ผู้เขียน: admin
คลีนิกสมุนไพรสัตว์เลี้ยง
ควายไทยเสี่ยงสูญพันธ์
คูนม่วงแคระ สานพันธุใหม่
โมโตโร่ สัตว์เลี้ยงยอดฮิต
เคล็ดลับต้นมะระแก้อย่างไรไม่ให้ขม
วันนี้จะมาแบ่งปันเคล็ดลับ “ต้มมะระแบบไหนไม่ให้ขม” ลดความขมน้อย แต่อร่อยมากยิ่งขึ้น ได้ประโยชน์ครบถ้วน หวานเป็นลม ขมเป็นยา แต่หากขมเกินไปก็ไม่อร่อย โดยเฉพาะกับมะระ แค่ได้ยินแช่ชื่อก็รู้สึกขมคอขึ้นมาทันที หลายคนที่ไม่ชอบรสขมจึงไม่ชอบกินมะระ แต่วันนี้เรามี 6 วิธีลดความขมของมะระ การต้มมะระไม่ให้ขม แถมยังมีรสชาติที่อร่อยมากยิ่งขึ้น เป็นสูตรที่ได้จากเชฟมืออาชีพ คราวนี้เราก็จะกินมะระได้อย่างสบายใจ มาดูวิธีทำกัน
1. การเลือกมะระ ความขมของมะระเริ่มตั้งการเลือกการเลือกมะระ ให้เลือกมะระที่มีรูปร่างอวบ ตรง ไม่งอ เนื้อแข็ง ผิวด้านนอกเป็นสีเขียวอ่อน แต่ยังไม่เป็นสีขาวหรือไม่เหลืองจนเกินไป เพราะถ้าเริ่มมีสีเหลืองส้ม แสดงว่าเป็นมะระแก่ จะมีรสชาติที่ขมมาก
.
2. ใช้เกลือลดความขมของมะระ หั่นมะระออกเป็นชิ้น ใช้ช้อนขูดด้านไส้และเมล็ดของมะระออก นำมะระไปคลุกเคล้ากับเกลือ มะระ 1 ลูก ใช้เกลือประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ วิธีการคือโรยเกลือแล้วใช้มือถูให้ทั่ว ทิ้งเอาไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด แล้วนำไปลวกในน้ำเดือด จะสามารถลดความขมได้แล้วจึงนำไปทำอาหารต่อไป
.
3. ใช้น้ำเกลือลวกมะระ วิธีนี้จะเหมาะกับเมนูผัดเพราะเราจะซอยมะระให้เป็นเส้นสำหรับผัด วิธีคือต้มน้ำให้เดือด เติมเกลือลงไป 2 ช้อนโต๊ะ นำมะระที่ซอยแล้วลงไปลวก พอมะระเริ่มมีสีเขียวเข้มให้รีบตักขึ้นมาล้างในน้ำเย็นทันที นอกจากจะช่วยลดความขมของมะระ ยังทำให้มะระมีสีสันที่สวยงามและความกรอบอีกด้วย
.
4. ต้มน้ำหลายๆครั้ง วิธีการต้มน้ำหลายๆครั้งเหมาะตุ๋นหรือต้ม วิธีคือนำมะระไปต้มในน้ำเดือด และเปลี่ยนน้ำหลายๆจนกว่าความขมจะลดน้อยลง เนื้อมะระมีความนุ่ม แต่หากเปลี่ยนน้ำหลายรอบจนเกินไป เพราะจะทำให้มะระจืดจึงต้องค่อยๆชิมดู
.
5. ต้มแบบเปิดฝาหม้อ วิธีนี้จะลดความขมได้เล็กน้อยเหมาะสำหรับผู้ที่สามารถรับประทานแบบขมได้บ้าง เพราะจะมีรสชาติความขมติดปลายลิ้นอยู่บ้าง วิธีคือ เมื่อปรุงน้ำซุปเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ต้มมะระไปเรื่อยๆ ด้วยไฟอ่อน โดยที่ไม่ต้องปิดฝาหม้อ ยิ่งต้มนาน เนื้อมะระจะยิ่งนุ่ม และมีรสชาติที่ดี มีความขมที่กำลังพอดี
.
6. คลุกด้วยเกลือ ซอยมะระบางๆ แล้วนำไปคลุกกับเกลือจนเนื้อมะระมีความนุ่ม หรือจะใช้วิธีนำไปแช่ในน้ำเกลือสักพักและก่อนที่จะนำมะระมาประกอบอาหารก็ให้ล้างมะระที่แช่น้ำเกลือออกด้วยน้ำสะอาดประมาณ 2-3 น้ำ เพื่อไม่ให้ความเค็มของเกลือติดไปกับมะระ
CR. pagenews.net
—————————
?กด Like ? และ ติดตามเพจ ?
เพื่อรับข่าวสารด้านเกษตรก่อนใครได้ที่นี่
#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI ? หมายเลข 72
ฟาร์มต้นแบบ‼️ เอกชนหนุนนโยบายกรมปศุสัตว์ เลี้ยงแม่ไก่ไม่ใช้กรงขัง เพิ่มศักยภาพการผลิต-สุขภาพไก่ดีขึ้น
ฟาร์มต้นแบบ‼️ เอกชนหนุนนโยบายกรมปศุสัตว์ เลี้ยงแม่ไก่ไม่ใช้กรงขัง เพิ่มศักยภาพการผลิต-สุขภาพไก่ดีขึ้น
—————————
นายสมคิด วรรณลุกขี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลกับกรมปศุสัตว์ ในการยกร่างมาตรฐานการเลี้ยงไข่ไก่แบบไม่ใช้กรง (Cage free) ทั่วไปให้เกษตรกรใช้เป็นแนวทางผลิตสินค้า เนื่องจากบริษัทฯ ได้นำร่องพัฒนาฟาร์มวังสมบูรณ์ จ.สระบุรี ตั้งแต่ปี 2561 เพื่อเป็นต้นแบบมาตรฐานกลางของบริษัทฯ
.
ทั้งนี้ ฟาร์มเป็นหนึ่งในกิจการที่สำคัญของซีพีเอฟ บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการดำเนินงานฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่รับผิดชอบตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) และได้ประยุกต์การเลี้ยงไก่ไข่เคจฟรีตามมาตรฐานสหภาพยุโรป มาใช้ที่ฟาร์มต้นแบบเลี้ยงในโรงเรือนระบบปิดขนาดใหญ่ เลี้ยงแม่ไก่ 7 ตัวต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร ซึ่งน้อยกว่ามาตรฐานความหนาแน่นทั่วไปที่แม่ไก่ 9 ตัวต่อ 1 ตารางเมตร
.
พร้อมทั้งมีการจัดการสภาพแวดล้อมที่ช่วยส่งเสริมให้แม่ไก่ไข่ได้แสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติ เช่น มีคอนสำหรับเกาะพักผ่อน มีวัสดุปูรองพื้นเพื่อใช้สำหรับคุ้ยเขี่ยและไซร้ขนทำความสะอาดตัวเอง มีจุดวางไข่ แม่ไก่ได้รับอาหารและน้ำอย่างเพียงพอ ติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมแสง อุณหภูมิและการระบายอากาศ มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ทำให้แม่ไก่ไข่สุขภาพดีและมีอารมณ์ดี จึงไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะตลอดการเลี้ยง
.
ฟาร์มไก่ไข่เคจฟรี ยังใช้ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยในการผลิต มีสายพานลำเลียงไข่จากจุดวางไข่ของแม่ไก่ไปยังห้องเก็บไข่โดยอัตโนมัติ และจัดการระบบสุขาภิบาลและความปลอดภัยทางชีวภาพภายในฟาร์ม ปฏิบัติตามแนวทาง Biosecurity Hi-tech Farming มีการป้องกันพาหะนำโรค เช่น หนู จิ้งจก แมลง รวมถึงการปนเปื้อนทางสิ่งแวดล้อม ได้รับรองมาตรฐานระดับโลก
.
ซีพีเอฟ ยังเลือกใช้แม่ไก่ไข่สายพันธุ์พิเศษ F100 ของ CPF รวมถึงพัฒนาสูตรอาหารผลิตจากธัญพืช 100% ช่วยให้ไก่ที่มีสุขภาพพื้นฐานดี สามารถเติบโตตามศักยภาพของพันธุกรรมธรรมชาติ ส่งผลให้ไข่ไก่เคจฟรีมีความสดกว่าไข่ไก่ทั่วไป ไม่มีกลิ่นคาว ไข่แดงมีสีส้มสด นูนสวย เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพและมีคุณค่าทางโภชนาการเพื่อสุขภาพของผู้บริโภค
ฟาร์มไก่ไข่เคจฟรีวังสมบูรณ์ ไม่เพียงเป็นฟาร์มต้นแบบในการขยายการเลี้ยงไก่ไข่เคจฟรีของบริษัทฯ แล้ว ยังใช้เป็นเป็นแหล่งเรียนรู้ถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรที่สนใจได้มาศึกษาและแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการยกระดับการเลี้ยงไก่ไข่เคจฟรี เป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าทางการเกษตรไทยอย่างยั่งยืน
ขอบคุณข้อมูล
https://www.prachachat.net/economy/news-511375
—————————
?กด Like ? และ ติดตามเพจ ?
เพื่อรับข่าวสารด้านเกษตรก่อนใครได้ที่นี่
#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI ? หมายเลข 72
ครองแชมป์‼️กรมวิชาการเกษตรหนุนเกษตรกร ใช้แหนแดงแห้งแทนปุ๋ยเคมี ให้ธาตุอาหารสูงมากกว่าพืชตระกูลถั่ว
ครองแชมป์‼️กรมวิชาการเกษตรหนุนเกษตรกร ใช้แหนแดงแห้งแทนปุ๋ยเคมี ให้ธาตุอาหารสูงมากกว่าพืชตระกูลถั่ว
—————————
นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า แหนแดงเป็นเฟิร์นชนิดหนึ่งที่ถูกนำมาใช้เป็นปุ๋ยพืชสดในการผลิตพืช เนื่องจากใบของแหนแดงมีโพรงใบซึ่งมีสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินชนิดที่ตรึงไนโตรเจนอาศัยอยู่ เมื่อนำมาวิเคราะห์ธาตุอาหารพบว่ามีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบสูงถึง 5 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ปุ๋ยพืชสดตระกูลถั่วมีธาตุอาหารไนโตรเจนประมาณ 2.5 -3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ดังนั้นแหนแดงจึงเปรียบเสมือนโรงงานผลิตปุ๋ยไนโตรเจนทางชีวภาพที่สามารถใช้ทดแทนหรือลดการใช้ปุ๋ยเคมีได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ดินด้วย
.
กองวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ได้ปรับปรุงพันธุ์แหนแดงสายพันธุ์อะซอลล่า ไมโครฟินล่า ซึ่งให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์พื้นเมืองถึง 10 เท่าและสามารถขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ภายในระยะเวลา 30 วันให้ผลผลิตแหนแดงสดถึง 3 ตัน/ไร่ และสามารถตรึงไนโตรเจนได้ถึง 5-10 กิโลกรัม/ไร่ โดยหลังจากแหนแดงย่อยสลายจะปลดปล่อยธาตุอาหารออกมาให้พืชได้อย่างรวดเร็ว
.
จากผลการทดลองนำแหนแดงแห้งไปใช้กับพืชผักกินใบเช่น คะน้า กวางตุ้ง และผักสลัด โดยนำมาคลุกกับดินหรือรองก้นหลุม 1 กำมือ โดยไม่ใช้ปุ๋ยเคมี พบว่าให้ผลผลิตทั้งปริมาณและคุณภาพเป็นที่น่าพอใจ จึงเหมาะสมอย่างมากสำหรับการผลิตพืชผักอินทรีย์ ที่สำคัญช่วยลดต้นทุนการผลิต เนื่องจากเกษตรกรสามารถผลิตและขยายพันธุ์แหนแดงไว้ใช้ได้เองโดยมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำมาก โดย แหนแดงแห้ง 1 กิโลกรัมสามารถใช้ในพื้นที่ปลูกผักประมาณ 2 ตารางเมตร ซึ่งเมื่อเทียบกับปุ๋ยยูเรียแหนแดงแห้ง 1 กิโลกรัม มีปริมาณธาตุอาหารเท่ากับปุ๋ยยูเรีย ประมาณ 100 กรัม (1 ขีด)
.
ที่ผ่านมากรมวิชาการเกษตรได้สนับสนุนแม่พันธุ์แหนแดงและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงแหนแดงในบ่อแม่พันธุ์สำหรับให้เกษตรกรนำไปเพาะเลี้ยงเพื่อขยายพันธุ์เอง ซึ่งวิธีการเพาะเลี้ยงสามารถทำได้ง่ายโดยทำบ่อเพาะเลี้ยงแม่พันธุ์แหนแดง 2 – 3 บ่อ เพื่อให้เพียงพอต่อการนำไปขยายพันธุ์ต่อในบ่อขยายที่มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยแหนแดงใช้ระยะเวลาขยายพันธุ์จนเต็มบ่อประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ และจะเจริญเติบโตขยายตัวไปได้เรื่อยๆ เกษตรกรจึงสามารถผลิตได้ตลอดไม่มีวันขาดแคลน รวมทั้งยังสามารถเก็บแหนแดงแห้งใส่กระสอบไว้ได้นานถึง 3 ปีโดยที่ธาตุอาหารยังอยู่ครบ
.
นอกจากนี้ แหนแดงแห้งยังสามารถผสมลงไปในวัสดุปลูกตั้งแต่เริ่มปลูกกล้าได้เลย โดยกล้าจะดูดซึมไนโตรเจนเข้าไปในรากพืชเมื่อนำกล้าลงแปลงปลูกพบว่าต้นกล้าที่ใช้แหนแดงผสมกับวัสดุปลูกสามารถเจริญเติบโตได้เร็วกว่าต้นกล้าที่ไม่ได้ใส่แหนแดง รวมทั้งยังสามารถนำแหนแดงไปใช้เป็นอาหารสัตว์ เช่น เป็ด ไก่ ห่าน ปลา วัว และสุกรได้ด้วยเพราะแหนแดงสดมีโปรตีนเป็นองค์ประกอบสูงถึง 30 เปอร์เซ็นต์ จึงเหมาะสมสำหรับเป็นแหล่งโปรตีนให้กับสัตว์ที่กินพืชเป็นอาหาร โดยเพาะในหน้าแล้งขาดแคลนหญ้า จะเห็นได้ว่าแหนแดงเป็นพืชมหัศจรรย์ที่มีประโยชน์ในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรแบบครบวงจร
ขอบคุณข้อมูล
https://www.todayhighlightnews.com/2020/…/blog-post_703.html
—————————
?กด Like ? และ ติดตามเพจ ?
เพื่อรับข่าวสารด้านเกษตรก่อนใครได้ที่นี่
#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI ? หมายเลข 72
เพื่อเกษตรกรไทย‼️พนง.บริษัทเอกชนผันตัวทำเกษตร พัฒนาแอปฯ “ฟาร์มโตะ” เชื่อมโยงเกษตรกรกับผู้บริโภคโดยตรง
เพื่อเกษตรกรไทย‼️พนง.บริษัทเอกชนผันตัวทำเกษตร พัฒนาแอปฯ “ฟาร์มโตะ” เชื่อมโยงเกษตรกรกับผู้บริโภคโดยตรง
—————————
อาทิตย์ จันทร์นนทชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟาร์มโตะ (ไทยแลนด์) จำกัด เจ้าของรางวัล “เกษตรก้าวหน้า ประจําปี 2562” จากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และอีกหลาย 10 เวทีทั้งในและต่างประเทศในระยะเวลาเพียง 3 ปี จากพนักงานบริษัทเอกชน ลองเป็นเกษตรกรวันหยุดด้วยการปลูกข้าวแบบเกษตรอินทรีย์ จนกลายเป็นเกษตรกรเต็มตัว และก่อตั้งแอปพลิเคชั่น “ฟาร์มโตะ”
.
“ฟาร์มโตะ” E-commerce platform เชื่อมโยงเกษตรกรกับผู้บริโภค สร้างเครือข่ายเกษตรกร ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เกษตรกรนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการเกษตร
.
โดยสร้างผลผลิตที่ได้มาตรฐาน แก้โจทย์ด้านการตลาดที่เกษตรกรไม่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ตรงกลุ่ม ราคาที่มีความผันผวนตามฤดูกาล และความไม่เข้าใจเรื่องคุณภาพสินค้าเกษตรของผู้บริโภค ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้ดีขึ้น ดึงดูดให้คนรุ่นใหม่เริ่มหันมาทำการเกษตร ขณะที่ผู้บริโภคก็สามารถเข้าถึงสินค้าที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และราคาเหมาะสม
.
ปัจจุบันมีเครือข่ายทั้งเกษตรกรและผู้บริโภคในระบบทั้งในและต่างประเทศ 1500 ราย มูลค่าซื้อขายสูงสุด 300,000 บาทต่อเดือน ตั้งเป้าเครือข่ายขยายเป็น 3 ล้านรายในอีก 3 ปี
ขอบคุณข้อมูล
https://ch3thailandnews.bectero.com/news/206537
—————————
?กด Like ? และ ติดตามเพจ ?
เพื่อรับข่าวสารด้านเกษตรก่อนใครได้ที่นี่
#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI ? หมายเลข 72
วิธีปลูกเห็ดท่อนไม้
ท่อนไม้กลายเป็นเห็ดนี้ ไม่ต้องใช้โรงเรือนในการเพาะและใช้วัสดุในการเพาะเพียงท่อนไม้และเชื้อเห็ดเท่านั้น หลายท่านอาจคิดว่าไม่น่าเป็นไปได้ท่อนไม้จะกลายเป็นเห็ดได้อย่างไร วันนี้จะขอนำเสนอให้ทุกท่านได้ดูเป็นความรู้และทดลองทำกันค่ะ โดยวิธีการนี้ได้รับการเผยแพร่โดย คุณ Cha Tisol ปราชญ์ผู้ชำนาญเรื่องเห็ด
.
โดยท่อนไม้ที่นิยมนำมาเพาะเห็ด เช่น ก้ามปู มะม่วง ไทร ขนุน มะขาว กระถินณรงค์ พุทรา เป็นต้น และเห็ดที่นิยมนำมาเพาะในขอนไม้คือ เห็ดหอม เห็ดหูหนู เห็ดขอน เห็ดนารม เห็ดลม ค่ะ
สิ่งที่ต้องเตรียม
——————
1. เชื้อเห็ดที่ต้องการเพาะ
2. กิ่งหรือท่อนไม้
3. ฝาจีบ (ฝาขวดน้ำอัดลม)
4. สว่านสำหรับเจาะรู
วิธีการทำ
———–
1. เริ่มจากการเจาะรูที่ท่อนไม้ด้วยสว่านให้มีความลึกประมาณ 2 นิ้ว โดยมีระยะห่างกันประมาณ 10-20 ซ.ม.
2. จากนั้นให้หลอดหรือช้อนเล็กๆหยอดหัวเชื้อเห็ดลงไปในรูที่เจาะ รูละประมาณ 3-4 เม็ด
3. นำฝาจีบมาปิดรูที่ใส่เชื้อเห็ด ใช้ค้อนมาตอกเบาๆที่ฝา ให้ฝังติดกับขอนไม้แต่ไม่ต้องแน่นมากนะคะ
4. ทำการวางท่อนไม้ไว้ในที่ร่มห่างไกลแสงแดดเป็นเวลาประมาณ 1-2 เดือน เพื่อให้เชื้อเดินจนทั่วท่อนไม้กลายเป็นสีขาว
5. เมื่อครบกำหนดเวลา ให้ทำการเปิดดอก นั่นคือการแคะฝาจีบให้เปฺิดออกนั่นเอง
6.จากนั้นนำท่อนไม้มาวางไว้ให้ระบายอากาศเช่นในบริเวณชายคาบ้าน แล้วทำการรดน้ำทุกวัน วันละ1-2 ครั้ง
7.เมื่อระยะเวลาผ่านไปประมาณ 7 วัน เห็ดก็เริ่มจะออกดอกมาให้เก็บ เมื่อเก็บเห็ดเรียบร้อย ให้พักท่อนไว้ประมาณ 2 วัน แล้วก็ให้เริ่มทำการรดน้ำใหม่ เห็ดก็จะเกิดขึ้นใหม่ต่อไปโดยไม่ต้องเติมเชื้อเห็ดเพิ่ม ถ้ายิ่งท่อนไม้มีขนาดใหญ่ก็สามารถเพาะเห็ดติดต่อกันได้นานขึ้น บางขอนสามารถเพาะติดต่อกันได้ถึง 3-5 ปีเลยทีเดียว
.
ถือเป็นการเพาะเห็ดที่งายและประหยัดต้นทุนมากๆเลยนะคะ ท่านใดสนใจอย่าลืมนำวิธีไปลองทำกันดูนะคะ เริ่มจากท่อนไม้เล็กๆก่อนก็ได้ค่ะ
Cr. postnoname.com
? ช่องยูทูปเกษตรเขียวขจี ?
กดเลย ? https://bit.ly/เขียวขจีนาโน
——————–
☎️ สนใจโทร : 085-687-6060
? ไลน์ : @KasetGreen หรือ http://line.me/ti/p/%40kasetgreen
#เขียวขจีนาโนตัวท็อป #เขียวขจีเม็ดฟู่ #เขียวขจีซุปเปอร์ฮิวมิค #เขียวขจีนาโนฉีดอะไรก็งาม