เงินซื้อไม่ได้..สวนเกษตรฯ ชลบุรี ปฏิเสธเงิน 100 ล้านบาททำนิคม ลุยปลูกมัลเบอรี่สานต่ออาชีพของบรรพบุรุษ

เงินซื้อไม่ได้..สวนเกษตรฯ ชลบุรี ปฏิเสธเงิน 100 ล้านบาททำนิคม ลุยปลูกมัลเบอรี่สานต่ออาชีพของบรรพบุรุษ
—————————
โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ทำให้ราคาที่ดินในภาคตะวันออกพุ่งยิ่งกว่าทอง…ส่วนใหญ่ทนความเย้ายวนไม่ไหว เลยขายที่ดิน ผลที่ตามมา ได้โรงงานอุตสาหกรรม บ้านจัดสรรมาแทนพื้นที่สีเขียว
.
แต่ยังมีคนกล้าปฏิเสธเงิน 100 ล้านบาท เพียงเพราะต้องการอนุรักษ์พื้นที่ทำกินของบรรพบุรุษจนกลายเป็นพื้นที่เกษตรไข่แดง แปลงเดียวที่เหลืออยู่ในแถบนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จ.ชลบุรี
.
ชนัญชิดา เล้าประเสริฐ เจ้าของสวนคุณพัด มัลเบอรี่ ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เล่าถึงที่มาของการยอมทิ้งเงิน 100 ล้าน เพื่อคงสวนเกษตรเป็นสวนหม่อนผสมผสาน ปลูกหม่อน 2.5 ไร่ เป็นพืชหลัก ระหว่างต้นหม่อนปลูกต้นเหลียง หน่อไม้ฝรั่ง ผักสวนครัว พื้นที่ริมรั้วบ้านปลูกชะอมคั่นระหว่างบ้านจัดสรร ปลูกมันสำปะหลังหลังบ้าน หน้าบ้านปลูกข้าวโพดหวาน
.
“2 ปีก่อน มีคนขอซื้อที่ดิน 5 ไร่ ราคาไร่ละ 20 ล้านบาท แต่ไม่ขาย เพราะอยากสืบต่ออาชีพเกษตรของบรรพบุรุษ อีกอย่างเมื่อขายได้เงินมาก็ไม่คงทนยั่งยืน”
.
เหตุที่เลือกหม่อนเป็นพืชหลัก เพราะมองว่าไม่ต้องดูแลมาก โรคน้อย ที่สำคัญขายและแปรรูปได้ทุกส่วน ทั้งลูก ใบ กิ่งตอน จึงรวบรวมไว้กว่า 30 สายพันธุ์ทั่วโลก อาทิ ออสตุรกี ขาวเกาหลี ไต้หวันแม่ช่อ ไต้หวันสตรอว์เบอร์รี ส่วนใหญ่พันธุ์ต่างประเทศจะขายเป็นกิ่งตอน ราคาตั้งแต่กิ่งละ 100-350 บาท ขึ้นกับสายพันธุ์
.
ส่วนสายพันธุ์ของไทยยอดนิยมที่สุด ได้แก่ พันธุ์เชียงใหม่ 60 และกำแพงแสน รสชาติหวานซ่อนเปรี้ยว ให้ผลดีที่สุด จึงนำมาแปรรูปขายในร้านอาหาร อาทิ เมนูของหวานอย่างน้ำหม่อนคั้นสดบรรจุขวด น้ำหม่อนปั่น หรือแม้แต่ของคาวอย่างส้มตำหม่อน ที่น่าจะมีที่นี่ที่แรก น้ำสลัดหม่อน ยอดหม่อนทอด และใบหม่อนทอดกรอบ ที่เป็นออเดิร์ฟเสิร์ฟฟรีสำหรับผู้มาทานอาหารที่ร้าน
.
จากเมื่อก่อนเคยทำงานประจำ แต่พอมาเป็นเจ้านายตัวเองแล้วมีความสุขมากขึ้น ได้อยู่กับครอบครัว ได้ปลูกต้นไม้ที่ชอบอยู่กับบ้าน แทบทุกอย่างในสวนก็เอามาแปรรูปออกมาขาย เลยแทบไม่ต้องลงทุนอะไร นอกจากวัตถุดิบบางชนิด กับค่าแรงงานตอนกิ่ง เก็บใบ เก็บลูก หรือแปรรูป ที่ใช้คนในชุมชน โดยเฉพาะคนที่ตกงานจากภาวะโควิด ในอนาคตอยากให้ที่นี่กลายเป็นศูนย์เรียนรู้การปลูกพืชผสมผสานให้กับที่ผู้สนใจเข้ามาเรียนรู้

ขอบคุณข้อมูล
https://www.thairath.co.th/news/local/east/1927541

☎️ปรึกษาปัญหาเกษตรโทร.02-104-9999
? ช่องทำเกษตรอินทรีย์ ? https://bit.ly/เกษตรเพียวเพียว
—————————
?กด Like ? และ ติดตามเพจ ?
เพื่อรับข่าวสารด้านเกษตรก่อนใครได้ที่นี่
#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI ? หมายเลข 72

#เกษตรนิวส์ #ข่าวเกษตร #ดรเพียวการเกษตร

แอปนี้ที่รอคอย‼️กรมวิชาเกษตรผนึกกรมพัฒนาที่ดิน ทำแอป ‘รู้จริง พืช ดิน ปุ๋ย’ ให้คำแนะนำเกษตรกรตั้งแต่ปลูกยันขาย

แอปนี้ที่รอคอย‼️กรมวิชาเกษตรผนึกกรมพัฒนาที่ดิน ทำแอป ‘รู้จริง พืช ดิน ปุ๋ย’ ให้คำแนะนำเกษตรกรตั้งแต่ปลูกยันขาย
—————————
นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรและกรมพัฒนาที่ดินร่วมกันส่งเสริมองค์ความรู้และเทคโนโลยี เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรตามนโยบายของกระทรวง โดยกรมวิชาการเกษตรมีองค์ความรู้ทางวิชาการความต้องการธาตุอาหาร เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชแต่ละชนิดและแต่ละช่วงเวลาการเจริญเติบโต
.
ทั้ง 2 หน่วยงานจึงได้ร่วมกันจัดทำแอปพลิเคชัน “รู้จริง พืช ดิน ปุ๋ย” เป็นเครื่องมือให้คำแนะนำการใช้ปุ๋ยที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช โดยแอปพลิเคชันดังกล่าวสามารถวิเคราะห์คุณลักษณะเบื้องต้นของดินให้ทราบผลภายในระยะเวลาที่รวดเร็ว ตามเวลาจริง
.
พร้อมให้คำแนะนำสูตรปุ๋ยและปริมาณการใช้ที่เหมาะสมเพียงพอต่อความต้องการของพืชจำนวน 3 สูตรเพื่อเป็นทางเลือกให้เกษตรกรเลือกใช้ตามความต้องการ ผลผลิตขั้นต่ำและราคาต้นทุนปุ๋ยที่ลดลง รวมทั้งยังให้คำแนะนำการปรับสภาพความเป็นกรดด่างของดินด้วยปูนทางการเกษตรเพื่อปรับสภาพของดินให้เหมาะสมต่อการใช้ปุ๋ยเคมีให้มากขึ้น
.
พื้นที่ปลูกพืชส่วนใหญ่ธาตุอาหารในดินถูกพืชดึงไปใช้ประโยชน์และขาดการปรับปรุงบำรุงดิน ทำให้ผลผลิตพืชลดน้อยลง เกษตรกรจึงต้องพึ่งพาการใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อเพิ่มผลผลิตโดยมี ความเชื่อว่าหากใส่ปุ๋ยเคมีในปริมาณมากจะทำให้พืชให้ผลผลิตมากหรือบางรายใส่ตามความเคยชินเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตจากการใช้ปุ๋ยที่สูงขึ้น ซึ่งหลักการใส่ปุ๋ยเพื่อให้พืชได้รับประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพตามหลักวิชาการ
.
ซึ่งจะช่วยเพิ่มทั้งปริมาณและคุณภาพให้แก่ผลผลิต โดยเกษตรกรไม่ต้องเก็บตัวอย่างดินเพื่อส่งตรวจวิเคราะห์ธาตุอาหารหรือใช้ชุดตรวจสอบและรอผลการวิเคราะห์ ซึ่งมีกระบวนการหลายขั้นตอนและใช้ระยะเวลานานในการรอผลวิเคราะห์ โดยแอปพลิเคชัน “รู้จริง พืช ดิน ปุ๋ย” มีฐานข้อมูลพืชและดินให้บริการแล้วจำนวน 63 ชนิดพืช ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกทั่วประเทศ
.
แอปพลิเคชัน“รู้จริง พืช ดิน ปุ๋ย” จะเป็นตัวช่วยให้คำแนะนำการใช้ปุ๋ยเคมีสูตรที่ถูกต้องและปริมาณการใช้ที่เหมาะสมเพียงพอต่อความต้องการของพืชและตรงตามศักยภาพของดิน ช่วยลดต้นทุนการซื้อปุ๋ยให้เกษตรกร โดยจุดเด่นของแอปพลิเคชันนี้อยู่ที่ความสะดวกและรู้ผลทันที เพียงแค่ดาวน์โหลดแอปฯ ลงในสมาร์ทโฟน ลงทะเบียน กรอกรายละเอียดให้ครบถ้วน เพื่อเข้าสู่ระบบขอรับคำแนะนำการใช้ปุ๋ย จะทราบคำแนะนำสูตรปุ๋ยและอัตราการใช้ทันที

ขอบคุณข้อมูล
https://tna.mcot.net/business-537664

☎️ปรึกษาปัญหาเกษตรโทร.02-104-9999
? ช่องทำเกษตรอินทรีย์ ? https://bit.ly/เกษตรเพียวเพียว
—————————
?กด Like ? และ ติดตามเพจ ?
เพื่อรับข่าวสารด้านเกษตรก่อนใครได้ที่นี่
#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI ? หมายเลข 72

#เกษตรนิวส์ #ข่าวเกษตร #ดรเพียวการเกษตร

เปลี่ยนวัชพืชเป็นปุ๋ย‼️กรมชลประทานเปิดอบรมเกษตรกร ทำปุ๋ยอินทรีย์ผักตบชวา ช่วยลดวัชพืช-เพิ่มรายได้ให้คนในท้องถิ่น

เปลี่ยนวัชพืชเป็นปุ๋ย‼️กรมชลประทานเปิดอบรมเกษตรกร ทำปุ๋ยอินทรีย์ผักตบชวา ช่วยลดวัชพืช-เพิ่มรายได้ให้คนในท้องถิ่น
—————————
เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 63 ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรการแปลงสภาพผักตบชวาเป็นปุ๋ยอินทรีย์ (พลังง้วนดิน) ในเขตสำนักงานชลประทานที่ 12 เปิดเผยว่า ผักตบชวา นับเป็นวัชพืชที่มีการแพร่พันธุ์และเติมโตได้อย่างรวดเร็วในแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งเป็นปัญหาและอุปสรรคในการระบายน้ำ
.
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาจังหวัดชัยนาท พื้นที่รับน้ำจากทางตอนบนของประเทศแห่งสุดท้ายก่อนปล่อยน้ำให้ไหลลงสู่ทะเล ด้วยเหตุนี้เองในแต่ละปีมักจะพบผักตบชวาและวัชพืชสะสมบริเวณดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ประมาณ 80,000 – 100,000 ตันต่อปี
.
กรมชลประทาน จึงได้จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรการแปลงสภาพผักตบชวาเป็นปุ๋ยอินทรีย์ (พลังง้วนดิน) ในเขตสำนักงานชลประทานที่ 12 จำนวน 3 รุ่น ประกอบด้วย รุ่นที่ 1 จัดขึ้นในวันเสาร์ ที่ 26 กันยายน 2563 บริเวณโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเจ้าพระยา รุ่นที่ 2 จัดขึ้นในวันอาทิตย์ ที่ 27 กันยายน 2563 บริเวณโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาสามชุก และรุ่นที่ 3 จัดขึ้นในวันจันทร์ ที่ 28 กันยายน 2563 บริเวณโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายางมณี มีผู้เข้าร่วมอบรมรุ่นละ 50 คน
.
สำหรับเทคโนโลยีเกษตรสรรพสิ่งอะตอมมิคนาโน (พลังง้วนดิน) จะใช้สิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เช่น พืชผัก ปุ๋ยคอก ดินโคลน รำอ่อน ฯลฯ เรียกรวมว่า “สรรพสิ่ง” เพราะเป็นวัสดุที่หาได้รอบตัว แม้แต่ต้นไม้ใบหญ้าหรือเศษของเหลือจากการเกษตร นำมาใช้ผสมตามสูตรที่คิดค้นขึ้น เพื่อใช้ในการเกษตรตั้งแต่การนำมาปรับปรุงดิน บำบัดน้ำ เป็นปุ๋ย เป็นอาหารสัตว์ ดูดอากาศพิษ ไล่แมลง แล้วแต่การผสมสูตร
.
ดังนั้น การทำเกษตรโดยใช้เทคโนโลยีสรรพสิ่งอะตอมมิคนาโน หรือ ง้วนดิน เป็นการนำเอาวัตถุดิบจากธรรมชาติมาผสมกัน แล้วนำไปหมักให้เกิดจุลินทรีย์และแพลงตอนที่เป็นประโยชน์ต่อดิน พืช และสัตว์ ลดต้นทุนของเกษตรกรได้มากกว่า 80% ในพื้นที่เท่าๆ กัน เกษตรกรที่ใช้เกษตรสรรพสิ่งอะตอมมิคนาโนจะมีต้นทุนต่ำกว่า และมีรายได้ที่มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ขอบคุณข้อมูล
https://www.thailandplus.tv/archives/223239

☎️ปรึกษาปัญหาเกษตรโทร.02-104-9999
? ช่องทำเกษตรอินทรีย์ ? https://bit.ly/เกษตรเพียวเพียว
—————————
?กด Like ? และ ติดตามเพจ ?
เพื่อรับข่าวสารด้านเกษตรก่อนใครได้ที่นี่
#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI ? หมายเลข 72

#เกษตรนิวส์ #ข่าวเกษตร #ดรเพียวการเกษตร

วิธีการเก็บต้นหอมผักชีให้ใช้ได้นานๆ

เชื่อว่าคุณแม่บ้านทั้งหลายต้องเคยพบปัญหาเรื่องการเก็บต้นหอมผักชีแน่นอน ซื้อมายังใช้ไม่ทันหมดเลย เน่าไปเสียก่อนแล้ว บางที่อยากใช้แค่รากเยอะๆ แต่เอาต้นมาโรยนิดเดียว แล้วที่เหลือจะให้ทิ้งก็เสียดา ก็ต้องหาวิธีเก็บให้เอาไว้ใช้ได้นานๆ

วิธีการเก็บต้นหอมผักชีให้ใช้ได้นานๆ
——————————————–
1.นำขวดน้ำที่สะอาดๆ แล้วก็แห้งสนิทมาตัดออกเป็น 2 ส่วน
2.นำผักชี หรือ ต้นหอมล้างและผึ่งให้แห้ง แล้วนำมาใส่ในขวด (ตามรูป)
3.นำส่วนฝามาประกบกับส่วนล่าง ปิดให้เรียบร้อย
.
หมายเหตุ: หากไม่มีขวด สามารถใช้กล่องพลาสติกทดแทนได้เช่นกัน แต่ต้องปิดฝาให้แน่น
.
แค่นี้เราก็สามารถเก็บต้นหอมผักชีผักให้สดได้นานยิ่งขึ้น ข้อดีคือ ผักไม่เสียเร็ว ไม่ช้ำ นำมาทำอาหารก็ยังอร่อย สด ที่สำคัญถ้าเก็บดีๆจะอยู่ได้นานถึง 10 – 15 วันเลยนะ

Credit : homenayoo

☎️ปรึกษาปัญหาเกษตรโทร.02-104-9999
? ช่องทำเกษตรอินทรีย์ ? https://bit.ly/เกษตรเพียวเพียว
—————————
?กด Like ? และ ติดตามเพจ ?
เพื่อรับข่าวสารด้านเกษตรก่อนใครได้ที่นี่
#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI ? หมายเลข 72

#เกษตรนิวส์ #ข่าวเกษตร #ผักชี #ต้นหอม

?‘โครงการผักปลอดสารพิษ’? สุดยอดนวัตกรรมปลูกผักด้วยระบบปิดใช้แสงไฟในอาคาร ตอบโจทย์กระแสคนรักสุขภาพ

?‘โครงการผักปลอดสารพิษ’? สุดยอดนวัตกรรมปลูกผักด้วยระบบปิดใช้แสงไฟในอาคาร ตอบโจทย์กระแสคนรักสุขภาพ
—————————
นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเปิดโครงการผักปลอดสารพิษ นวัตกรรมปลูกผักด้วยระบบปิดใช้แสงไฟในอาคารและโรงงานพืชของบริษัท ซีวิด มีเดีย จำกัด หลังเปลี่ยนแผนการดำเนินธุรกิจด้านอุตสาหกรรมอีเล็คโทรนิคส์ผลิตไฟแอลอีดี ปรับใช้ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจภาคการเกษตร โดยมี นายชิงชัย คนธรรพ์สกุล ในฐานะประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีวิค มีเดีย จำกัด เข้าร่วม
.
โรงงานแห่งนี้เป็นโรงงานต้นแบบตัวอย่างแนวทางส่งเสริมการทำการเกษตรแบบ plant factory ที่ใช้แสงสังเคราะห์แอลอีดีเทคโนโลยี สอดรับกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่กำลังขับเคลื่อนโครงการกรีนไทยแลนด์ สนับสนุนทำเกษตร เมืองในพื้นที่ที่จำกัด ทั้งตามเมืองใหญ่ อาทิกรุงเทพมหานคร ภูเก็ต เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ หรือจังหวัดที่มีประชาชนหนาแน่น ซึ่งจะสามารถยกระดับจากเกษตรแบบชุมชนเมือง ไปถึงระดับอุตสาหกรรมของประเทศและสามารถส่งออกได้
.
นอกจากนี้ยังมี Lab ทดลอง เพื่อจะได้ทราบถึง จริต ของพืชผัก แต่ละชนิดว่าเหมาะกับ แสงแบบไหน สารอาหารแบบไหน ต้องควบคุม สภาวะ ต่าง ๆ อย่างไรให้เหมาะสมที่สุด และการลงทุนปลูกพืชในระบบนี้สามารถคืนทุนได้ภายในสองปี แม้ในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 19 ทางบริษัทก็มีการปรับเปลี่ยนแผนการดำเนินธุรกิจด้านการขายทั้งระบบออนไลน์และออฟไลน์ ส่งไปยังห้างสรรพสินค้าชั้นนำซึ่งผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ
.
โดยโรงงานที่ใช้แสงในการควบคุมการผลิตภาคการเกษตรทดแทนแสงจากธรรมชาติ เกิดขึ้นแล้วในหลายประเทศ ถ้าประเทศไทยสามารถพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยได้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคอย่างมาก เพราะปัจจุบันเริ่มมีกระแสเทรนรักสุขภาพ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะใช้โรงงานแห่งนี้เป็นต้นแบบและสถานการเรียนรู้ให้แก่ประชาชนที่สนใจในอาชีพสตาร์ทอัพเข้าศึกษา เพื่อไปประกอบอาชีพได้ในอนาคต และเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชนเมืองให้สามารถพึ่งพาตนเองได้โดยไม่ต้องซื้อ เองทุกอย่าง
.
ปัจจุบันมีโรงงานพืชระบบนี้รวมทั้งหมด 3 แห่งโดยโรงงานต้นแบบอยู่ที่ถนนเจริญกรุง ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ และรองรับการขายระบบ LED FARM ให้แก่ผู้ที่สนใจ และขายผลผลิตที่ได้จากโรงงานพืช ไปสู่ ผู้บริโภค เพื่อเป็น ตัวอย่างในการทำการตลาด อย่างครบวงจร ตั้งเป้าหมายขยาย Shop ให้ครบ 30 Shop ในเวลา 3 ปี สามารถนำผักสดวางจำหน่ายใน Modren Trade ให้ครอบคลุม พื้นที่ กรุงเทพฯ ทั้งหมด

ขอบคุณข้อมูล
https://www.naewna.com/local/519743

☎️ปรึกษาปัญหาเกษตรโทร.02-104-9999
? ช่องทำเกษตรอินทรีย์ ? https://bit.ly/เกษตรเพียวเพียว
—————————
?กด Like ? และ ติดตามเพจ ?
เพื่อรับข่าวสารด้านเกษตรก่อนใครได้ที่นี่
#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI ? หมายเลข 72

#เกษตรนิวส์ #ข่าวเกษตร #ดรเพียวการเกษตร

พนักงานขายประกันหันปลูก ‘ไผ่หวานช่อแฮ’ อาชีพธรรมดาทำเงินดี

เลี้ยงครอบครัวได้สบาย‼️พนักงานขายประกันหันปลูก ‘ไผ่หวานช่อแฮ’ อาชีพธรรมดาทำเงินดี
—————————
คุณแพรว วิวัฒน์ชรางกูร มองเห็นว่าอาชีพเป็นเกษตรกรหรือการทำอาชีพเสริมที่ยั่งยืนนั้น คือการทำไร่ ทำสวน เธอจึงคิดเผื่ออนาคตไว้ว่า ถ้าเกิดมีปัญหาเรื่องงานกะทันหัน สามารถกลับตัวได้ทันเวลา เธอจึงสนใจเรื่องการปลูกหน่อไม้ไผ่หวานช่อแฮ เพราะว่าเป็นไผ่ที่ให้ผลผลิตดีในหน้าแล้ง จึงไม่ทำให้ราคาตก และเป็นผลผลิตในช่วงที่ขาดแคลนหน่อไม้สู่ตลาด คิดว่าอย่างไร ก็ราคาดีกว่าหน่อไม้ตามฤดูกาลค่ะ และอีกอย่างหลักๆ คือ ปลูกครั้งเดียวอยู่ได้หลายปี
.
คุณแพรว บอกว่า หน่อไม้ไผ่หวานช่อแฮ ใช้พื้นที่ปลูกไม่มาก เห็นว่าที่บ้านว่างงานกัน เป็นความคิดของเธอที่จะให้ญาติพี่น้อง ป้า น้า อา ช่วยกันดูแล จะได้มีงานทำและไม่เหงา เพราะโดยปกติแล้วคุณแม่ก็ผลิตต้นพันธุ์ขายส่งให้แก่ร้านขายต้นพันธุ์หน่อไม้อยู่แล้ว เธอคิดว่าทำต้นพันธุ์ที่มีคุณภาพ ก็จะอยู่ได้นาน เพราะมีความเชื่อถือเป็นทุนเดิม จึงหันมาสนใจที่จะทำต้นพันธุ์และขยายพื้นที่ปลูกเอง
.
เท่าที่ประสบการณ์ตรงที่เห็นครอบครัวทำอาชีพนี้ สร้างรายได้เสริมในครัวเรือนดีจริงๆ จึงอยากจะแนะนำว่าเหมาะสำหรับทั้งเกษตรกรรุ่นใหม่และผู้ที่ตกงานหรือเกษียณอายุ ที่ไม่อยากให้ชีวิตว่างเปล่า ก็คิดว่าการทำสวนหน่อไม้ไผ่หวานไม่หนักจนเกินไป เพราะการดูแลง่ายมาก ถือว่าเป็นอาชีพที่เบาที่สุดก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นมือเก่าหรือมือใหม่ก็ทำได้ และยังใช้เวลาในการให้ผลผลิตสั้นมาก และต้นทุนการปลูกก็น้อย
.
ต้นไผ่หวานช่อแฮ จะให้ผลผลิตดีในปี 3 ต้นไผ่ 1 กอ จะให้ผลผลิต 10-20 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับการดูแลเรื่องปุ๋ยและน้ำ เรื่องปุ๋ยบำรุงดินนั้น ใช้เพียงปุ๋ยคอก ส่วนใหญ่จะใช้มูลวัว หรือฮอร์โมนชีวภาพ ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมี ส่วนเรื่องของศัตรูพืชนั้น ระวังเรื่องหนอนผีเสื้อกลางคืนเจาะกินหน่ออ่อน มดบางชนิด แต่ก็รักษาด้วยการคงความสมดุลของดิน อย่าให้ขาดน้ำหรือขาดความชุ่มชื้น
.
สำหรับการบังคับไผ่หวานช่อแฮให้ออกในหน้าแล้งหลังจากเก็บลำต้นของไผ่จากการเจริญเติบโตในหน้าฝน ในหน้าแล้งก็จะตัดลำต้นไผ่ออกบ้าง เพื่อการแทงหน่ออ่อน ทำแบบง่ายๆ ต้นไผ่ก็จะแทงหน่อออกในหน้าแล้งนั่นเอง โดยเริ่มตัดลำต้นเลาะใบทิ้งในเดือนมกราคม และบำรุงดิน รักษาความชื้น ระบบน้ำ ไผ่จะเริ่มแทงหน่อในเดือนกุมภาพันธ์ และจะเก็บผลผลิตได้ในเดือนเมษายนถึงต้นพฤษภาคม ถือว่าเป็นช่วงเวลารับทรัพย์ของชาวสวนไผ่หน้าแล้ง
.
ปัจจุบันนี้ การงานหายาก ปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบอย่างมาก คนตกงาน บริษัทต่างปิดกิจการลง ไม่เพียงแต่ประเทศไทยประเทศเดียวที่มีผลกระทบจากปัญหานี้ ทั่วโลกก็ได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด แต่หลักความจริงก็คือ คนเราต้องกินต้องใช้ และต้องการมีชีวิตที่ดี อยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งรัฐบาลเพียงอย่างเดียว อาชีพที่ยั่งยืนคือ อาชีพเกษตรกรรม เชื่อได้ว่าตราบใดที่คนเราต้องกินต้องใช้ เพราะฉะนั้นอาชีพเป็นเกษตรกรจึงเป็นอาชีพที่รองรับปัญหาเรื่องการว่างงานได้ดีทีเดียว

ขอบคุณข้อมูล
https://www.technologychaoban.com/agricultur…/article_159227

☎️ปรึกษาปัญหาเกษตรโทร.02-104-9999
? ช่องทำเกษตรอินทรีย์ ? https://bit.ly/เกษตรเพียวเพียว
—————————
?กด Like ? และ ติดตามเพจ ?
เพื่อรับข่าวสารด้านเกษตรก่อนใครได้ที่นี่
#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI ? หมายเลข 72

#เกษตรนิวส์ #ข่าวเกษตร #ดรเพียวการเกษตร #ไผ่หวาน

ตลาดไทผุดไอเดียขายสินค้า GAP สมุนไพรสด-เครื่องเทศสด ช่วยยกระดับรายได้เกษตรกรจากสวน

อย่างแจ๋ว‼️ ตลาดไทผุดไอเดียขายสินค้า GAP สมุนไพรสด-เครื่องเทศสด ช่วยยกระดับรายได้เกษตรกรจากสวน
—————————
นายอดิศร์ ภัทรประสิทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการค้า บริษัท ไทย แอ็กโกร เอ็กซเชนจ์ จำกัด (ตลาดไท) กล่าวว่า โครงการตลาดไท ซีเล็ค “สมุนไพรสดและเครื่องเทศสดปลอดภัย GAP” จะถูกขับเคลื่อน โดยใช้กลไกตลาดกลางค้าส่ง และประสบการณ์ความเชี่ยวชาญของตลาดไท เข้ามาช่วยสนับสนุนการจัดจำหน่ายสมุนไพรสด และเครื่องเทศสด ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย ซึงหมุนเวียนเข้าสู่ตลาดไทให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผ่านการเปิดพื้นที่ซื้อขายสมุนไพรสดและเครื่องเทศสดปลอดภัย GAP
.
โดยเฉพาะ ภายในโซนผักร่วมใจ ผักปลอดภัย ณ ลานผัก ตลาดไท และมีบริการรถขนส่ง “ตลาดไท เฟรช” อำนวยความสะดวกในการจัดส่งสินค้าไปยังพันธมิตรคู่ค้าทางธุรกิจของตลาดไท อาทิ กลุ่มโรงเรียน กลุ่มโรงพยาบาล และกลุ่มตลาดสด
.
ในปี 2562 ตลาดไทมีสมุนไพรสด และเครื่องเทศสดปลอดภัย GAP หมุนเวียนเข้าตลาดจำนวน 9,700 ตัน แบ่งออกเป็นสมุนไพรสดปลอดภัย GAP จำนวน 2,780 ตัน และเครื่องเทศสดปลอดภัย GAP จำนวน 6,920 ตัน
.
ตลาดไทคาดว่า หลังจากผลักดันอย่างจริงจังภายในหนึ่งปีแรก จะมีกลุ่มเกษตรกรสมุนไพรสด และเครื่องเทศสดปลอดภัย GAP จากทั่วประเทศ ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 100 กลุ่ม และมีปริมาณสินค้าสมุนไพรสด และเครื่องเทศสดปลอดภัย GAP หมุนเวียนในตลาดไทเพิ่มขึ้นอีกกว่า 15,000 ตัน ภายในเดือนกันยายน 2564 และจะมีการขยายโครงการไปยังกลุ่มสินค้าแปรรูปต่อไปในอนาคต
.
โครงการตลาดไท ซีเล็ค สมุนไพรสดและเครื่องเทศสดปลอดภัย GAP เป็นโครงการสืบเนื่องที่ต่อยอดจากโครงการตลาดไท ซีเล็ค ซึ่งริเริ่มขึ้นเมื่อปี 2561 โดยมีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมสินค้าทางการเกษตรทั้งผัก ผลไม้ และสินค้าแปรรูป ที่มีคุณภาพ สด ใหม่ สะอาด ปลอดภัย และได้ใบรับรองมาตรฐาน GAP, Thai GAP, Organic Thailand หรือมาตรฐานรับรองอื่น จากหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ ผู้บริโภคสามารถสแกนคิวอาร์โค้ด (QR Code) เพื่อตรวจสอบย้อนกลับไปยังแหล่งเพาะปลูกได้ จึงมั่นใจในมาตรฐาน และความปลอดภัยได้อย่างแท้จริง
.
ท่าผ่านมาโครงการตลาดไท ซีเล็ค ประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม นับจากจุดเริ่มต้นที่ได้นำสินค้าผักปลอดภัย GAP ของเกษตรกร เข้าร่วมโครงการนำร่องภายใต้ชื่อ “ผักร่วมใจ ผักปลอดภัย” ซึ่งได้รับความสนใจ และการตอบรับเป็นอย่างดี จากทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค โดยมียอดจำหน่ายในปี 2562 ถึง 659 ล้านบาท

ขอบคุณข้อมูล
https://www.thebangkokinsight.com/436382/

☎️ปรึกษาปัญหาเกษตรโทร.02-104-9999
? ช่องทำเกษตรอินทรีย์ ? https://bit.ly/เกษตรเพียวเพียว
—————————
?กด Like ? และ ติดตามเพจ ?
เพื่อรับข่าวสารด้านเกษตรก่อนใครได้ที่นี่
#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI ? หมายเลข 72

#เกษตรนิวส์ #ข่าวเกษตร #ดรเพียวการเกษตร

กรมวิชาการเกษตรเตือนชาวาวนมะพร้าว เฝ้าระวัง ‘ด้วงแรด’ พร้อมแนะนำวิธีปราบ

ฝนเยอะยิ่งเจอ‼️กรมวิชาการเกษตรเตือนชาวาวนมะพร้าว เฝ้าระวัง ‘ด้วงแรด’ พร้อมแนะนำวิธีปราบ
—————————
เฝ้าระวังสวนมะพร้าวในช่วงที่มีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางแห่ง กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรเฝ้าระวังการเข้าทำลายของด้วงแรดมะพร้าว สามารถพบได้ทั้งในระยะที่ต้นมะพร้าวยังไม่ให้ผลผลิตและให้ผลผลิตแล้ว เริ่มแรกจะพบตัวเต็มวัยบินขึ้นไปกัดเจาะโคนทางใบหรือยอดอ่อนของมะพร้าว โดยเจาะทำลายยอดอ่อนที่ใบยังไม่คลี่ ทำให้ใบใหม่ไม่สมบูรณ์ มีรอยขาดแหว่งเป็นริ้วๆ คล้ายหางปลาหรือรูปพัด กรณีถูกทำลายมาก
.
ใบที่เกิดใหม่จะแคระแกรน รอยแผลตรงบริเวณเนื้อเยื่ออ่อนที่ถูกด้วงแรดมะพร้าวกัดจะเป็นช่องทางให้ด้วงงวงมะพร้าวเข้ามาวางไข่ หรือเกิดยอดเน่าจนถึงต้นตายได้ในที่สุด สำหรับด้วงแรดมะพร้าวในระยะตัวหนอน จะพบตามพื้นดินบริเวณกองปุ๋ยหมักและปุ๋ยคอก ซึ่งตัวหนอนจะเจาะชอนไชกัดกินและทำลายระบบรากของมะพร้าวปลูกใหม่ ทำให้ยอดเหี่ยวและแห้งเป็นสีน้ำตาล ต้นแคระแกรนไม่เจริญเติบโต
.
หากพบการเข้าทำลายของด้วงแรดมะพร้าว เกษตรกรควรใช้วิธีป้องกันกำจัดแบบผสมผสาน คือ วิธีเขตกรรม ชีววิธี และการใช้สารเคมี สำหรับวิธีเขตกรรม ให้เกษตรกรหมั่นรักษาความสะอาดและกำจัดเศษวัสดุต้นมะพร้าวบริเวณสวนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกำจัดแหล่งขยายพันธุ์ กรณีมีกองปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก กองขยะ กองขี้เลื่อย กองแกลบ ควรกำจัดออกไปจากสวนมะพร้าว หรือกองให้เป็นที่แล้วหมั่นกลับกองเพื่อตรวจดูหนอนด้วงแรดมะพร้าว หากพบหนอนให้จับมาทำลายหรือเผากองนั้นทิ้งทันที
.
ส่วนลำต้นและตอมะพร้าวที่โค่นทิ้งไว้ หรือมะพร้าวที่ยืนต้นตายควรโค่นลงมาเผาทำลาย กรณีต้นมะพร้าวที่ถูกตัดแล้วยังสดอยู่ ให้นำมาทำกับดักล่อให้ด้วงแรดมะพร้าวมาวางไข่ โดยให้ตัดทอนออกเป็นท่อนสั้นๆ นำมาวางเรียงรวมกันไว้ให้เปลือกมะพร้าวติดกับพื้นดิน เพราะด้วงแรดมะพร้าวจะวางไข่บริเวณที่ชุ่มชื้นสูงและผุเร็ว จากนั้น ให้เกษตรกรเผาทำลายท่อนกับดักเพื่อกำจัดทั้งไข่ หนอน และดักแด้ของด้วงแรดมะพร้าว สำหรับตอมะพร้าวที่เหลือให้ใช้น้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วราดให้ทั่วตอ เพื่อป้องกันการวางไข่ได้
.
การใช้ชีววิธีในการกำจัด ให้เกษตรกรใช้เชื้อราเขียวเมตาไรเซียมใส่ตามกองขยะ กองปุ๋ยคอก หรือกับดักท่อนมะพร้าวที่มีหนอนด้วงแรดมะพร้าวอาศัยอยู่ และเกลี่ยเชื้อให้กระจายทั่วกอง เพื่อให้เชื้อมีโอกาสสัมผัสกับตัวหนอนให้มากที่สุด จากนั้นรดน้ำให้ความชื้นและหาวัสดุใบมะพร้าวมาคลุมกองไว้ เพื่อรักษาความชื้นและป้องกันแสงแดด ซึ่งเชื้อราเขียวเมตาไรเซียมจะเข้าทำลายในทุกระยะการเจริญเติบโตของด้วงแรดมะพร้าว
.
สำหรับการใช้สารเคมีในต้นมะพร้าวอายุ 3-5 ปีที่ยังไม่สูงมาก ให้ใช้ลูกเหม็นใส่บริเวณคอมะพร้าวที่โคนทางใบรอบๆ ยอดอ่อน ทางละ 2 ลูก ต้นละ 6-8 ลูก กลิ่นของลูกเหม็นจะไล่ไม่ให้ด้วงแรดมะพร้าวบินเข้าไปทำลายคอมะพร้าว หากระบาดมาก ให้ใช้สารฆ่าแมลงสารไดอะซินอน 60% อีซี หรือสารคาร์โบซัลแฟน 20% อีซี ชนิดใดชนิดหนึ่ง อัตรา 80 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร ราดบริเวณคอมะพร้าวให้เปียกตั้งแต่โคนยอดอ่อนลงมา โดยใช้ปริมาณ 1-1.5 ลิตรต่อต้น ทุก 15-20 วัน และควรใช้ 1-2 ครั้งในช่วงระบาด

ขอบคุณข้อมูล
https://www.newsplus.co.th/around-town/19324/

☎️ปรึกษาปัญหาเกษตรโทร.02-104-9999
? ช่องทำเกษตรอินทรีย์ ? https://bit.ly/เกษตรเพียวเพียว
—————————
?กด Like ? และ ติดตามเพจ ?
เพื่อรับข่าวสารด้านเกษตรก่อนใครได้ที่นี่
#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI ? หมายเลข 72

#เกษตรนิวส์ #ข่าวเกษตร #ดรเพียวการเกษตร

ดอกไม้เทวดาลดน้ำตาลในเลือด

สมุนไพรดีๆ ที่หลายคนการันตีถึงสรรพคุณอันดีงาม คงหนีไม่พ้น ดอกคำฝอย เพราะเป็นดอกไม้จากพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง ที่มักปลูกมากกันทางภาคเหนือ ลำต้นสั้น ทนต่อสภาพอากาศ ดอกมีลักษณะกลม กลีบดอกเล็กเรียว และมีดอกเล็กย่อยออกมาหลายดอก สีเหลืองจนไปถึงส้ม หรือส้มแดงเมื่อแก่จัด ดอกคำฝอย เป็นดอกไม้จากพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง ที่มักปลูกมากกันทางภาคเหนือ ลำต้นสั้น ทนต่อสภาพอากาศ ดอกมีลักษณะกลม กลีบดอกเล็กเรียว และมีดอกเล็กย่อยออกมาหลายดอก สีเหลืองจนไปถึงส้ม หรือส้มแดงเมื่อแก่จัด

สำหรับประโยชน์ของคำฝอยที่มีต่อสุขภาพก็มีมากมายล้นเหลือ ดังนี้

1. ลดไขมันในเส้นเลือด
น้ำมันที่สกัดจากเมล็ดของดอกคำฝอยมีกรดไลโนเลอิก ที่จะช่วยลดไขมันในเส้นเลือด และป้องกันการอุดตันของไขมันในหลอดเลือดได้ นอกจากนี้ American Heart Association ยังระบุว่ากรดไขมันไม่อิ่มตัวที่พบในน้ำมันดอกคำฝอยสามารถลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ได้ น้ำมันดอกคำฝอยจึงเหมาะกับผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง ผู้ที่เป็นโรคอ้วน หรือมีความเสี่ยงโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดเป็นที่สุด และนอกจากลดไขมันในเลือดได้แล้ว คำฝอยก็สามารถลดความอ้วนได้เช่นกัน

2. ช่วยบำรุงหัวใจ
ดอกคำฝอยเป็นพืชสมุนไพรที่มีรสหวานร้อนและขมเล็กน้อย จึงสามารถบำรุงหัวใจได้ดี โดยใช้ชาดอกคำฝอย 1 ช้อนชาต่อน้ำร้อน 1 แก้ว ชงดื่มวันละ 1-2 ครั้งจะทำให้หัวใจมีความแข็งแรงและสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

3. ลดระดับน้ำตาลในเลือด
การบริโภคน้ำมันสกัดจากเมล็ดดอกคำฝอยจะช่วยลดระดับของน้ำตาลในเลือดได้ จากการศึกษาในปี 2011 พบว่าการบริโภคน้ำมันดอกคำฝอย 8 กรัมทุกวันเป็นเวลา 4 เดือนในกลุ่มผู้ป่วยหญิงที่อยู่ในช่วงวัยหมดประจำเดือนมีภาวะของโรคอ้วนและเป็นโรคเบาหวานประเภท 2 พบว่าสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดผู้ป่วยได้

4. ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย
ดอกคำฝอยมีฤทธิ์เป็นยาระงับประสาทแบบอ่อนๆ มีส่วนช่วยให้เกิดความผ่อนคลายมากขึ้น ช่วยลดความเครียด พร้อมทั้งแก้อาการนอนไม่หลับได้เป็นอย่างดี จึงช่วยให้นอนหลับสบายมากขึ้นกว่าเดิม

5. บรรเทาอาการปวดประจำเดือน
ในผู้หญิงที่มีอาการปวดท้องประจำเดือนเป็นประจำ ก็สามารถบรรเทาอาการปวดด้วยคำฝอยได้ โดยใช้ชาดอกคำฝอย 1 หยิบมือชงกับน้ำอุ่น 1 แก้ว ดื่มวันละ 2-3 ครั้ง นอกจากนี้กรดไลโนเลอิกที่พบในน้ำมันดอกคำฝอยยังสามารถช่วยควบคุมการหลั่งของสารกลุ่มพรอสตาแกลนดิน (prostaglandins) ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมในระหว่างการมีประจำเดือนจึง ใครที่เป็นเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (ชอคโกแลตซีส)สรรพคุณดอกคำฝอยช่วยขับเลือดเก่า ล้างมดลูกให้สะอาดขึ้น นี้เป็นสาเหตุหนึ่งของการปวดประจำเดือนช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้

เครดิต : honestdocs.co

☎️ปรึกษาปัญหาเกษตรโทร.02-104-9999
? ช่องทำเกษตรอินทรีย์ ? https://bit.ly/เกษตรเพียวเพียว
—————————
?กด Like ? และ ติดตามเพจ ?
เพื่อรับข่าวสารด้านเกษตรก่อนใครได้ที่นี่
#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI ? หมายเลข 72

#เกษตรนิวส์ #ข่าวเกษตร #ดอกคำฝอย

อ.ภูเรือ จ.เลย ลุยกำจัดแมลงวันในสวนแก้วมังกรให้หมดก่อนฤดูท่องเที่ยว ❌??❌

อ.ภูเรือ จ.เลย ลุยกำจัดแมลงวันในสวนแก้วมังกรให้หมดก่อนฤดูท่องเที่ยว ❌??❌
—————————
นางจันทิมา บุนนาค ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าศาลา กล่าวว่า ประชาชนทุกคน หน่วยงานราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมแสดงพลัง ร่วมกิจกรรมรณรงค์ ประชารัฐร่วมใจกำจัดภัยแมลงวัน ในวันนี้ ซึ่งมีเครือข่ายคนรักสุขภาพตำบลท่าศาลา และทุกภาคส่วนรวมจำนวน 140 คน
.
สำหรับ วัตถุประสงค์ของการกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อเป็นกำจัดแมลงวัน ซึ่งเป็นพาหะนำโรคอันตรายต่างๆ ได้แก่ ไข้ไทฟอยด์ โรคอหิวาห์ตกโรค โรคอุจจาระร่วงอย่างแรง โรคตาแดง โรคบิดมีตัว บิดไม่มีตัว โรคโปลิโอ โรคแอนแทร็กซ์ วัณโรค พยาธิปากขอ พยาธิไส้เดือน นอกจากนี้ ยังก่อให้เกิดความรำคาญ แก่พี่น้องประชาชน
.
ซึ่งส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ของอำเภอภูเรือ ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่พี่น้องชาวตำบลท่าศาลาและชาวภูเรือ ต้องร่วมมือ ร่วมใจพร้อมกันกำจัดแมลงวัน
.
โดยมีกิจกรรมร่วมเดินรณรงค์ เชิญชวน พ่อค้า ประชนชน ส่วนราชการ สนับสนุนการใช้มาตรการ 3 ส. อันได้แก่ การสร้างองค์ความรู้ การกำจัดแมลงวัน และประชาสัมพันธ์ การมีส่วนร่วมในการกำจัดแมลงวัน ทุกภาคส่วน และสนับสนุนการบังคับ มาตรการทางกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ การประชาสัมพันธ์ การพ่นสารเคมี กำจัดตัวแก่แมลงวัน การพ่นน้ำหมักชีวภาพ กำจัดตัวอ่อนแมลงวัน การทำลายแหล่งเพาะพันธ์แมลงวัน ประชาสัมพันธ์แจกแผ่นพับ โทษและพิษภัยของแมลงวันในพื้นที่
.
สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้จะประกอบด้วย การจัดเวทีเสวนาประชารัฐร่วมใจกำจัดภัยแมลงวัน สาธิตการเก็บปุ๋ยมูลไก่ที่ถูกต้อง สาธิตการทำจุลินทรีย์หน่อกล้วย สาธิตการทำกาวดักแมลงวันจากยางพารา สาธิตการใช้จุลินทรีย์หน่อกล้วย มอบน้ำหมักชีวภาพเพื่อใช้ต่อยอดในชุมชน
.
การแก้ไขปัญหาแมลงวันนั้นจำเป็นที่จะบูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นราชการทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นเกษตร ปศุสัตว์ สาธารณะสุขและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในส่วนของภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ร้านค้าโรงแรม ซึ่งหลังจากผู้ประกอบการนำข้อมูล การนำมูลไก่ในพื้นที่มาใช้ในด้านการเกษตร ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหานี้ ร้านค้าร้านอาหาร ผู้ประกอบการที่พักโรงแรมก็มีความเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ที่สำคัญอย่างยิ่งตัวพี่น้องเกษตรกรเองผู้ใช้มูลไก่ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดปัญหาแมลงวันในพื้นที่ เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาจะต้องบูรณาการในพื้นที่ร่วมกันทุกภาคส่วน
.
การแก้ไขปัญหาแมลงวันในอำเภอภูเรือจะสำเร็จลงได้ และลำดับต่อไป จะให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเองก็จะต้องมีข้อกำหนดให้มีข้อบัญญัติหรือเทศบัญญัติและบังคับ ใช้กับเกษตรกร ผู้ที่จะนำรถปุ๋ยมูลไก่เข้าไปพื้นที่ จะต้องมีสถานที่เก็บก่อน มีการป้องกันด้วยการหมักอย่างดี ก่อนที่จะนำไปจำหน่ายให้เกษตรกรซึ่งจะต้องบูรณาการร่วมกันจึงจะสำเร็จ

ขอบคุณข้อมูล
https://www.77kaoded.com/news/amarin/1984292

☎️ปรึกษาปัญหาเกษตรโทร.02-104-9999
? ช่องทำเกษตรอินทรีย์ ? https://bit.ly/เกษตรเพียวเพียว
—————————
?กด Like ? และ ติดตามเพจ ?
เพื่อรับข่าวสารด้านเกษตรก่อนใครได้ที่นี่
#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI ? หมายเลข 72

#เกษตรนิวส์ #ข่าวเกษตร #ดรเพียวการเกษตร