แปรรูปเปลือกมะนาว กิโลกรัมละ 60,000 บาท‼️

แปรรูปเปลือกมะนาว กิโลกรัมละ 60,000 บาท‼️

นายนฤเทพ ศิริเศรษฐ์ เจ้าของสวนมะนาว ต.ท่ายาง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี กำลังหาช่องทางในการแปรรูปมะนาว แม้จะหาความรู้จากโซเชียล แต่ลงมือทำผลที่ได้กลับไม่เป็นไปอย่างที่หวัง ไหนๆ อยากทำแปรรูปแทนขายวัตถุดิบ เพื่อให้คนซื้อมีความเชื่อมั่น จึงเข้าอบรมกับแพทย์แผนไทยโรงพยาบาลชะอำ ทำแปรรูปน้ำผึ้งมะนาว

แต่ไม่มีประสบการณ์เรื่องการตลาด จึงปรึกษากรมการพัฒนาชุมชน (พช.) เจ้าหน้าที่แนะให้เข้าโครงการ OTOP จากนั้นช่วยพัฒนาออกแบบบรรจุภัณฑ์ และพาไปขายตามที่ต่างๆ ได้รับการตอบรับดีมาก ทำเท่าไรขายได้หมด ต้องเพิ่มปริมาณแปรรูปมาก

โดยได้ความช่วยเหลือจาก บ.เลม่อนโกลด์ นำเปลือกมะนาวมากลั่นสกัดน้ำมันจากเปลือกมะนาว เพราะภาควิชาเวชสำอาง มหาวิทยาลัยสวนสุนันทา ได้ศึกษาพบว่า น้ำมันสกัดจากผิวมะนาวมีวิตามินเอ วิตามินซี มีคุณสมบัติเร่งการผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ ช่วยให้ผิวนุ่ม แก้ปัญหาผิวแตก
ที่สำคัญน้ำมันจากเปลือกมะนาวยังสามารถนำไปทำน้ำมันหอมละเหยอโรมา ซึ่งจะช่วยผ่อนคลายอารมณ์ลดความเครียดได้

จึงเริ่มนำมะนาวมาเข้ากระบวนการกลั่นเพื่อให้ได้น้ำมัน เปลือกมะนาว 10 กก. ผสมน้ำ 12 ลิตร ใส่ลงหม้อกลั่น 6 ชม. จะได้น้ำมันหอมระเหย 150 ซีซี ที่ซื้อขายกันในราคาซีซีละ 60 บาท หรือลิตรละ 60,000 บาท

แต่ขายเป็นน้ำมันเปลือกมะนาว 100% ลิตรละ 60,000 บาท ราคายังไม่เร้าใจเท่าเอามาต่อยอดแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอาง นำน้ำมันเปลือกมะนาว 10 เปอร์เซ็นต์ผสมกับน้ำมันอโรมา ทำสเปรย์ฉีดผิวแบรนด์ ไรมู เซรั่ม (RAIMU Body Mist Serum) ส่งญี่ปุ่น ได้มูลค่าเพิ่มไปอีก 25 เท่า

 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : https://www.thairath.co.th/news/local/1650580
_________________________
ติดตามข่าวสารของเราทั้งหมดได้ที่  www.kasetnews.com

ไม่พลาดการอัพเดตเรื่องเกษตรกับทุกช่องทางการติดต่อเรา
| Facebook | facebook.com/kasetnewstv
| Youtube | youtube.com/kasetnews
| Instagram | instagram.com/kasetnews

#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI หมายเลข 72

#kasetnews #kasetnewsshop #เกษตรนิวส์ #ข่าวเกษตร #สินค้าเกษตร #ทำเกษตร #เกษตร #amazingthailand #มะนาว

ผักบุ้งลอยน้ำประหยัวเวลา ปลอดสารพิษ

ผักบุ้งลอยน้ำนอกจากจะประหยัดเวลาในการรดรดน้ำเช้าเย็นแล้ว ยังได้ผักปลอดสารพิษที่ปลูกง่ายแสนง่ายอีกด้วย‼️

// วัสดุอุปกรณ์ //

1. ลังส้ม
2. ขวดน้ำ 1.5 ลิตร (8 ใบ ต่อ ลังส้ม 1 ลัง)
3. เชือก
4. ถุงพลาสติกขนานใหญ่
5. เทปกาว
6. กาบมะพร้าว
7. ดินพร้อมปลูก
8. ปุ๋ยคอก

 

// วิธีการทำ //

• นำขวดพลาสติก 1.5 ลิตรมามัดติดของลังสมด้วยเชือกให้แน่นเพื่อไม่ให้หลุด
• นำถุงพลาสติกมราปูในลังส้ม (เพื่อป้องกันไม่ให้ดินปลูกหล่นหาย) แล้วพันติดของลังแล้วติดด้วยเทปกาวกันหลุด แล้วเจาะรูด้านล่างเล็กน้อย เจาะรูด้าข้างพอประมาณดวยไม้เสียบลูกชิ้นเพื่อนให้น้ำเข้าได้ จะได้ไม่ต้องเสียเวลารดน้ำ
• นำกาบมะพร้าวมาลองด้านล่างแล้วนำดินปลูกมาโรยทับความสูงพอประมาณแค่ครึ่งลังส้มไม่ต้องใสเยอะมาก
• นำเมล็ดผักบุ้งที่ได้ที่แล้วมาโรยให้ทั่วลังส้ม แล้วนำดินโรยกลบหน้าเล็กน้อย (เคล็ดลับการเพาะเมล็ดผักบุ้ง ให้นำเมล็ดแช่น้ำก่อนประมาณ 6-12 ชม. นำเฉพาะเมล็ดที่จมน้ำไปเพาะผักบุ้งจะใช้เวลางอกประมาณ 5-14 วัน)
• นำปุ๋ยคอกมโรยกลบหน้าอีกที แล้วรดน้ำรอให้เมล็ดผักบุ้งงอกแล้วก็นำไปลอยน้ำได้เลย

*** การปลูกผักปุ้งแบบนี้จะใช้เวลา 20-25 วัน ก็สามารถได้ผลผลิตแล้ว และที่สำคัญไม่ต้องเสียเวลามาคอยรดน้ำเช้า-เย็น อย่าลืมลองปลูกกันดูนะคะ ***

 

#เกษตรนิวส์ #ข่าวเกษตร #ผักบุ้งลอยน้ำ

‘โกโก้’ พืชปลูกง่าย ทำเงินดี ทดแทนยางพาราได้สบาย!

โกโก้ (Cocoa) เป็นไม้ผลของทวีปอเมริกากลางที่นิยมปลูกทั่วโลก เพราะเมล็ดเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตผงโกโก้และช็อกโกแลต ซึ่งเป็นที่นิยมรับประทานของคนทุกเพศทุกวัย และที่สำคัญโกโก้นั้นมีประโยชน์มากมาย เช่น เมล็ดโกโก้ใช้แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ขนมโกโก้ชนิดต่างๆ ได้แก่ โกโก้ผง โกโก้เหลว และช็อกโกแลต ผงโกโก้หรือโกโก้เหลวใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ต่างๆได้แก่ นมโกโก้ ลูกอม คุกกี้ เค้ก น้ำหอม ลิปสติก ฯลฯ

โกโก้ เป็นพืชที่เติบโตได้ดีในเขตร้อน และเขตร้อนชื้น พบเติบโตในละติจูดที่ 20 องศาเหนือ ถึง 20 องศาใต้ ช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมประมาณ 24-29 ºC พื้นที่มีปริมาณฝนตกชุกทั้งปี แต่เป็นพืชที่ไม่ต้องการแสงมาก  โกโก้ในประเทศไทยพบปลูกมากในภาคใต้ มักเติบโตได้ดีใต้ร่มไม้อื่น ชอบดินร่วนปนทราย มีค่า pH 5-5-7.0 “หรือ ที่ง่ายกว่านั้นคือ ใช้เขียวขจีซุปเปอร์ฮิวมิค เพื่อปรับสภาพดิน ให้ร่วนซุย และเติมเต็มธาตุอาหารให้เหมาะแก่การเพาะปลูก”

โกโก้สามารถปลูกได้ด้วยเมล็ด แต่ที่นิยมส่วนมากจะปลูกด้วยต้นพันธุ์การเสียบยอดหรือกิ่งปักชำ เพราะติดลูกเร็ว และลำต้นไม่สูงมาก โดยเกษตรมักปลูกแซมกับไม้อื่นในสวน อาทิ ปาล์ม มะพร้าว หรือปลูกเป็นแปลงใหญ่สำหรับจำหน่ายเมล็ดโกโก้โดยเฉพาะ

การเก็บผลผลิต
โกโก้ที่ปลูกด้วยเมล็ดจะเริ่มติดผลประมาณ 2-3 ปี หลังปลูก และในช่วงปีที่ 8-15 จะเป็นช่วงที่ให้ผลดกที่สุด มีระยะเวลาหลังออกดอกจนถึงผลสุกพร้อมเก็บประมาณ 5-6 เดือน ผลที่เริ่มเก็บได้จะมีสีเหลืองหรือสีส้ม โดยใช้กรรไกรตัดขั้วผล ไม่ควรใช้มือเด็ด เพราะช่วยป้องกันขั้วบนกิ่งไม่ให้ช้ำ ทำให้ดอกรุ่นต่อไปมีความสมบูรณ์ และแทงดอกได้ง่าย

โรคโกโก้ โรคผลเน่าดำ
เป็นโรคที่เกิดกับโกโก้ทุกพื้นที่ มีสาเหตุมาจากเชื้อรา Phytophthora palmivora มีอาการเริ่มจากพบจุดฉ่ำน้ำที่ผิวเปลือกผล ซึ่งจะเกิดขึ้นภายใน 2 วัน หลังเชื้อเข้ามาเกาะ ต่อมาจุดฉ่ำน้ำจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นสีดำ พร้อมกับขยายไปทั่วผล โรคนี้แก้ไขได้โดยฉีดพ่นสารกำจัดเชื้อราในระยะติดผล หรือเมื่อพบการระบาดของโรค **หากต้องการให้พืชโตเร็ว แข็งแรง เพิ่มคุณภาพและลดต้นทุน ค่าปุ๋ย ค่ายา แนะนำให้ใช้ “เขียวขจีเม็ดฟู่ ผสมน้ำ ฉีดพ่นทุก 7 วันครั้ง จะช่วยให้ พืชโตเร็ว แข็งแรง ช่วยสร้างภูมิต้านทานโรคและแมลง”

การหมักโกโก้
เมล็ดโกโก้ในแถบประเทศเอเชียมักมีความเป็นกรดสูง ได้แก่ กรดแลคติก และกรดอะซิตริก ทำให้เกิดกลิ่น และรสที่ไม่พึงประสงค์ จนไม่เป็นที่นิยม และอุตสาหกรรมส่วนมากนิยมใช้โกโก้ที่ผลิตในแถบประเทศแอฟริกาตะวันตก เพราะมีความเป็นกรดต่ำกว่า

การหมักโกโก้ ถือเป็นกระบวนการสำคัญในการทำให้โกโก้มีกลิ่น และรสที่อร่อย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมผลิตช็อกโกแลตที่ต้องใช้โกโก้ที่หมักได้คุณภาพดีเท่านั้น

  1. การหมักในลังไม้
    เป็นวิธีที่ใช้ในฟาร์มขนาดใหญ่ และเกษตรกรที่ต้องการคุณภาพการหมักที่ดี โดยใช้ถุงตาข่ายบรรจุเมล็ดโกโก้ ขนาด 5 กิโลกรัม นำเรียงซ้อนกันในลังไม้ ขนาด กว้าง ยาว และสูง ประมาณ 30 x 40 x 30 เซนติเมตร แล้วนำกระสอบมาปิดทับ แล้วหมักทิ้งไว้นาน 5-6 วัน ใน 3 วันแรกทำการกลับเมล็ดในถุงตาข่าย
  2. การหมักในกะบะหรือถาดไม้
    เป็นวิธีที่นิยมทั้งในเกษตรรายใหญ่ รายเล็ก และเกษตรกรที่ต้องการคุณภาพการหมัก เพราะสามารถแก้ปัญหาการหมักแบบอื่นที่มักมีเมล็ดโกโก้เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล แต่หมักได้ปริมาณน้อย โดยนำเมล็ดโกโก้มาในกะบะไม้ขนาด ยาว 90 กว้าง 60 และสูง 10 เซนติเมตร เทเมล็ดโกโก้เป็นชั้นๆ จากนั้น นำกะบะมาเรียงซ้อนกัน 8-12 ชั้น ส่วนด้านบนสุดปิดทับด้วยใบตองหรือกระสอบป่าน หมักนาน 5-7 วัน ระหว่างหมัก 1-2 วัน กลับกะบะจากบนลงล่าง
  3. การหมักในเข่ง
    เป็นวิธีที่นิยมใช้ในผู้ปลูกรายย่อยจนถึงรายใหญ่ โดยนำเมล็ดที่แกะแล้วมาใส่ในเข่ง เข่งละประมาณ 20-200 กิโลกรัม ซึ่งด้านข้างวางล้อมด้วยใบตอง และวางใบตองทับด้านบนเข่ง 2-3 ชั้น จากนั้นหมักทิ้งไว้ประมาณ 5-7 วัน และในช่วง 1-2 วัน จะนำเมล็ดกลับลงเข่งอื่น วิธีนี้ เกษตรรายย่อยในประเทศไทยนิยมใช้กัน
  4. การหมักเป็นกองบนพื้น
    เป็นวิธีที่ง่าย ทำได้รวดเร็ว และมีต้นทุนต่ำ นิยมใช้ในเกษตรรายเล็ก โดยนำเมล็ดที่แกะแล้วมากองรวมกันบนพื้นที่รองด้วยไม้ กองสูงประมาณ 60-90 เซนติเมตร ใช้เมล็ดโกโก้ประมาณ 400-500 กิโลกรัม/กอง ด้านบนกองคลุมด้วยผ้าหรือใบตองสด หมักทิ้งไว้ประมาณ 5-7 วัน พร้อมกลับเมล็ดทุกๆ 1-2 วัน
  5. การหมักบนแท่นตากแห้ง
    เป็นวิธีที่ใช้มากในประเทศแถบทวีปแอฟริกา อาทิ ประเทศเอกวาดอร์ เริ่มจากแกะเมล็ดออกจากเปลือก แล้วนำเมล็ดมากองรวมกันบนแท่นตาก แล้วคลุมด้วยผ้า มีการเกลี่ยเมล็ดตากแดดในช่วงกลางวัน ส่วนช่วงกลางคืนเก็บ

ขอแนะนำ “เขียวขจีเม็ดฟู่ ตัวช่วยในการบำรุง ชั้นยอด ที่บอกได้เลยว่า จะช่วยให้ พืชของท่าน โตเร็ว แข็งแรง และเก็บผลผลิตได้มากขึ้น 30-80%  แน่นอน อย่าลืมนะคะ ความสำเร็จที่ได้มานั้น ต้องลงมือ ทำและให้เขียวขจีเป็นตัวช่วยนะคะ ”

ปรึกษาการดูแลพืช สอบถามเพิ่มเติมโทร : 02-104-9999 ,085-687-6060 ,Line@Kasetgreen

‘แตงโมพีระมิด’ จากญี่ปุ่นราคาลูกละ 10,000 เยน-มีแค่ปีละครั้ง 

“แตงโมพีระมิด” (Pyramid Suika) เป็นแตงโมขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักเกือบ 10 กิโลกรัม วางจำหน่ายในราคาลูกละ 10,000 เยน (รวมภาษีจะอยู่ที่ลูกละ 18,000 เยน) มีจำนวนจำกัดในแต่ละฤดูกาล โดยมักจะวางจำหน่ายและตั้งโชว์ตามห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ ในตัวเมือง

ร้านผลไม้ที่ตั้งอยู่ในชั้นใต้ดินของห้างสรรพสินค้า Sogo Kobe จังหวัดเฮียวโงะ ให้สัมภาษณ์ว่า “แตงโมพีระมิดได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยจะมีลูกค้าจำนวนมากเดินทางมาถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกทุกวัน รวมถึงลูกค้าชาวต่างชาติก็ให้ความสนใจอยู่ไม่น้อย”

ถึงแม้ว่าแตงโมพีระมิดจะมีรูปทรงที่แปลกตาเพียงใด แต่รสชาติก็ยังเป็น “รสแตงโมธรรมดา” โดยร้านผลไม้ในห้างสรรพสินค้า Sogo Kobe ยังได้ให้สัมภาษณ์อีกว่า

“การที่ลูกค้าเดินทางมาเพื่อชมแตงโมพีระมิดที่ร้านเราเพิ่มขึ้น มันแสดงให้เห็นว่าแตงโมพีระมิดมีพลังในการดึงดูดลูกค้ามากแค่ไหน เพียงเท่านี้ทางร้านก็รู้สึกขอบคุณลูกค้าเป็นอย่างสูงแล้ว”

อย่างไรก็ตาม ทางร้านจะทำการตั้งโชว์แตงโมพีระมิดไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะสามารถขายออก อีกทั้ง “เหลือสิ่งอื่นใด ทางร้านเรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นเด็ก ๆ ที่กำลังปิดเทอม รู้สึกตื่นเต้นดีใจที่ได้เห็นแตงโมพีระมิดของร้านเรา”

หลังจากอ่านข่าวนี้แล้วเกษตรกรที่ปลูกแตงโมสามารถนำไอเดียนี้ไปทดลองทำดูนะคะ เป็นการเพิ่มมูลค่า

และเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกได้อีกด้วย

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://mgronline.com/japan/detail/9620000084067
_________________________
ติดตามข่าวสารของเราทั้งหมดได้ที่ www.kasetnews.com

ไม่พลาดการอัพเดตเรื่องเกษตรกับทุกช่องทางการติดต่อเรา
| Facebook | facebook.com/kasetnewstv
| Youtube |  youtube.com/kasetnews
| Instagram | instagram.com/kasetnews

#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI หมายเลข 72

#kasetnews #kasetnewsshop #เกษตรนิวส์ #ข่าวเกษตร #สินค้าเกษตร #ทำเกษตร #เกษตร #amazingthailand #แตงโม

‘หลุมพอเพียง’ เคล็ดลับการทำเกษตรแบบใหม่

หลุมพอเพียง คือ การปลูกพืชหลายอย่างในหลุมเดียว หลุมที่ว่านี้ไม่ได้สภาพเป็นหลุมลึก ๆ แต่เป็นการปลูกพืชเป็นกลุ่ม ขนาดที่น่าลองทำคือ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร แต่สำหรับคนที่มีพื้นที่ว่าง เพื่อเตรียมปลูกพืช อาจจะทำหลายๆหลุม

หลุมพอเพียง เป็นวิธีการบริหารจัดการสิ่งที่อยู่ในหลุม เริ่มจากเตรียมพื้นที่ตามขนาดที่กำหนด แล้วก็ปลูกหญ้าแฝกเป็นรูปวงกลมหรือเป็นล็อกสี่เหลี่ยม จากนั้นปลูกไม้ในหลุมนี้ ลงได้ถึง 4 – 5 ประเภทในหลุมเดียว เพื่อลดภาระการรดน้ำ ปลูกซ้ำ และเกื้อต่อการกำจัดศัตรูพืชเพราะให้ทุกอย่างเกื้อกูลกันเอง

/// ต้นไม้ที่จะปลูกในหลุมแบ่งเป็น 5 ประเภท ///

1. ไม้พี่เลี้ยง เป็นไม้ที่ให้ร่มเงา เก็บน้ำ เก็บความชื้นโดยเฉพาะช่วงร้อนหรือหน้าแล้ง เช่น กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม ควรปลูกทางทิศตะวันตก เพราะช่วยบังแสงช่วงบ่ายที่อากาศร้อนจัด เป็นพี่เลี้ยงให้พืชที่ไม่ชอบแดดจัดมาก ได้กล้วยเครือแรกเมื่อปลูก 1 ปี ก็ตัดทิ้ง ปล่อยหน่อใหม่ให้ทำงาน

2. เป็นไม้ข้ามปี ที่สามารถเอาตัวรอดได้ดี เก็บผลได้นานพอสมควร เช่น ชะอม ผักหวาน มะละกอ ผักติ้ว ผักเม็ก เริ่มเก็บกินได้ตั้งแต่ 1 เดือนไปเรื่อยๆ

3. ไม้ปัญญาอ่อน หรือ ไม้รายวัน เป็นไม้ล้มลุกปลูกง่าย ตายเร็ว ต้องคอยปลูกใหม่ ดูแลรดน้ำทุกวัน แต่เก็บผลได้เร็ว ได้ทุกวัน เช่น พริก มะเขือ กะเพรา โหระพา ตะไคร้ ข่า ฟักทอง แตงไทย แตงกวา ผักบุ้งจีน คะน้า เป็นต้น เริ่มเก็บกินได้ตั้งแต่ 15 วัน

4. ไม้บำนาญ เป็นไม้ผลยืนต้น ใช้เวลาปลูก 2 – 4 ปี แต่เมื่อให้ผลผลิตแล้ว เก็บกิน เก็บขายได้เรื่อย ๆ เช่น ขนุน มะม่วง มะนาว กระท้อน เงาะ ทุเรียน มังคุด ยางพารา เป็นต้น ในหลุมหนึ่งควรเลือกปลูกแค่ประเภทเดียว

5. ไม้มรดก เป็นกลุ่มไม้ใช้สอยที่อายุยืน ใช้เวลาปลูกนาน เก็บไว้เป็นมรดกให้ลูกหลาน ตัดขาย ก็ได้เงินก้อนใหญ่หรือจะเอาไว้ใช้ซ่อมแซมบ้านก็ได้ เช่น ประดู่ สักทอง ยางนา สะเดา พะยูง ชิงชัน ไม้พวกนี้เป็นไม้ใหญ่ ปลูกฝั่งตรงข้ามกับต้นกล้วย

และหากพืชชนิดใด ชนิดหนึ่งจะเบียดเบียนพืชอื่นมากเกินไปก็คอยควบคุมให้เหมาะสม ตัดแต่งทรงพุ่ม จัดพืชหรือเถาเลื้อยให้เหมาะสม สำหรับพืชพี่เลี้ยงก็ไม่ต้องมาก ในหนึ่งหลุมปลูกกล้วยเพียง 1-2 ต้น เท่านั้น คือ ต้นที่กำลังให้เครือ อีกหนึ่งต้นสำรองไว้สำหรับเครือต่อไปนอกนั้นให้ขุดหน่อไปขายหรือไปปลูกที่อื่น

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : https://www.sentangsedtee.com/farming-trendy/article_124111
_________________________
ติดตามข่าวสารของเราทั้งหมดได้ที่ www.kasetnews.com

ไม่พลาดการอัพเดตเรื่องเกษตรกับทุกช่องทางการติดต่อเรา
| Facebook | facebook.com/kasetnewstv
| Youtube | youtube.com/kasetnews
| Instagram | instagram.com/kasetnews

#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI หมายเลข 72

#kasetnews #kasetnewsshop #เกษตรนิวส์ #ข่าวเกษตร #สินค้าเกษตร #ทำเกษตร #เกษตร #amazingthailand

วิธีทำแปลงผักจากไม้ไผ่ ดีต่อใจแถมปลอดภัยต่อสุขภาพ 

สวัสดีค่ะ วันนี้แอดมินขอนำวิธีทำแปลงผักจากไม้ไผ่ ดีต่อใจแถมปลอดภัยต่อสุขภาพ จะมีวิธีทำอย่งไรนั้นตามมาเลยค่ะ

 

1. ถางหญ้า กำจัดวัชพืช ส่วนใหญ่เราใช้มือถอน เพราะจะได้ถอนรากถอนโคนกันเลย แต่หญ้าก็ยังมาเต็มไม่หมดสักทีค่ะ 
2. ปรับระดับดินให้เท่า ๆ กันค่ะ
3. เนื่องจากยังไม่มีเวลาทำแปลงผักสักที หญ้าก็ขึ้นเเล้วขึ้นอีก ถอนออกก็ไม่หมด เลยตัดสินใจว่าไหน ๆ หญ้าชอบขึ้นดีนัก ปูหญ้าทับมันซะเลย จะได้ไม่ต้องคอยถอนอีก แถมสวยงามด้วย โดยเราใช้เป็นหญ้านวลน้อยค่ะ ปลูกง่าย ตายยาก
4. พอหาเวลาได้แล้วก็ขึ้นแปลงเลยค่ะ ใช้จอบพรวนดินขึ้นมา
5. ใช้ไม้ไผ่ทำแปลงเพราะว่าถูกและดูเป็นธรรมชาติดีค่ะ ซื้อมาจากแถวบ้าน ลำยาว ๆ ลำละประมาณสิบกว่าบาท แต่ต้องตัดให้สั้นเพื่อความสะดวกในการขนส่ง ทว่าถ้าใช้แบบยาว ๆ เลย ก็จะง่ายกว่าเยอะค่ะ
6. ใส่ดินที่หมักไว้ พร้อมใส่มูลวัว มูลควายลงไปด้วย ดินจะได้ดีค่ะ
7. ทำแปลงเสร็จแล้วก็ลองหว่านเมล็ดลงไปเลยค่ะ
8. หญ้าขึ้นเยอะมากเพราะดินดีจากมูลวัวมูลควาย ก็เลยต้องถอนหน่อยค่ะ
9. พอผักออกแล้วก็สวยงามกินได้ค่า ปลอดสารพิษ 100% แถมยังประหยัดไปอีก

   

ข้าวเหนียวพุ่งตันละเกือบ 17,000 บาท แค่ช่วงสั้นๆ

ช่วงที่ผ่านมากว่า 1 เดือน ราคาข้าวเหนียวในตลาดแพงสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยจากภาวะภัยแล้ง และเป็นช่วงปลายฤดู ทำให้ผู้บริโภคเดือดร้อนไปทั่ว โดยเฉพาะทางภาคเหนือและอีสาน ที่คนนิยมกินข้าวเหนียวเป็นหลัก ส่วนร้านค้าจำเป็นต้องปรับราคาขายข้าวเหนียวนึ่ง จากราคาขายขั้นต่ำถุงละ 5 บาท เป็น 10 บาท หรือขายราคาเดิมแต่ลดปริมาณลง

ขณะที่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ต้องหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นการด่วน พร้อมสั่งการให้กรมการค้าภายใน กำหนดให้โรงสี ผู้ประกอบการค้าข้าวเหนียวและผู้เกี่ยวข้อง รายงานสต็อกข้าวเหนียวในครอบครอง เพื่อป้องกันการกักตุน ตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค.นี้

ด้านนายเกรียงศักดิ์ ตาปนานนท นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย เปิดเผยว่า ข้าวเหนียวไม่เหมือนข้าวอื่น ซึ่งยังมีข้าวพันธุ์ต่างๆ มาทดแทนในการบริโภค อีกทั้งข้าวเหนียวส่วนใหญ่ใช้บริโภคในประเทศ มีการส่งออกเพียง 3-4 แสนตันเท่านั้น

โดยที่ผ่านมามีปัญหาการเพาะปลูกมา 2 ปีซ้อน เนื่องจากปลูกนาปรังไม่ได้ผลผลิตข้าว อีกทั้งผู้ทำธุรกิจข้าวเหนียวจะปลูกให้พอดีกับการบริโภคทั้งปีเท่านั้น หากมีภัยแล้งจะเก็บเอาไว้ก่อน เพื่อบริโภคในครอบครัว จะไม่เอามาขาย ทำให้ปริมาณข้าวเหนียวในตลาดลดลง แต่เชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายภายในเดือน ต.ค. หลังผลผลิตฤดูกาลใหม่ทยอยออกมา

อย่างข้าวเปลือกสันป่าตอง ความชื้น 30% ราคาตันละ 14,500 บาท และจะเกิดสุญญากาศจากราคาสูงมากเกิน เกรงว่าชาวนาเมื่อเห็นราคาดีก็จะแห่ปลูก ผมกลัวตรงนี้ หากฝนฟ้าดีจะมีข้าวใหม่ออกจำนวนมาก ซึ่งต้องระวัง และตอนนั้นจะทำให้ไปกันไม่เป็นอีก เพราะการซื้อขายชะลอตัว เหมือนช่วงหนึ่งเมื่อปี 2551 ตอนจีนเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก สั่งซื้อข้าวเหนียวไทยมาทำขนมและเหล้า ทำให้ราคาพุ่งแรงมาก และร่วงลงในเวลาต่อมา โดยไม่มีใครรู้สถานการณ์เลย

พร้อมย้ำว่าการปลูกข้าวเหนียวควรมีการวางแผน ต้องประเมินสภาพอากาศ หากน้ำดี จะทำให้ผลผลิตข้าวเหนียวออกมาดี ภายใน 3 เดือน คาดว่าเดือน ต.ค.นี้ ปริมาณข้าวเหนียวจะออกมามาก ซึ่งชาวนาต้องระวังในการปลูกให้พอดี เนื่องจากไม่มีใครรู้สถานการณ์ราคา ซึ่งขึ้น-ลงรุนแรงมาก จึงขอให้ประเมินพื้นที่การปลูกให้ดี

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.thairath.co.th/news/business/1645735
_________________________
ติดตามข่าวสารของเราทั้งหมดได้ที่ www.kasetnews.com

ไม่พลาดการอัพเดตเรื่องเกษตรกับทุกช่องทางการติดต่อเรา
| Facebook |  facebook.com/kasetnewstv
| Youtube | youtube.com/kasetnews
| Instagram | instagram.com/kasetnews

#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI  หมายเลข 72

#kasetnews #kasetnewsshop #เกษตรนิวส์ #ข่าวเกษตร #สินค้าเกษตร#ทำเกษตร #เกษตร #amazingthailand #ข้าวเหนียว