‘จานใบตอง’ จานรักษ์โลกย่อยสลายง่าย ใบละ 1.8 บาทเท่านั้น‼️

สวัสดีค่ะ แฟนเกษตรนิวส์ทุกท่านช่วงนี้เรากำลังช่วยกันลดโลกร้อนนะคะไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์งดใช้ถุงพลาสติกที่เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.63 ที่ผ่านมานอกจากนี้กระแสการใช้ภาชนะทางเลือกใหม่จากวัสดุธรรมชาติจึงกลายเป็นตัวเลือกที่นำกลับมาใช้ วันนี้ค่ะแอดมินจะขอพาไปพบกับฝีมือคนไทยที่ผลิต  ‘จานใบตอง’ จานรักษ์โลกย่อยสลายง่าย ใบละ 1.8 บาทเท่านั้น ‼️

Fine Leaf เป็นแบรนด์จานใบตองตึง (ใบต้นพลวง) จาก อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ที่มาที่ไปเริ่มต้นจากทางเจ้าของแบรนด์เริ่มทำใบไม้จานใช้ในร้านอาหารของตัวเอง แล้วค่อยๆ ขยับขยายกลายเป็นขายให้ร้านอาหารในพื้นที่ แล้วต่อยอดส่งขายให้ลูกค้าทั่วประเทศ

ความพิเศษของจานใบตองตึง Fine Leaf คือ ผลิตจากใบตองตึงที่อยู่ในธรรมชาติ ไม่มีสารเคมี อยู่ห่างไกลเขตอุตสาหกรรม คัดเลือกใบอย่างประณีตด้วยความชำนาญสูง ผ่านการล้างและแช่ด่างทับทิมฆ่าเชื้อโรคมาแล้วอย่างดี มั่นใจได้เรื่องความสะอาด ใช้แทนจานโฟม กระดาษ พลาสติกได้เลย สะดวกเหมือนกัน แต่ดีต่อโลกกว่าเยอะ

ทางแบรนด์ เปิดเผยว่า จานใบตองตึงยังเป็นการช่วยอนุรักษ์ภูมิปัญญาชาวล้านนา เพราะทางภาคเหนือมีการใช้ใบตองตึงห่ออาหารกันมานานแล้ว เลยนำมาต่อยอดให้เป็นนวัตกรรมที่เข้ากับยุคสมัย และช่วยลดความเสี่ยงการเกิดไฟป่าในทางหนึ่ง โดยเก็บเอาใบตองตึงมาเพิ่มมูลค่า ลดการสะสมของเชื้อเพลิง

สำหรับท่านใดที่สนใจสินค้าของ Fine Leaf สามารถสั่งซื้อได้ในราคาเบา ๆ สั่ง 100 ใบขึ้นไป ตกใบละ 1.8 บาทเท่านั้น 

ทั้งลดโลกร้อน และเพิ่มความเก๋ให้ร้านเราได้อีกเยอะเลยนะคะ 

—————————
ขอบคุณข้อมูล
https://cheechongruay.smartsme.co.th/content/25539
—————————
กด Like 👍 และ ติดตามเพจ 🌟
เพื่อรับข้อมูลข่าวสารด้านเกษตรก่อน
#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI 📺 หมายเลข 72
| Youtube | 🎥 youtube.com/kasetnews
| Instagram | 📸 instagram.com/kasetnews
📲 ติดต่อโฆษณาทาง inbox  เท่านั้น👈

8 ผลไม้ต้านภูมิแพ้!

สวัสดีค่ะ… ช่วงนี้อากาศบ้านเราเปลี่ยนแปลงเดี๋ยวหนาว เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝน ใครที่เป็นภูมิแพ้มีอาการแน่เลยค่ะ นอกจากสภาพอากาศแล้ว โรคภูมิแพ้มาจากภูมิแพ้ภายในบ้านหรือที่ทำงานได้เช่นกันไม่ว่าจะเป็น ตัวไรฝุ่น, แมลงสาบ, ขนสัตว์ รังแคสัตว์ และเชื้อรา มักมีอาการจามติดๆกันหลายครั้ง คันที่ตา คัดจมูก ซึ่งการรับประทานผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงจะช่วยป้องกันภูมิแพ้ได้และนี่คือ 8 ผลไม้ป้องกันภูมิแพ้ ที่ควรรับประทานเป็นประจำมีอะไรบ้างนั้นตามมาเลยค่ะ

#โทงเทงฝรั่ง
โทงเทงฝรั่งมีวิตามินซีสูงมาก เมื่อเทียบกับผลไม้ชนิดอื่นๆ ซึ่งวิตามินซีจะช่วยป้องกันโรคหวัด หรือโรคภูมิแพ้ และช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคต่างๆ ให้แก่ร่างกายได้เป็นอย่างดี

#สับปะรด
สับปะรดผลไม้รสหวานอมเปรี้ยว อุดมไปด้วยวิตามินซี จึงช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงขึ้น ป้องกันโรคภูิแพ้และรักษาหวัดได้เป็นอย่างดี

#สตรอว์เบอร์รี
สตรอว์เบอร์รี 100 กรัม มีวิตามินซี 58 มิลลิกรัม จึงช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ป้องกันหวัด และโรคภูมิแพ้

#กีวี
ปริมาณกีวี 100 กรัม มีวิตามินซีถึง 105 มิลลิกรัม ซึ่งจะช่วยป้องกันโรคหวัดหรือโรคภูมิแพ้ อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงยิ่งขึ้น

#แอปเปิ้ล
วิตามินซีจากแอปเปิ้ลช่วยป้องกันโรคหวัด โรคภูมิแพ้ หรือโรคเลือดออกตามไรฟัน และช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคต่างๆ ให้แก่ร่างกายได้เป็นอย่างดี

#ลิ้นจี่
ปริมาณลิ้นจี่ 100 กรัม มีวิตามิน 72 มิลลิกรัม เพียงแค่ทานลิ้นจี่วันละ 3 ผล ก็ช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินซีเพียงพอในแต่ละวัน จึงช่วยเสริมสร้างให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงยิ่งขึ้น

#ฝรั่ง
ปริมาณฝรั่งสีชมพู 100 กรัม มีวิตามินซีสูงกว่าส้มถึง 3 เท่า จึงช่วยป้องกันหวัด ภูมิแพ้ เสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย และยังช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน

#มังคุด
เปลือกมังคุดช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย และยับยั้งการหลั่งสารฮิสตามีน (histamine) ซึ่งมีส่วนสำคัญในการป้องกันโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด

ขอบคุณ health.mthai.com
#เกษตรนิวส์ #ข่าวเกษตร

คลุมดิน มีประโยชน์อะไรต่อพืช?

การ #คลุมดิน เป็นวิธีที่ถูกที่สุดในการกักเก็บน้ำในดินและรักษาอุณหภูมิในดิน นอกจากนี้การคลุมดินยังเป็นการป้องกันวัชพืชและเพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ดินโดยตรงที่สุด การคลุมดินด้วยวัตถุต่าง ๆ เช่น พลาสติก กระดาษ เศษเหลือของพืช ฯลฯ ก็เพื่อเป็นการอนุรักษ์ดินและน้ำ ป้องกันการพังทลายของหน้าดินที่เกิดจากเม็ดฝนที่ตกลงมา
.
ยิ่งในช่วงเทศกาลปีใหม่หลายคนต้องเดินทางออกต่างจังหวัดจึงทำให้ไม่ได้รดน้ำเป็นระยะเวลาหลายวันอาจจะส่งผลที่ไม่ดีต่อต้นไม้ที่ปลูกไว้ด้วยเช่นกัน วันนี้ราจะมาดูวิธีการคลุมดินกันครับ
———-
/// วัตถุประสงค์ของการคลุมดิน ///
1. เพื่อป้องกันการพังทลายที่เกิดจากเม็ดฝนที่ตกลงมา หรือที่เกิดจากน้ำ ไหลบ่าบนผิวดิน หรือที่เกิดจากลม
2. เพื่อเป็นการอนุรักษ์น้ำในดิน
3. เป็นการเพิ่มอุณหภูมิหรือรักษาอุณหภูมิไม่ให้ลดต่ำลงมากจนเป็นอันตรายต่อรากพืช
4. เป็นการลดการเจริญเติบโตของวัชพืช
5. เป็นการรักษาโครงสร้างของดิน
———-
ก่อนการคลุมดินเราต้องเตรียมตัวอย่างไร? อย่างแรกเราต้องดูชนิดของพืชที่ต้องการคลุมดิน ว่าเหมาะสมต่อการที่จะคลุมดินหรือไม่ วัตถุคลุมดินหาได้ที่ไหน? การคลุมดินจะเป็นอุปสรรคต่อการพรวนดินหรือไม่? จะมีผลต่อการเจริญเติบโตของวัชพืชหรือไม่? จะมีผลต่อผลผลิตหรือไม่? และสุดท้ายคือเราจะใส่ปุ๋ยอย่างไร? และใช้อุปกรณ์เครื่องทุ่นแรงชนิดใด?
———-
/// วัตถุคลุมดิน แบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ ///
———-
1.อินทรียวัตถุต่างๆ ได้แก่ เศษเหลือของพืช เช่น ตอซัง หญ้าแห้ง ใบไผ่แห้ง และปุ๋ยหมัก PEAT เช่น ซากอินทรียวัตถุที่สะสมอยู่ในลุ่มน้ำต่างๆ เศษเหลือของไม้ต่างๆ เช่น ขี้กบ ขี้เลื่อย เศษเหลือจากโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กากอ้อย ปุ๋ยคอกชนิดต่างๆ
.
2.วัตถุคลุมดินที่ได้จากการสังเคราะห์ ได้แก่ พลาสติก, กระดาษ, กระดาษฉาบพลาสติก, กระดาษฉาบขี้ผึ้ง, แผ่นอลูมิเนียม และแผ่นเหล็ก
.
ตัวอย่างพืชที่เหมาะกับพลาสติกคลุมดิน ประเภทพืชผัก ได้แก่ แตงกวา ถั่วฝักยาว พริก มะเขือเทศ มะนาว มะกรูด ผักกาด ประเภทผลไม้ ได้แก่ แตงโม แตงไทย สตรอเบอร์รี่ ประเภทไม้ดอก ได้แก่ ดาวเรือง เบญจมาศ และประเภทพืชพลังงาน ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน เป็นต้น

เตือนผู้ปลูกกาแฟ! ระวังโรคแอนแทรคโนสระบาด

เตรียมรับมือด่วน‼️กรมวิชาการเกษตรเตือนผู้ปลูกกาแฟ ระวังโรคแอนแทรคโนสระบาด หลังพบอัตราการเกิดโรคเพิ่มสูงขึ้นทุกปี
—————————
ปลายฝนต้นหนาว อากาศแปรปรวน มีทั้งร้อน หนาว หมอก ฝน กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟเฝ้าระวังการระบาดของโรคแอนแทรคโนสที่ระบาดในพืชชนิดอื่น แต่ในระยะ 3-4 ปีมานี้ได้ลามระบาดมาถึงกาแฟเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะสวนกาแฟปลูกในที่โล่งแจ้งจะพบโรคนี้มากเป็นพิเศษ
.
มักจะระบาดในระยะต้นกาแฟเริ่มติดผลไปจนถึงระยะเก็บเกี่ยวผลผลิต อาการที่ใบ ทั้งใบอ่อนและใบแก่จะมีจุดสีน้ำตาล เนื้อเยื่อกลางแผลตาย จากนั้นแผลจะขยายใหญ่ ทำให้แห้งไหม้ทั้งใบ จนบางคนเรียกว่าโรคใบไหม้สีน้ำตาล
.
อาการที่กิ่งจะพบอาการไหม้บนกิ่งเขียว ข้อและป้องของต้นมีสีเหลืองซีด ลามไปตามกิ่ง ทำให้ใบเหลืองและร่วง กิ่งเหี่ยวและแห้งทั้งกิ่ง ที่เรียกกันว่าโรคกิ่งแห้ง
.
อาการที่ผล พบได้ทั้งผลอ่อนและผลแก่ เริ่มแรกจะมีจุดสีน้ำตาลเข้มด้านใดด้านหนึ่งของผล จากนั้นจุดจะขยายใหญ่ขึ้นเป็นแผลรูปร่างไม่แน่นอน เนื้อเยื่อแผลยุบตัว กรณีพบที่ผลอ่อนจะทำให้ผลไม่พัฒนาเป็นเมล็ดและเปลี่ยนเป็นสีดำ แต่ผลยังคงติดอยู่บนกิ่งต้นกาแฟ ส่วนพบที่ผลแก่จะทำให้ผลสุกแก่เร็วขึ้น มีคนเรียกกันว่าโรคผลเน่า
.
ระยะนี้ต้นกาแฟกำลังติดผล เกษตรกรควรหมั่นสำรวจและป้องกันกำจัดมอดเจาะผลกาแฟอย่างสม่ำเสมอ เพราะมอดเจาะผลกาแฟจะทำให้ผลเกิดแผลเป็นช่องทางให้เชื้อราก่อโรคแอนแทรคโนสเข้าทำลายผลได้มากขึ้น และหมั่นตรวจแปลง เก็บผล ตัดแต่งกิ่ง ใบ ดอก และส่วนที่เป็นโรค ร่วงอยู่ใต้ต้นไปทำลายนอกแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งควรรักษาระดับร่มเงาให้เหมาะสม เพื่อรักษาระดับความชื้นและช่วยป้องกันการเกิดโรค
.
หากพบโรคเริ่มระบาดให้ฉีดพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืชเบโนมิล 50% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 20 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ แมนโคเซบ 80% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร และควรหยุดพ่นสารเมื่อผลกาแฟเริ่มแก่จนถึงระยะเก็บเกี่ยวผลผลิต
—————————
ขอบคุณข้อมูล
https://www.thairath.co.th/news/local/1722995
—————————
กด Like 👍 และ ติดตามเพจ 🌟
เพื่อรับข้อมูลข่าวสารด้านเกษตรก่อน
#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI 📺 หมายเลข 72
| Youtube | 🎥 youtube.com/kasetnews
| Instagram |  instagram.com/kasetnews
📲 ติดต่อโฆษณาทาง inbox เท่านั้น 

‘เตยหอมตัดใบ’ ดูแลอย่างไรให้มีขายทุกอาทิตย์⁉️

วิธีปลูก ‘เตยหอมตัดใบ’ ดูแลอย่างไรให้มีขายทุกอาทิตย์⁉️
—————————

นางไฉน ทับสน เกษตรกรผู้ปลูกเตยหอมตัดใบบนเนื้อที่ 1 ไร่ แบ่งเป็น 4 แปลง ตัดใบขายสัปดาห์ละ 1 งาน ส่งขายให้กับร้านขายดอกไม้กำไหว้พระใน จ.ราชบุรี และใกล้เคียง ซึ่งในช่วงหน้าแล้งที่ผ่านมา ทางสวนต้องประสบปัญหาขาดน้ำทำให้ต้นเตยออกใบไม่สวย แคระแกร็น แต่หลังจากเข้าสู่ช่วงฤดูฝน

โดยปีนี้ในพื้นที่มีฝนตกชุก ส่งผลทำให้ต้นเตยกลับมาเจริญงอกงามขึ้นอีกครั้ง จนสามารถตัดใบเตยส่งขายได้ตามยอดสั่งซื้อของลูกค้า และรับยอดสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหม่เพิ่มได้
การปลูกเตยหอม เริ่มจากการปรับพื้นที่ให้เรียบเสมอกัน แล้วบำรุงดินด้วยปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมัก ต่อด้วยการสร้างโรงเรือนที่ใช้เพียงเสาปูน และทำหลังคาซาแรนสีดำพรางแสงที่ 60 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นขุดหลุมปลูกต้นเตยหอมให้ห่างกันต้นละประมาณ 50 เซนติเมตร เพื่อสะดวกในการเดินเก็บใบเตย และดูแลทำความสะอาด

สำหรับวิธีการดูแลก็ไม่ยุ่งยาก เพียงหมั่นกำจัดวัชพืชที่มีอยู่ในแปลงออก เพื่อให้โปร่ง อากาศถ่ายเทได้ดี ลดการเกิดโรคระบาด และแมลงศัตรูพืช นอกจากนั้น ยังช่วยให้ต้นเตยหอมเติบโตดี ที่สำคัญควรรดน้ำให้ดินมีความชื้นอยู่เสมอ และควรบำรุงต้นด้วยการใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ซึ่งจะช่วยทำให้ใบเขียวเข้ม ใบใหญ่ตามความต้องการของท้องตลาด

การจำหน่ายเตยหอมแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ แบบขายใบซึ่งในแต่ละเดือน สามารถตัดใบขายได้ถึง 4 ครั้ง โดยจะตัดในช่วงก่อนวันพระ 1-2 วัน ในการตัดก็จะเลือกตัดเฉพาะใบที่ไม่มีตำหนิ ตัดจากใบด้านล่างขึ้นมา ปัจจุบัน สามารถเก็บใบเตยได้ครั้งละกว่า 100-200 กิโลกรัม ในราคากิโลกรัมละ 20 บาท และอีกแบบคือ แบบขายต้นแขนง

ซึ่งจะเลือกเก็บเฉพาะต้นที่สมบูรณ์ รูปทรงสวย ในราคาแขนงละ 50 สตางค์ โดยลูกค้าจะนำไปมัดรวมกับดอกไม้กำ หรือนำไปขยายพันธุ์ต่อไป
—————————
ขอบคุณข้อมูล
https://www.technologychaoban.com/bullet-new…/article_133955
—————————
กด Like 👍 และ ติดตามเพจ 🌟 เพื่อรับข้อมูลข่าวสารด้านเกษตรก่อน
#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI 📺 หมายเลข 72
| Youtube | 🎥 youtube.com/kasetnews
| Instagram |  instagram.com/kasetnews

เคล็ดลับกำจัดยุงด้วยวิธีธรรมชาติจาก…มะนาว

“ยุง” เป็นพาหะนำโรคร้ายแรงอย่างไข้เลือดออก และมาลาเรีย ทั้งการกัดของยุงยังสร้างความน่ารำคาญให้เราได้ไม่น้อยเลย ดังนั้น เราจึงจำเป็นที่จะต้องป้องกัน และกำจัดยุงเหล่านี้ไม่ให้มาสร้างปัญหาให้เราได้

วันนี้ ในบ้าน ก็มี “เคล็ดลับกำจัดยุง ด้วยวิธีธรรมชาติ” มาฝากเพื่อนๆ ซึ่งใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติมาใช้ในการไล่ยุง โดยเป็นเคล็ดลับจากคุณ FitandFun ลองไปชมกันได้เลยครับ

กระทู้นี้แอนไม่มีสูตรอาหารมาแชร์นะคะ แต่มีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ มาฝากเพื่อนๆที่เป็นพ่อบ้านแม่บ้าน เคล็ดลับนี้อันได้มาจากเพื่อนชาวออสเตรเลีย เลยไปหาข้อมูลอ่านเพิ่มเติมในอินเตอร์เน็ต ถ้าเพื่อนๆ ลองไป search หา อยากเจอข้อมูลเรื่องนี้เยอะมาก แต่ข้อมูลเป็นภาษาไทยยังไม่ค่อยมีนะคะ

งั้นก็คือวิธีกำจัดยุง และแมลงวันด้วยวิธีธรรมชาติ วิธีนี้เหมาะมากสำหรับบ้านที่มีลูกน้อย หรือคนป่วยค่ะ

– โดยใช้แค่ 2 อย่างนี้ คือกานพลูและมะนาวค่ะ

– วิธีการทำก็แสนจะง่าย แค่ผ่ามะนาว

– แล้วปักกานพลูลงไปให้ทั่วๆ

แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว เอาไปวางในห้องที่มียุงเยอะๆ หรือบริเวณที่มีแมลงวัน ก็จะช่วยให้แมลงวัน และยุงลดลงเยอะมาก ทดลองมาแล้ว 3-4 วัน ได้ผลดีทีเดียวค่ะ

Cr. https://www.sanook.com/home/23625
#เกษตรนิวส์ #ข่าวเกษตร #มะนาว

เกษตรกรพะเยา ‘ปลูกพุทราพันธุ์น้ำนม’ เน้นการปลูกแบบอินทรีย์

เกษตรกรพะเยา ‘ปลูกพุทราพันธุ์น้ำนม’ เน้นการปลูกแบบอินทรีย์ เก็บผลผลิตได้มากกว่า 3 เดือนเฉลี่ยต่อต้นมากกว่า 100 กิโลกรัม
—————————

นายสุเมธ มาศมูล เกษตรกรวัย 55 ปี ในพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลแม่นาเรือ อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา กำลังเข้าทำการเก็บผลผลิตพุทราพันธ์น้ำนม ที่เขาทำการปลูกไว้กว่า 40 ต้น เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้สามารถที่จะเก็บผลผลิตได้เป็นจำนวนมากและลูกขนาดใหญ่ ซึ่งในแต่ละปีสามารถเก็บผลผลิตได้จำนวนมาก และจะใช้ระยะเวลาในการทยอยเก็บผลผลิตได้มากกว่า 3 เดือน

นอกจากนั้นพุทราในสวนแห่งนี้ยังเป็นพุทราไร้สารที่ใช้การดูแลแบบธรรมชาติและวิธีการห่อผล ซึ่งจะไม่ใช้สารเคมีฉีดพ่นเพื่อกำจัดแมลง

นายสุเมธ กล่าวว่า สวนพุทราของตนเองปลูกมาแล้วประมาณ 10 ปี ซึ่งแรกเริ่มปลูกไว้ประมาณ 80 ต้น ต่อมาต้นมีขนาดใหญ่จึงได้ทำการตัดทอนออกเพื่อให้ต้นที่สมบูรณ์ได้รับแสงและออกลูกมากขึ้น โดยวิธีการดูแลของตนเองนั้นจะใช้วิธีพอผลออกก็จะทำการห่อแทบทุกผลเพื่อป้องกันแมลง ซึ่งในปีนี้ผลผลิตออกลูกเป็นจำนวนมาก จนห่อแทบไม่ทันก็ต้องทิ้งไปเนื่องจากสภาพอาอากาศที่แล้งจึงทำให้พุทราออกลูกจำนวนมาก และผลผลิตจะมีความหวานหอมอร่อย

โดยผลผลิตปีนี้คาดว่าหากทยอยเก็บผลผลิตไปเรื่อยๆก็จะสามารถเก็บผลผลิตได้เฉลี่ย 100 กิโลกรัมต่อต้น สำหรับการจำหน่ายนั้นจะจำหน่าย โดยเกรด A จะจำหน่ายที่ราคากิโลกรัมละ 40 บาท และเกรดอื่นๆก็จะลดหลั่นลงไป ซึ่งหลังจากที่เก็บผลผลิตแล้วก็จะนำไปจำหน่ายบริเวณหน้าบ้านตนเองก็จะมีคนมาหาซื้อและสั่งจองกันต่อเนื่องและขายหมดทุกวัน


—————————
ขอบคุณข้อมูล
https://www.naewna.com/likesara/459024
—————————
กด Like 👍 และ ติดตามเพจ 🌟 เพื่อรับข้อมูลข่าวสารด้านเกษตรก่อน
#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI 📺 หมายเลข 72
| Youtube | 🎥 youtube.com/kasetnews
| Instagram | 📸 instagram.com/kasetnews

วิธีปลูก ‘เตยหอมตัดใบ’ ดูแลอย่างไรให้มีขายทุกอาทิตย์⁉️

วิธีปลูก ‘เตยหอมตัดใบ’ ดูแลอย่างไรให้มีขายทุกอาทิตย์⁉️

นางไฉน ทับสน เกษตรกรผู้ปลูกเตยหอมตัดใบบนเนื้อที่ 1 ไร่ แบ่งเป็น 4 แปลง ตัดใบขายสัปดาห์ละ 1 งาน ส่งขายให้กับร้านขายดอกไม้กำไหว้พระใน จ.ราชบุรี และใกล้เคียง ซึ่งในช่วงหน้าแล้งที่ผ่านมา ทางสวนต้องประสบปัญหาขาดน้ำทำให้ต้นเตยออกใบไม่สวย แคระแกร็น แต่หลังจากเข้าสู่ช่วงฤดูฝน

โดยปีนี้ในพื้นที่มีฝนตกชุก ส่งผลทำให้ต้นเตยกลับมาเจริญงอกงามขึ้นอีกครั้ง จนสามารถตัดใบเตยส่งขายได้ตามยอดสั่งซื้อของลูกค้า และรับยอดสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหม่เพิ่มได้
การปลูกเตยหอม เริ่มจากการปรับพื้นที่ให้เรียบเสมอกัน แล้วบำรุงดินด้วยปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมัก ต่อด้วยการสร้างโรงเรือนที่ใช้เพียงเสาปูน และทำหลังคาซาแรนสีดำพรางแสงที่ 60 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นขุดหลุมปลูกต้นเตยหอมให้ห่างกันต้นละประมาณ 50 เซนติเมตร เพื่อสะดวกในการเดินเก็บใบเตย และดูแลทำความสะอาด

สำหรับวิธีการดูแลก็ไม่ยุ่งยาก เพียงหมั่นกำจัดวัชพืชที่มีอยู่ในแปลงออก เพื่อให้โปร่ง อากาศถ่ายเทได้ดี ลดการเกิดโรคระบาด และแมลงศัตรูพืช นอกจากนั้น ยังช่วยให้ต้นเตยหอมเติบโตดี ที่สำคัญควรรดน้ำให้ดินมีความชื้นอยู่เสมอ และควรบำรุงต้นด้วยการใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ซึ่งจะช่วยทำให้ใบเขียวเข้ม ใบใหญ่ตามความต้องการของท้องตลาด

การจำหน่ายเตยหอมแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ แบบขายใบซึ่งในแต่ละเดือน สามารถตัดใบขายได้ถึง 4 ครั้ง โดยจะตัดในช่วงก่อนวันพระ 1-2 วัน ในการตัดก็จะเลือกตัดเฉพาะใบที่ไม่มีตำหนิ ตัดจากใบด้านล่างขึ้นมา ปัจจุบัน สามารถเก็บใบเตยได้ครั้งละกว่า 100-200 กิโลกรัม ในราคากิโลกรัมละ 20 บาท และอีกแบบคือ แบบขายต้นแขนง

ซึ่งจะเลือกเก็บเฉพาะต้นที่สมบูรณ์ รูปทรงสวย ในราคาแขนงละ 50 สตางค์ โดยลูกค้าจะนำไปมัดรวมกับดอกไม้กำ หรือนำไปขยายพันธุ์ต่อไป
—————————
ขอบคุณข้อมูล
https://www.technologychaoban.com/bullet-new…/article_133955
—————————
กด Like และ ติดตามเพจ เพื่อรับข้อมูลข่าวสารด้านเกษตรก่อน
#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI หมายเลข 72
| Youtube | youtube.com/kasetnews
| Instagram | instagram.com/kasetnews

น้ำมะนาวก้อนแช่แข็ง!!

วันนี้แอดมินมีเคล็ดลับดีๆ มาฝากค่ะ ช่วงนี้มะนาวถูกแสนถูก แถวที่ทำงาน มีรถเร่ขาย ท้ายรถทั้งกระบะหลัง มีแต่มะนาวๆๆๆ จากพิษณุโลก พ่อค้าขายโลละ 20 บาท เห็นว่าถูกและเห็นใจคนปลูกเลยอุดหนุนมา 30 บาท ได้เกือบ 2 กก. แต่!! มะนาวเยอะขนาดนี้แอดมินใช้ไม่หมดแน่ๆ ดูท่าจะเน่าก่อน ใครกำลังประสบปัญหาแบบเดียวกับแอดมินไม่ต้องกังวล เพราะแอดมินมีวิธีการแปลรูปมะนาวให้เก็บไว้ใช้ได้นานนนน มาฝากกันค่ะ….

นั่นคือ… น้ำมะนาวก้อนแช่แข็ง นั่นเอง มาดูวิธีทำกันเลยค่ะ

วิธีทำ
1. ล้างผิวมะนาวให้สะอาด หั่นเสี้ยว รอพักไว้


2. คั้นมะนาว ผ่านกระชอนกรองเม็ด อย่าบีบเค้นจนหมดน้ำ ไม่งั้นจะได้รสขมจากเปลือกมะนาว ทานไม่อร่อยเอาค่ะ


3. คั้นได้น้ำมะนาวสดๆ กันแล้ว เสียเวลาแค่แป๊บเดียวเอง


4. เทน้ำมะนาวใส่พิมทำน้ำแข็ง เสร็จแล้วแช่ช่องฟรีซให้แข็ง


5. แกะออกจากพิม์ ใส่ถุง หรือกล่อง เก็บแช่ในช่องฟรีซต่อได้ยาวนาน ไม่ต้องกลัวบูดเน่าเสีย

คราวนี้เวลาจะใช้ ก็หยิบทีละก้อนมาใส่ แกง, ยำ, อาหารคาว หวาน หรือใส่ในน้ำโซดาน้ำแข็ง /ชามะนาว ก็สดชื่น รับวิตามินC กันไปเต็มๆ

1 ก้อน มีปริมาณประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ รสเดิมคงสภาพ ดีกว่าไปใช้มะนาวเทียมกินเข้าไปมีแต่กรดที่ปรุงรสจากเคมีเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แถมยังช่วงอุดหนุนเกษตรกร ในยามที่พืชพันธ์ราคาตกต่ำอีกด้วยค่ะ

Cr. https://www.sanook.com/home/23529
#เกษตรนิวส์ #ข่าวเกษตร #น้ำมะนาว

แก้ปัญหายางราคาถูก..รวมกลุ่มเพาะเห็ดฟางขายขึ้นห้าง

แก้ปัญหายางราคาถูก..เกษตรกรกระบี่ รวมกลุ่มเพาะเห็ดฟางขายขึ้นห้าง-มีรายได้ทุกวัน‼️

เกษตรกรชาวสวนยางกระบี่ แก้ปัญหาราคายางตกต่ำ หันมารวมกลุ่มเพาะเห็ดฟางขาย สร้างรายได้อย่างงาม เปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.62 ที่บ้านเลขที่ 144 หมู่ 6 ต.โคกยาง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ หลังทราบว่ามีกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยาง สวนปาล์ม นำเห็ดฟาง มาขายกันจำนวนมากทุกวัน โดยที่บ้านหลังดังกล่าว พบกับ น.ส.อัสรา จินดาพล อายุ 39 ปี เจ้าของบ้าน สอบถามได้ข้อมูลว่า กลุ่มเกษตรกรสวนปาล์ม สวนยาง ในพื้นที่หมู่ 6 กว่า 20 ครัวเรือน รวมตัวกันเพาะเห็ดฟาง ส่งขายให้กับห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ มานานเกือบ 1 ปีแล้ว

สามารถสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวของกลุ่มเกษตรกรได้เป็นอย่างดี ทดแทนรายได้จากสวนยาง สวนปาล์ม ที่ราคาตกต่ำมานาน ทั้งนี้กลุ่มเกษตรกร ใช้พื้นที่ภายในสวนปาล์ม และสวนยาง เป็นพื้นที่เพาะเห็ดฟาง โดยใช้ทลายปาล์มที่เหลือจากโรงงาน มาเป็นแปลงเพาะ ทำให้ชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันทำ แต่ละรายสามารถเก็บเห็ดฟาง ส่งขายได้วันละ 30-50 กก. สร้างรายได้วันละ 600-1,000 บาท

น.ส.อัสรา เล่าที่มาของการรวมกลุ่มกันเพาะเห็ดฟางส่งขายว่า แต่เดิมตนทำงานอยู่ที่ กทม.เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา กลับมาอยู่บ้านจึงคิดหางานเสริมทำ เพื่อสร้างรายได้ เพราะราคาผลผลิตของปาล์ม และยางพารา ตกต่ำมาอย่างต่อเนื่อง จึงลองเพาะเห็ดฟางดูที่บ้านจนสำเร็จ จากนั้นก็นำผลผลิตออกไปส่งขายตามตลาด ต่อมาก็ลองติดต่อไปทางห้างใหญ่ ๆ หลายแห่ง ปรากฏว่า แต่ละแห่งมีความต้องการเห็ดฟาง โดยจะกำหนดให้นำผลผลิตส่งให้ทางห้างวันละ 200-300 กก.เป็นอย่างน้อย

เมื่อทางกลุ่มทำการเพาะเห็ดจนเห็นผลแล้ว ก็มีชาวบ้านอีกหลายคน สนใจมาขอร่วมกลุ่มเพาะเห็ดกันเพิ่มมากขึ้น จนทุกวันนี้มีสมาชิกกว่า 20 รายแล้ว แต่ละรายสามารถทำรายได้เดือนละหลายหมื่น แต่สิ่งที่อยากจะให้หน่วยงานราชการช่วยเหลือ ก็คือ ต้องการให้เข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านอีกหลายราย ที่อยากจะเพาะเห็ดฟางขาย แต่ไม่มีเงินลงทุนครั้งแรก เพราะหากมีชาวบ้านหันมาเพาะเห็ดฟางมากขึ้น ก็จะมีเห็ดส่งให้กับห้างใหญ่ ๆ ได้ เพราะผู้รับซื้อยืนยันว่ารับซื้อไม่อั้น จนทุกวันนี้ตนและชาวบ้าน นำเห็ดที่เพาะได้ส่งขายไม่เพียงพอกับความต้องการ

   

ด้านนางปราณี แก้วช่วย อายุ 60 ปี เกษตรกรที่หันมาทำแปลงเพาะเห็ดฟางขาย เผยด้วยว่า ตนและลูกสาวเดิมจะมีรายได้หลักจากการทำสวนยาง สวนปาล์ม แต่ช่วงหลังราคายางตกต่ำ ทำให้รายได้ของครอบครัวลดลง จึงทดลองเพาะเห็ดฟางตามคำแนะนำ ปรากฎว่าได้ผลผลิตดีเกินคาด ทำให้ทุกวันนี้สามารถเก็บเห็ดขายได้วันละ 30-50 กก. ทำรายได้วันหนึ่งมากกว่า 1,000 บาท ทุกวันนี้จึงไม่เดือดร้อนแม้ราคายางจะตกต่ำ จึงพยายามขยายพื้นที่เพาะเพิ่มขึ้น โดยใช้พื้นที่ในสวนปาล์มของตัวเอง
—————————
ขอบคุณข้อมูล

กด Like และ ติดตามเพจ เพื่อรับข้อมูลข่าวสารด้านเกษตรก่อน
#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI  หมายเลข 72
| Youtube | youtube.com/kasetnews
| Instagram |  instagram.com/kasetnews

 

กำจัดกลิ่นเหม็นในครัวด้วย #เบกกิ้งโซดา ‼️

กำจัดกลิ่นเหม็นในครัวด้วย #เบกกิ้งโซดา ‼️
——————–

1.การลดกลิ่นจากถังขยะ
บริเวณไหนที่เป็นมุมของถังขยะมุมนั้นก็จะต้องมีกลิ่นตามมาชัวร์ ๆ แน่นอน เพราะเศษอาหารและขยะสารพัดจะต้องมากองรวมกันอยู่ตรงนี้ ที่สำคัญภายในทั้งขยะที่มีอาหารเปียกนั้นจะยิ่งเกิดความชื้นซึ่งเป็นต้นเหตุทำให้เกิดกลิ่นอับมากกว่าเดิม เราจึงควรใช้สารที่ช่วยดูดกลิ่นอับและความชื้นอย่างเบกกิ้งโซดามาเทลงไปที่ก้นถังหรือในถุงขยะก่อนสวมทับลงไปเพื่อลดกลิ่นในระหว่างวัน และหากใช้งานเสร็จก็อาจนำไปล้างทำความสะอาดด้วยน้ำส้มสายชูที่เจือจางด้วยน้ำหลังขั้นตอนการล้างแบบปกติเพิ่มได้คะ


.
2.บอกลากลิ่นจากท่ออ่างล้างจาน
อ่างล้างจานที่ภายนอกอาจมองเห็นว่าดูสะอาดเรียบร้อยดี แต่ภายในท่ออาจมีเศษอาหารและคราบสารพัดอย่างที่เป็นต้นเหตุของการเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ทำให้กลิ่นโชยออกมาอยู่ในครัวจนเสียบรรยากาศ ซึ่งการกำจัดกลิ่นในท่อนั้นสามารถทำได้โดยการโรยเบกกิ้งโซดาใส่ลงไปในท่อพอประมาณ ตามด้วยการราดน้ำส้มสายชูลงไปให้เกิดฟอง จากนั้นปล่อยทิ้งไว้สักพักจึงค่อยราดน้ำร้อนตามลงไปเป็นการทำความสะอาดในขั้นตอนสุดท้าย


.
3.ตัวช่วยดูดกลิ่นอับในตู้กับข้าว
ไม่ว่าจะเป็นตู้กับข้าวหรือตู้เก็บอาหารสำเร็จรูปในครัวก็ล้วนเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ตลอด เพราะกลิ่นจากอาหารสารพัดอย่างจะสะสมรวมกันอยู่ในนั้น ซึ่งนอกจากการหมั่นเช็ดทำความสะอาดและเปิดให้ตู้ได้ระบายอากาศได้บ้างแล้ว ก็อาจหาตัวช่วยหลาย ๆ อย่างมาวางไว้ในตู้ระหว่างใช้งานได้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นถ่านไม้สัก 4-5 ก้อน น้ำส้มสายชูหรือปูนขาวใส่ในถ้วยเล็ก ๆ วัตถุดิบเหล่านี้จะช่วยดูดกลิ่นต่าง ๆ ที่รวมกันอยู่ในตู้ให้จางลงได้คะ


.
4.วัตถุดิบดูดความชื้นและกลิ่นในตู้เย็น
อีกหนึ่งมุมอับในครัวที่มีกลิ่นเสมอเลยก็คือภายในตู้เย็นนั่นเองค่ะ ก็เพราะไหนจะทั้งกับข้าว ของสด แถมยังเต็มไปด้วยความชื้นที่มีจากไอเย็น จึงต้องหมั่นดูแลและทำความสะอาดอยู่เสมอ ส่วนวัตถุดิบที่สามารถช่วยดูดความชื้นและลดกลิ่นในตู้เย็นได้นั้นก็จะมีใบชา ถ่านไม้ และเบกกิ้งโซดา โดยหาภาชนะอย่างถ้วยใบเล็ก ๆ หรือกล่องที่เจาะรูได้มาใส่วัตถุดิบเหล่านี้ก็พร้อมนำไปวางใช้งานได้ทันที


.
5.การกำจัดกลิ่นอาหารคลุ้งในครัว
หลังปรุงอาหารและทำความสะอาดคราบต่าง ๆ เสร็จหมดแล้ว สิ่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่อาจเป็นกลิ่นของอาหารที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ และถ้าหากต้องการกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ให้หมดไปก็ต้องใช้กลิ่นหอม ๆ ที่ชอบมาเอาชนะนั่นเองค่ะ ซึ่งวิธีอันแสนรวดเร็วที่จะทำให้ห้องครัวมีกลิ่นหอมก็คือการต้มน้ำใส่วัตถุดิบต่าง ๆ อย่างน้ำส้มสายชู มะนาว เปลือกส้มหรือกลิ่นวานิลลาให้เดือดสักพักจนกลิ่นหอมเริ่มกระจายออกไป จึงค่อยปิดไฟและนำน้ำที่ต้มได้ไปตั้งไว้ในครัวต่ออีกสักพัก


.
6.ทำอย่างไรไม่ให้เขียงมีกลิ่นติด
เขียงเป็นอุปกรณ์ครัวที่มักจะต้องเจอกับของสดและวัตถุดิบสารพัดชนิดโดยตรงอยู่เสมอ นั่นจึงทำให้กลิ่นต่าง ๆ ติดสะสมอยู่ที่เขียงเป็นจำนวนมาก ยิ่งถ้าหากเป็นเขียงไม้ด้วยแล้วก็ยิ่งทำให้กลิ่นฝังแน่นได้มากขึ้นไปอีก บางครั้งแค่วางไว้เฉย ๆ ก็อาจส่งกลิ่นมารบกวนในบริเวณนั้นได้ เพราะแค่การทำความสะอาดด้วยน้ำยาล้างจานอาจยังไม่พอ แต่ต้องใช้วัตถุดิบที่ช่วยกำจัดกลิ่นอย่างเบกกิ้งโซดามาช่วยอีกขั้น โดยการผสมเข้ากับน้ำให้เป็นเนื้อครีมแล้วนำมาใช้แทนน้ำยาทำความสะอาด ส่วนฟองน้ำสำหรับขัดก็จะใช้มะนาวมาแทนคะ


.
7.การทำความสะอาดฟองน้ำและผ้าเช็ดจานไม่ให้มีกลิ่น
การปล่อยให้ฟองน้ำล้างจานหรือผ้าเช็ดจานมีกลิ่นติดก็อาจทำให้กลิ่นนั้นกระจายไปยังภาชนะต่าง ๆ ได้ทั้งหมด ทั้งห้องครัวและข้าวของแต่ละชิ้นก็จะเต็มไปด้วยกลิ่นไม่พึงประสงค์จากการใช้ฟองน้ำและผ้าเช็ดจานผืนเดียว การดูแลตรงจุดนี้จึงสำคัญมากค่ะ สำหรับผ้าเช็ดจานและฟองน้ำที่ไม่มีลวดเป็นส่วนประกอบสามารถใช้วิธีการนำไปแช่ในน้ำที่ผสมกับน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชู ถ้าหากจะซักล้างด้วยน้ำสะอาดตามปกติแนะนำให้แช่ไว้ข้ามคืน แต่ถ้าใช้วิธีการนำไปอบในไมโครเวฟก็อาจแช่ไว้สัก 5 นาทีพอคะ


.
8.กำจัดกลิ่นสะสมในไมโครเวฟ
พื้นที่เล็ก ๆ ในตู้ไมโครเวฟนั้นต้องเจอกับอาหารสารพัดเมนูที่มีกลิ่นไม่ซ้ำ จึงไม่แปลกเลยค่ะที่พอเปิดออกมาอาจจะมีกลิ่นคลุ้งเต็มไปหมด ยิ่งถ้าหากปล่อยไว้และนำอาหารเข้าไปอุ่นซ้ำ ๆ ก็จะยิ่งทำให้กลิ่นติดปะปนกันและยังมีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก ทางที่ดีควรทำความสะอาดให้กลิ่นหายก่อนดีกว่าค่ะ ซึ่งวิธีการกำจัดกลิ่นในในไมโครเวฟในจะคล้ายกับการกำจัดกลิ่นอาหารในครัว เพราะเป็นการนำวัตถุดิบที่ให้กลิ่นหอมอย่างมะนาว เปลือกส้มหรือน้ำส้มสายชูมาใส่ลงในน้ำเปล่าและนำไปอบในไมโครเวฟจนร้อน วิธีนี้จะช่วยให้กลิ่นหอมจากวัตถุดิบที่ใช้มาแทนที่กลิ่นไม่พึ่งประสงค์


.
9.การทำความสะอาดมุมที่มีกลิ่นเศษอาหารติด
หลายครั้งที่นำขยะไปเททิ้งเรียบร้อยและเช็ดคราบอาหารตามเคาน์เตอร์ครัวจนสะอาดหมดแล้วแต่ยังมีกลิ่นจากเศษอาหารติดอยู่ก็สามารถใช้สเปรย์กำจัดกลิ่นที่ทำเองมาช่วยได้ค่ะ และส่วนผสมที่จะมาช่วยกำจัดกลิ่นแบบเร่งด่วนก็คือแอลกอฮอล์นั่นเอง โดยเริ่มต้นจาการผสมน้ำเปล่า 4 ถ้วยตวง เข้ากับแอลกอฮอล์อีกครึ่งถ้วยตวงลงในขวดสเปรย์ ก็จะได้น้ำยาไว้สำหรับฉีดพ่นเพื่อเช็ดทำความสะอาดตามมุมต่าง ๆ ที่มีกลิ่นติด แต่ถ้าหากต้องการเพิ่มกลิ่นหอมเข้าไปด้วยก็อย่าลืมหยดน้ำมันหอมระเหยลงไปในขวดนะคะ


.
10.ห้องครัวหอมฟุ้งด้วยกระปุกน้ำหอมปรับอากาศ
วิธีง่ายๆ ในการสร้างบรรยากาศให้ห้องครัวหอมสดชื่นตลอดเวลาโดยไม่ต้องพึ่งสเปรย์ปรับอากาศหรือเจลกระจายกลิ่นแบบสำเร็จรูป ก็คือการทำกระปุกน้ำหอมแบบ DIY นั่นเองค่ะ โดยเริ่มต้นจากการหากระปุกขนาดพอเหมาะที่มีช่องระบายอากาศหรือโหลแก้วที่เจาะรูบริเวณฝาได้มาเทใส่เบกกิ้งโซดาลงไป ตามด้วยน้ำมันหอมระเหยอีกประมาณ 15 หยด และคนให้เป็นเนื้อเดียวกัน เท่านี้ก็จะได้กระปุกน้ำหอมพร้อมใช้งานที่ช่วยปรับอากาศในห้องครัวให้ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องออกแรงเยอะเลย

Cr. baanlaesuan.com
#เกษตรนิวส์ #ข่าวเกษตร

แล้งนี้ต้องรอด!! ชาวนาสุรินทร์หันปลูกถั่วฝักยาวสร้างรายได้

แล้งนี้ต้องรอด..ชาวนาสุรินทร์หันปลูกถั่วฝักยาวสร้างรายได้ เน้นปลูกพืชใช้น้ำน้อยหวั่นภัยแล้ง
—————————

ที่หมู่ 3 ต.เทพรักษา อ.สังขะ จ.สุรินทร์ มีชาวบ้านหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อย เต็มพื้นที่กว้างพอประมาณ จึงจอดรถลงไปสอบถามเจ้าของบ้าน พบกับนายอดิศร สุขอุ้ม อายุ 62 ปีอยู่บ้านเลขที่ 7 บ้านอามุย ซึ่งเป็นเจ้าของที่แปลงดังกล่าว เล่าให้ฟังว่า หลังเสร็จฤดูทำนาทำไร่ พื้นที่แถวนี้อยู่นอกเขตชลประทาน ไม่มีน้ำจะทำนาปรังหรือปลูกพืชผักอย่างอื่น ชาวบ้านอามุยหลายคนพากันหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อย ไว้เก็บขายเป็นอาชีพเสริม ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นกัน
.
นายอดิศร สุขอุ้ม เล่าต่อไปว่า การปลูกถั่วฟักยาว ฟักทองและบวบปลูกง่าย โตเร็ว ตั้งแต่เริ่มปลูกใช้เวลา 45 วัน ก็เริ่มเก็บผลผลิตส่งขายได้แล้วน้ำไม่ต้องให้มาก หลายๆ วันให้ครั้งหนึ่ง โดยวิธีใช้น้ำทางร่องเพื่อควบคุมความชื้นในดิน ใช้ฮอร์โมนฉีดพ่นอย่างเดียว หลังจากที่ถั่วฟักยาวเริ่มให้ผลผลิตแล้วจะเก็บต่อไปเรื่อยๆ นานเดือนกว่าๆ จึงหมด อยู่กับการดูแลจัดการและวิธีการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วปลูกใหม่ ทุกวันนี้ถั่วฟักยาวเริ่มติดออกออกผลขายมีรายได้เฉลี่ยวันละ 500 – 1,000 บาท
.
นายอดิศร กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนมีที่ดอนน้ำไม่ท่วมแต่เดิมได้ปลูกยางพาราเป็นพืชเชิงเดี่ยว รายได้ไม่มั่นคงยามที่เศรษฐกิจตกต่ำแบบนี้ ทำให้ราคาพืชผลการเกษตรทุกอย่างไม่ดีเท่าที่ควร ตนจึงได้ตัดต้นยางทิ้งแล้วหันมาทำเกษตรผสมผสาน แบ่งเป็นพื้นที่สระเลี้ยงปลาจำนวน 5 บ่อ ที่ไว้ปลูกข้าวจำนวน 3 แปลง ส่วนที่เหลือเนื้อที่ 1 งาน โดยแบ่งเป็นถั่วฟักยาว จำนวน10 แปลง ฟักทองและบวบ อย่างละแปลง ประมาณ 100 ต้น ปลูกรุ่นหนึ่งเก็บได้ตลอดเดือนก็มีรายได้ดีพอสมควร
.
การจะปลูกพืชน้ำน้อยเริ่มตั้งแต่เตรียมดิน ปรับให้เรียบ หาไม้ไผ่และตาข่ายมาทำค้าง ยาวต่อกันไปจนเต็มพื้นที่ที่จะปลูก ซื้อเมล็ดพันธุ์มาจากร้านค้าพวกอุปกรณ์การเกษตร ตนปลูก 1 งาน ใช้เมล็ดพันธุ์ไม่ถึง 1 กระป๋อง ถือว่าต้นทุนไม่สูงมากนัก เมื่อหักลบต้นทุนสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวในช่วงว่างงานได้เป็นอย่างดี


—————————
ขอบคุณข้อมูล
https://www.innnews.co.th/regional-news/news_541487/
—————————
กด Like 👍 และ ติดตามเพจ 🌟 เพื่อรับข้อมูลข่าวสารด้านเกษตรก่อน
#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI 📺 หมายเลข 72
| Youtube | 🎥 youtube.com/kasetnews
| Instagram |  instagram.com/kasetnews