วัน และหยุดพ่นก่อนการเก็บเกี่ยวผลผลิตลำไยอย่างน้อย 15 วัน

ขอบคุณข้อมูล
https://www.newsplus.co.th/around-town/16810/
—————————
?กด Like ? และ ติดตามเพจ ?
เพื่อรับข่าวสารด้านเกษตรก่อนใครได้ที่นี่
#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI ? หมายเลข 72

#เกษตรนิวส์ #ข่าวเกษตร #ดรเพียวการเกษตร #ลำไย

? ปลูกอะโวกาโดแซมต้นกาแฟ ไอเดียแปลกใหม่ที่สร้างรายได้ให้ชาวเขาจังหวัดตาก

? ปลูกอะโวกาโดแซมต้นกาแฟ ไอเดียแปลกใหม่ที่สร้างรายได้ให้ชาวเขาจังหวัดตาก
—————————
จังหวัดตาก เป็นหนึ่งในพื้นที่ตัวอย่างของการบริหารจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนควบคู่กับการส่งเสริมอาชีพสร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่สูง สนองพระราชดำริของทั้งสองพระองค์ ในเรื่อง “สร้างป่า สร้างอาชีพ” ได้อย่างดีเยี่ยม จากเดิมที่ชาวบ้านเคยปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปลูกพืชผักประเภทกะหล่ำ ฯลฯ จนเต็มดอย ทุกวันนี้เกษตรกรชาวเขาในพื้นที่สูงเหล่านี้เริ่มหันมาปลูกไม้ยืนต้น เช่น ต้นอะโวกาโด คู่กับการปลูกต้นกาแฟ
.
“คุณหนึ่ง” คุณอิทธิพล กำลังมาก เกษตรกรหัวก้าวหน้า ในพื้นที่อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ที่ผันตัวเองมารับซื้อสินค้าเกษตรส่งขายในตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง และห้างสรรพสินค้าชื่อดังหลายแห่งในเมืองกรุง พาสื่อมวลชนไปเยี่ยมชมแหล่งปลูกอะโวกาโดในเขตพื้นที่ดอยมูเซอ จังหวัดตาก คุณหนึ่ง แนะนำให้รู้จัก “อาเปา” หรือ คุณศตวรรษ แซ่ว่าง เกษตรกรคนเก่ง ที่ปลูกอะโวกาโดคุณภาพดี จนประสบความสำเร็จมีรายได้ดีในระดับหนึ่ง
.
หลังจากเขาสังเกตบรรยากาศการซื้อขายสินค้าเกษตรที่ตลาดมูเซอใหม่มา 5-6 ปี พบว่า ผู้บริโภคชอบซื้ออะโวกาโดกันมาก แถมราคาไม่ตก อย่างน้อยเกษตรกรจะมีรายได้จากการขายผลผลิตไม่ต่ำกว่า 20-30 บาท ต่อกิโลกรัม ทำให้อาเปามั่นใจว่า อะโวกาโด เป็นไม้ผลเศรษฐกิจตัวใหม่ที่น่าปลูก เพราะปลูกดูแลง่าย แถมได้ราคาสูง สร้างรายได้ที่ดีอย่างแน่นอน
.
อะโวกาโด (avocado) เป็นผลไม้ที่มากคุณประโยชน์และดีต่อสุขภาพ สามารถรับประทานสดได้ มีไขมันชนิดไม่อิ่มตัวประมาณ 8-20 เปอร์เซ็นต์ ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย วิตามินสูง นอกจากให้คุณค่าทางอาหารแล้ว ยังเป็นวัตถุดิบเพื่อการสกัดน้ำมันในอุตสาหกรรม
.
เนื่องจากไม้ผลชนิดนี้เป็นพืชใหม่สำหรับเกษตรกรไทย ทำให้ขาดความรู้ในการเก็บเกี่ยวผลผลิต ส่งผลให้พบปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น การเก็บผลอ่อนเกินไป ผลผลิตช้ำเสียหาย หรือได้ผลผลิตเน่าเสีย อันเนื่องมาจากโรคและแมลงศัตรูเข้าทำลาย ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดตาก (ดอยมูเซอ) จึงได้นำเกษตรกรผู้ปลูกอะโวกาโดไปเรียนรู้เรื่องเทคนิคการปลูกอะโวกาโด ที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง เชียงใหม่
ขณะที่ต้นอะโวกาโดยังเติบโตได้ไม่เต็มที่ ระหว่างรอการเก็บเกี่ยว อาเปาปลูกฟักทอง เป็นพืชร่วมแปลง เพราะใช้ระยะเวลาปลูกสั้น แถมฟักทองยังเป็นพืชผักที่ตลาดต้องการตลอดทั้งปี นอกจากนี้ เขายังปลูกกาแฟแซมในแปลงปลูกอะโวกาโดอีกด้วย
.
อะโวกาโดสายพันธุ์แฮสส์ เป็นสินค้าขายดี อันดับ 1 แต่การทำน้ำหนักผลผลิตต่อไร่จะสู้อะโวกาโดพันธุ์ปีเตอร์สันไม่ได้ อย่างไรก็ตาม การปลูกอะโวกาโดหลากหลายสายพันธุ์ก็ช่วยให้มีรายได้ต่อเนื่อง ปีที่แล้วอาเปาเก็บผลผลิตออกขายได้ประมาณ 3 ตันกว่า ขายส่งในราคากิโลกรัมละ 60-70 บาท สร้างรายได้กว่าแสนบาท ซึ่งเป็นตัวเลขรายได้ที่เขาพึงพอใจ เพราะหักต้นทุนค่าใช้จ่ายแล้ว ยังเหลือผลกำไรก้อนโต

ขอบคุณข้อมูล
https://www.technologychaoban.com/bullet-new…/article_157954

☎️ปรึกษาปัญหาเกษตรโทร.02-104-9999
? ช่องทำเกษตรอินทรีย์ ? https://bit.ly/เกษตรเพียวเพียว
—————————
?กด Like ? และ ติดตามเพจ ?
เพื่อรับข่าวสารด้านเกษตรก่อนใครได้ที่นี่
#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI ? หมายเลข 72

#เกษตรนิวส์ #ข่าวเกษตร #ดรเพียวการเกษตร #อะโวกาโด

?ชวนสั่งผลิตภัณฑ์จาก LocalFarm แพลตฟอร์มตลาดกลางออนไลน์ ส่งตรงจากมือเกษตรกร

?ชวนสั่งผลิตภัณฑ์จาก LocalFarm แพลตฟอร์มตลาดกลางออนไลน์ ส่งตรงจากมือเกษตรกร
—————————
LocalFarm เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) และ เทคมีทัวร์ (TakeMeTour) ในการสร้างพื้นที่ตลาดกลางออนไลน์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและชุมชนท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 โดยพันธกิจของเขาก็คือการเป็นอีกช่องทางระบายผลผลิตคุณภาพดี ทั้งผัก ผลไม้ และผลิตภัณฑ์แปรรูป จากสวนพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศไทย
.
เป้าหมายของเขาก็ไม่ใช่แค่เพียงระบายผลผลิตของกลุ่มเกษตรกรเท่านั้น แต่ LocalFarm ยังมุ่งสร้างพื้นที่ให้เกษตรกรและผู้ซื้อได้มาใกล้ชิดกันมากขึ้น โดยไอเดียของเขาก็คือ หลังจากที่ส่งมอบความใส่ใจสู่กันและกันผ่านผักผลไม้ที่ถูกเด็ดเก็บสดมาจากสวน ผู้ซื้อจะเกิดความผูกพันกับคุณลุง คุณป้า คุณน้า คุณอา คุณพี่ ที่คอยส่งสินค้าดี ๆ ถึงประตูหน้าบ้านเราทุกวัน จนทำให้เราไปเยี่ยมเยียนเที่ยวชมสวนและชุมชนเหล่านี้กัน!
.
นอกจากเกษตรการจะได้ขายสินค้าแล้ว ผู้ซื้ออย่างเราก็ยังได้สินค้าเกษตรที่มีคุณภาพในราคายุติธรรมแบบไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง โดยแพลตฟอร์มนี้เขาสร้างขึ้นมาโดยไม่มีการหักค่าธรรมเนียม ค่าส่วนต่าง หรือค่าโฆษณาใด ๆ ทั้งเกษตรกรและผู้ซื้อสามารถใช้บริการผ่านแพลตฟอร์มโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ เลย (นอกจากค่าช้อป) จะเรียกว่าวิน-วินกันทุกฝ่ายก็ได้นะ
.
ผลิตภัณฑ์ที่เราเล็ง ๆ ไว้ ก็มีตั้งแต่ ส้มสายน้ำผึ้งสด ๆ จาก The Orange Hills สวนส้มสายน้ำผึ้งที่เปิดมานานกว่า 20 ปีตั้งแต่รุ่นพ่อ โดยมีจุดเริ่มต้นจากครอบครัวที่ชื่นชอบในการทานส้มอยู่แล้วจนขยายจากการปลูกไว้ทานเองเป็นสวนที่ขายทั้งปลีกและส่ง โดยส้มสายน้ำผึ้งของเขานั้นมีขายทั้งปี และเป็นส้มพรีเมียมคัดสรรอย่างดี จนกลายเป็นของขึ้นชื่อของ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเขาเก็บกันวันต่อวันด้วยล่ะ ไม่มีค้างสต็อกและไม่ใช้สารเคลือบผิว
.
ไอเทมน่าซื้อถัดมาคือ ข้าวบุญบันดาล จาก อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม ซึ่งเป็นผลผลิตจากแปลงนาบนพื้นที่ปลูกที่เป็นแหล่งภูมิศาสตร์ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ที่ชาวนาเขาช่วยกันรักษาระบบนิเวศของที่ดินผืนนี้ และเน้นกระบวนการปลูกข้าวที่เป็นการทำงานร่วมกับธรรมชาติอย่างค่อยเป็นค่อยไป ให้ต้นข้าวได้เติบโตตามฤดูกาลและปลูกตามกระบวนการอินทรีย์
.
อีกตัวหนึ่งที่เราสนใจก็คือ ชากุหลาบให้ฟีลสวย ๆ จาก กลุ่มเกษตรอินดี้ Organic Farm ซึ่งเป็นกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีใจรักธรรมชาติ โดยเป้าหมายของเขาคือการปรับเปลี่ยนการทำเกษตรเเบบใช้สารเคมีในชุมชนมาทำเกษตรอินทรีย์ เเละพืชที่ทางกลุ่มเขาใช้ในการส่งเสริมชาวบ้านในชุมชนก็คือ ดอกกุหลาบอินทรีย์ ที่นำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ
เข้าไปช่วยกันอุดหนุนผลิตภัณฑ์และเรียนรู้เรื่องราวของชาวเกษตรกรได้โดยตรงที่ takemetour.com/localfarm โดยสินค้าบางประเภทอาจมีการปรับเปลี่ยนราคาไปในแต่ละวันตามสภาพฤดูกาลนะ แต่ถ้าอยากได้ผัก ผลไม้ ส่งตรงสด ๆ ถึงบ้านทุกวัน ก็เว็บนี้เว็บเดียวจบจ้า

ขอบคุณข้อมูล
https://www.soimilk.com/shoppi…/news/localfarm-online-market

☎️ปรึกษาปัญหาเกษตรโทร.02-104-9999
? ช่องทำเกษตรอินทรีย์ ? https://bit.ly/เกษตรเพียวเพียว
—————————
?กด Like ? และ ติดตามเพจ ?
เพื่อรับข่าวสารด้านเกษตรก่อนใครได้ที่นี่
#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI ? หมายเลข 72

#เกษตรนิวส์ #ข่าวเกษตร #ดรเพียวการเกษตร

ขอเวลา 2 ปี‼️ รัฐบาลทุ่มงบกว่า 1.9 พันล้านบาท ผู้นำเกษตรอินทรีย์อาเซียน ลุยขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์ 1.3 ล้านไร่

ขอเวลา 2 ปี‼️ รัฐบาลทุ่มงบกว่า 1.9 พันล้านบาท ผู้นำเกษตรอินทรีย์อาเซียน ลุยขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์ 1.3 ล้านไร่
—————————
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ ครั้งที่ 1/2563 ว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการทำเกษตรอินทรีย์อย่างเต็มที่ เพราะจะเป็นประโยชน์กับตัวเกษตรกรและผู้บริโภคในประเทศ
.
โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบ แผนปฏิบัติการด้านเกษตรอินทรีย์ พ.ศ. 2560 – 2565 ด้วยการบูรณาการทำงานร่วมกัน 7 กระทรวง ประกอบไปด้วย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นการมุ่งเป้าภายใต้ 3 ยุทธศาสตร์ คือ

1)ส่งเสริมการวิจัย การสร้างและเผยแพร่องค์ความรู้ และนวัตกรรมเกษตรอินทรีย์
2)พัฒนาการผลิตผลิตและบริการเกษตรอินทรีย์
3)พัฒนาการตลาดสินค้าและบริการ และการรองรับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ในระดับชุมชน ประเทศ และภูมิภาคอาเซียน

ซึ่งขณะนี้กลุ่มประเทศอาเซียน ได้ตกลงที่จะจัดทำมาตรฐานกลางของอาเซียน หรือชื่อทางการว่า Mutual Recognition Arrangement for Organic Agriculture โดยในปีงบประมาณ 2564 จะมีโครงการ รวมทั้งสิ้น 209 โครงการ งบประมาณรวม 1.9 พันล้านบาท

โดยรัฐบาลขอเชิญชวนให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชเกษตรอินทรีย์เพราะนอกจากจะไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพแล้ว ยังจะเป็นช่องทางการเพิ่มรายได้อย่างมาก โดยภาครัฐมีแผนให้การสนับสนุนสินค้าเกษตรอินทรีย์ ตั้งแต่ระดับต้นทาง เช่น การพัฒนาสารชีวภัณฑ์ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การเพิ่มห้องปฏิบัติการตรวจรับรองผลผลิตให้ได้ตามมาตรฐาน ระดับกลางทาง เช่น การแปรรูปผลผลิต ปรับระบบโลจิสติกส์สินค้า และระดับปลายทาง

ขอบคุณข้อมูล
https://www.smartsme.co.th/content/240789

☎️ปรึกษาปัญหาเกษตรโทร.02-104-9999
? ช่องทำเกษตรอินทรีย์ ? https://bit.ly/เกษตรเพียวเพียว
—————————
?กด Like ? และ ติดตามเพจ ?
เพื่อรับข่าวสารด้านเกษตรก่อนใครได้ที่นี่
#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI ? หมายเลข 72

#เกษตรนิวส์ #ข่าวเกษตร #ดรเพียวการเกษตร

มะเขือเปราะขายได้ทั้งปี

มะเขือเปราะ หรือเรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่ามะเขือเสวย เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ที่มีขนสั้นๆ ปกคลุมไปทั่วทั้งใบและลำต้น ลักษณะของผลที่เก็บเกี่ยวมานั้นมีลักษณะเป็นผลกลมแป้น สีสันของผลจะมีความแตกต่างไปตามสายพันธุ์ตัวอย่างเช่น พันธุ์ไวโอเลตคิง ประกอบไปด้วยสีม่วงอมขาว หรือจะเป็นมะเขือเปราะคางกบ จะเป็นผลที่มีสีเขียวเข้มลายขาว ลักษณะของผลจะกลมรี
.
สำหรับมะเขือเปราะที่เรามักนิยมกินกันนั้นเป็นพันธุ์ เจ้าพระยา เป็นพันธุ์ดังเดิม ลักษณะเป็นสีเขียวอ่อนมีริ้วๆ สีขาว มีเนื้อที่กรอบ รสชาติ หวานปนขมเล็กน้อยสามารถนำไปประกอบอาหาร หรือเป็นเครื่องเคียงทานคู่กับน้ำพริกอร่อยอย่าบอกใครเลยล่ะ

สำหรับการเพาะกล้ามะเขือเปราะ
—————————————
1. เริ่มจากการเตรียมดินละเอียดพร้อมปุ๋ย ในอัตราส่วน 2:1 และใส่ดินผสมดังกล่าวลงในถาดพลาสติกเพาะกล้า
2. จากนั้นใช้เศษไม้เล็กๆ กดลงไปในดินที่บรรจุอยู่ในถาดพลาสติกเพาะกล้า ขนาดความลึก 0.5 ซม.
3. ให้นำเมล็ดมะเขือเปราะ หยอดลงในหลุมปลูกหลุมละประมาณ 1-2 เมล็ด
4. นำกลบดินผิวหน้าเมล็ดไปจากถาดพลาสติกเพาะกล้า โดยใช้ปูนขาวโรยเป็นเส้นล้อมถาดเพาะไว้
5. จากนั้นเพาะไว้ประมาณ 7-10 วัน จะเห็นว่ามะเขือเปราะเริ่มงอก ให้รดน้ำต้นกล้ามะเขือเปราะทุกวันๆละ 1-2 ครั้ง ในช่วงเข้าและเย็น รดน้ำจนกระทั่งต้นกล้ามะเขือเปราะมีอายุ 25-30 วัน แล้วจึงย้ายกล้ามะเขือเปราะลงปลูกในกระถางหรือในแปลงปลูก

วิธีการเตรียมในแปลงหรือในกระถางปลูกมะเขือเปราะ
—————————————————————
1. สำหรับใครที่จะปลูกในแปลง ให้เตรียมดินปลูก โดยใช้จอบขุดย่อยดินหน้าดินลึกประมาณ 15-20 ซม. แล้วย่อยดินให้ละเอียด ใส่ปุ๋ยหว่าน และคลุกเคล้าให้เข้ากับดินในแปลง
2. สำหรับการปลูกในกระถาง ให้ผสมดินปลูกในกระถาง โดยใช้ดินร่วนละเอียดผสมกับปุ๋ยในอัตราส่วน 2:1

วิธีดูแลรักษามะเขือเปราะ
——————————-
1. ย้ายกล้ามะเขือเปราะลงปลูกในแปลงหรือในกระถาง
2. รดน้ำทุกวันและในช่วงการติดผลต้องรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ
3. หลังย้ายปลูกแล้ว 7-10 วันให้ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตราต้นละ 1/4 ช้อนชา ควรห่างโคนต้นประมาณ 2-3 เซนติเมตรและรดน้ำทันที
4.หลังย้ายปลูกนาน 45-60 วัน มะเขือเปราะเริ่มทยอยผลผลิตสามารถเก็บผลผลิตไปบริโภคได้
5.หลังจากที่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตมะเขือเปราะไปแล้วประมาณ 2 เดือน แต่งกิ่งออกบ้างเพื่อทำให้ลำต้นมะเขือเปราะเจริญเติบโตจะให้ผลผลิตรุ่นใหม่ได้อีก

Cr. naykhaotom

? ช่องยูทูปเกษตรเขียวขจี ?
กดเลย ? https://bit.ly/เขียวขจีนาโน
——————–
☎️ สนใจโทร : 085-687-6060
? ไลน์ : @KasetGreen หรือ http://line.me/ti/p/%40kasetgreen

#เขียวขจีนาโนตัวท็อป #เขียวขจีเม็ดฟู่ #เขียวขจีซุปเปอร์ฮิวมิค #เขียวขจีนาโนฉีดอะไรก็งาม

? ดาบตำรวจเมืองพัทลุงใช้ที่ดินร้าง 7 ไร่ ปลูกพืชระยะสั้นขาย สร้างรายได้เข้าครอบครัวทุกวัน ???

? ดาบตำรวจเมืองพัทลุงใช้ที่ดินร้าง 7 ไร่ ปลูกพืชระยะสั้นขาย สร้างรายได้เข้าครอบครัวทุกวัน ???
—————————
ด.ต.รามินทร์ ขาวสังข์ อายุ 48 ปี ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 434 พัทลุง กล่าวว่า พื้นที่กว่า 7 ไร่ที่ได้ร่วมลงมือทำการเกษตรร่วมกับครอบครัว ได้แบ่งการปลูกพืชระยะสั้นเป็นสัดส่วน อย่างผักบุ้ง ผักกาดขาว ผักกวางตุ้ง และดอกดาวเรือง สลับการปลูกกันไป แต่ละรุ่น อายุ และระยะเก็บผลผลิตมีระยะสั้น
.
สามารถสร้างรายได้อย่างรวดเร็ว ผักบุ้งใช้เวลา 21 วัน ราคาเริ่มที่ 10 บาทต่อกิโลกรัม ผักกวางตุ้งใช้เวลา 30 วัน ราคา 8 บาทต่อกิโลกรัม ผักกาดขาวราคา 14 บาทต่อกิโลกรัม และดอกดาวเรืองราคาดอกละ 80 สต. ถึง 1.50 บาท
.
เมื่อเก็บเกี่ยวหมดก็สลับพื้นที่แปลงปลูกผักใหม่เป็นรอบ ซึ่งรอบหนึ่งบวกลบคูณหารแล้วสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวอย่างดีเลยทีเดียว
.
ด.ต.รามินทร์ ขาวสังข์ ยังกล่าวอีกว่า สำหรับตลาดนั้นแม้ราคาขึ้นอยู่กับสภาวะ แต่ถือว่าการทำเกษตรสามารถสร้างรายได้ได้ดีอีกทางหนึ่ง โดยผักและดอกไม้ที่ปลูกนั้น แม่ค้าจะเข้ามาซื้อถึงแปลง ก่อนกระจายส่งขายไปยังต่างจังหวัด
.
ด.ต.รามินทร์ กล่าวปิดท้ายว่า ความสุขจากการลงมือทำ เม็ดเงินอาจไม่ใช่ตัวชี้วัด แต่เมื่อเห็นพืชผักงอกงามเขียวขจีออกผลผลิต นั่นคือความสุขที่แท้จริงที่ได้จากการทำสวน

ขอบคุณข้อมูล
https://mgronline.com/south/detail/9630000095428

☎️ปรึกษาปัญหาเกษตรโทร.02-104-9999
? ช่องทำเกษตรอินทรีย์ ? https://bit.ly/เกษตรเพียวเพียว
—————————
?กด Like ? และ ติดตามเพจ ?
เพื่อรับข่าวสารด้านเกษตรก่อนใครได้ที่นี่
#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI ? หมายเลข 72

#เกษตรนิวส์ #ข่าวเกษตร #ดรเพียวการเกษตร