เตือน!เพลี้ยแป้ง-ไรแดงระบาดในมันสำหลังเฝ้าระวังก่อนเสียหายหนัก

เพลี้ยแป้ง-ไรแดงระบาดหน้าแล้ง เตือนเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังทั่วประเทศรับมือก่อนเสียหายหนัก
_______________________________________

นายประสงค์ ประไพตระกูล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในช่วงนี้ เริ่มพบการทำลายของเพลี้ยแป้ง และไรแดงมันสำปะหลังในหลายพื้นที่ เนื่องจากสภาพอากาศร้อน แห้งแล้ง และฝนเริ่มทิ้งช่วง สร้างความเสียหายให้กับผลผลิตมันสำปะหลังค่อนข้างมาก อีกทั้งล่าสุดยังพบการทำลายของโรคพุ่มแจ้ บริเวณจังหวัดสระแก้วชลบุรี และในอีกหลายจังหวัดที่มีพรมแดนติดกับกัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งพบการระบาดของโรคดังกล่าวอยู่ก่อนแล้ว 
.
โดยคาดว่าอาจเกิดจากการเคลื่อนย้ายท่อนพันธุ์มันสำปะหลังมาจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาในประเทศไทย จึงฝากเตือนเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ศัตรูมันสำปะหลังอย่างต่อเนื่อง หากพบอาการผิดปกติกับต้นมันสำปะหลัง หรือไม่สามารถควบคุมการระบาดในแปลงมันสำปะหลังได้ ให้แจ้งสำนักงานเกษตรอำเภอ หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้านเพื่อดำเนินการป้องกันกำจัดทันที
.
รองอธิบดีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า วิธีการป้องกันศัตรูพืชสามารถทำได้ตั้งแต่เริ่มเตรียมดินก่อนการเพาะปลูก
การไถตากดินอย่างน้อย ๑๔ วัน พ่นท่อนพันธุ์มันสำปะหลังก่อนเคลื่อนย้ายไปยังแหล่งปลูกอื่น และการแช่ท่อนพันธุ์
.
ก่อนการเพาะปลูก ด้วยสารเคมีอิมิดาคลอพริด หรือไทอะมิโทแซม อัตรา ๔ กรัม ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร หรือสารเคมีไดโนทีฟูแรน อัตรา 40 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร (แช่ท่อนพันธุ์นาน ๕ – ๑๐ นาที) วิธีนี้ช่วยป้องกันเพลี้ยแป้งที่ติดมากับท่อนพันธุ์ได้
.
ในส่วนของการป้องกันกำจัดศัตรูมันสำปะหลัง เน้นการควบคุมศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน ได้แก่ ชีววิธีโดยใช้ศัตรูธรรมชาติ เช่น แมลงช้างปีกใส แตนเบียน ด้วงเต่าตัวห้ำ และเชื้อราบิวเวอร์เรียควบคุมเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง และใช้ไรตัวห้ำ ด้วงเต่า เพื่อควบคุมไรแดงมันสำปะหลัง หรือหากมีความจำเป็นต้องใช้สารเคมี ให้ใช้สารเคมีอามีทราซ ๒๐% อีซี อัตรา ๔๐ มิลลิลิตร ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร ให้พ่นเฉพาะบริเวณที่มีไรแดงทำลาย และไม่ควรพ่นสารเคมีซ้ำเกิน ๒ ครั้ง 
.
นส่วนของโรคพุ่มแจ้การป้องกันที่ดีที่สุดคือการกำจัดวัชพืชที่เป็นพืชอาศัยของโรค และพืชอาศัยของเพลี้ยจักจั่นแมลงพาหะนำโรคพุ่มแจ้ เช่น สาบม่วง และหญ้าตีนตุ๊กแก และบำรุงต้นมันสำปะหลังให้สมบูรณ์แข็งแรงโดยการให้ปุ๋ย ให้น้ำอย่างพอเพียง หลีกเลี่ยงการเคลื่อนย้ายท่อนพันธุ์จากแหล่งที่พบการระบาดไปยังแหล่งอื่น รวมถึงการอนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติของเพลี้ยจักจั่น เช่น แมลงช้างปีกใส ด้วงเต่า และเชื้อราบิวเวอร์เรีย 
.
อีกทั้งการตัด หรือขุดต้นมันสำปะหลังที่พบทั้งโรค และแมลงศัตรูพืชไปเผาทำลายนอกแปลง ยังเป็นการช่วยลดปริมาณของศัตรูพืชได้อีกทางหนึ่งด้วยและสิ่งสำคัญที่สุดคือตัวของเกษตรกรเองควรหมั่นสำรวจแปลงมันสำปะหลังอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

_______________________________________

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.komchadluek.net/news/agricultural/320747/?qx=
_______________________________________

ท่านสามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร สาระความรู้และแลกเปลี่ยนเคล็ดลับ เกร็ดความรู้ทางการเกษตรได้ที่ www.kasetnews.com “คลังความรู้คู่เกษตรกร” และชมรายการย้อนหลังของช่องเกษตรนิวส์ได้
youtube.com/kasetnews หรือคลิ๊ก http://bit.ly/2kKXf5H
Instagram : @kasetnews หรือคลิ๊ก http://bit.ly/2k29lds

#kasetnews #kasetnewsshop #เกษตรนิวส์ #ข่าวเกษตร #สินค้าเกษตร #ทำเกษตร #เกษตร #amazingthailand #มันสำปะหลัง