ข่าวเกษตร » ไทยแลนด์ No.1🇹🇭 ปรับกลยุทธ์ตลาดส่งออกเอเชีย ส่งข้าว ‘กข79’ สู้เวียดนาม โรงสีรับซื้อตันละเกือบ 1 หมื่นบาท

ไทยแลนด์ No.1🇹🇭 ปรับกลยุทธ์ตลาดส่งออกเอเชีย ส่งข้าว ‘กข79’ สู้เวียดนาม โรงสีรับซื้อตันละเกือบ 1 หมื่นบาท

30 June 2020
7   0

ไทยแลนด์ No.1🇹🇭 ปรับกลยุทธ์ตลาดส่งออกเอเชีย ส่งข้าว ‘กข79’ สู้เวียดนาม โรงสีรับซื้อตันละเกือบ 1 หมื่นบาท
—————————
นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ในฤดูกาลผลิตข้าวปี 2563 จะเริ่มการเพาะปลูกข้าวขาวพื้นนุ่ม พันธุ์ข้าว กข 79 ซึ่งได้รับการรับรองพันธุ์แล้ว จำนวน 5,000 ไร่ ในพื้นที่บริเวณใกล้พื้นที่ชลประทาน โดยคาดว่าผลผลิตที่ได้ประมาณ 2,500 ตันข้าวสาร
.
สำหรับข้าว กข 79 เป็นพันธุ์ข้าวที่มีผลผลิตต่อไร่สูง 700-800 กิโลกรัมต่อไร่ ส่วนเรื่องการจัดทำมาตรฐานข้าว กข 79 ขณะนี้กรมการค้าต่างประเทศอยู่ระหว่างการตั้งคณะทำงานในการพิจารณาเรื่องนี้
.
ผู้บริโภคในตลาดดังกล่าวนิยมบริโภคข้าวนุ่มมากเห็นได้จากข้าวนุ่มของเวียดนามที่ส่งออกได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ส่วนราคาซื้อขายขึ้นอยู่กับตลาด แต่ประเมินว่าราคาจะอยู่ในระดับต่ำกว่าข้าวหอมมะลิและสูงกว่าข้าวขาว และข้าวหอมจังหวัด
.
ด้านนายหัสดิน สุวัฒนะพงศ์เชฏ เลขาธิการสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า เมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2563 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ประชุมอนุกรรมการด้านการผลิตพันธุ์ข้าว เห็นชอบเป้าหมายการผลักดันการปลูกข้าว กข 79 ให้ได้ 2 ล้านไร่ โดยกำหนดให้ปลูกในพื้นที่ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคใต้
.
ส่วนภาคอีสานไม่ได้กำหนดให้ปลูก เนื่องจากเป็นพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิจึงไม่ต้องการให้ปะปนกัน หากเกษตรกรสนใจสามารถไปขอพันธุ์ข้าวจากศูนย์พันธุ์ข้าว และภาคเอกชน ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณรองรับความต้องการได้กว่า 5,000 ตัน ซึ่งจะสามารถลงแปลงปลูกได้ประมาณ 300,000 ไร่ ในฤดูกาลผลิตข้าวนาปี 2563
.
ทางสมาคมโรงสีข้าวพร้อมรับซื้อผลผลิตข้าว กข 79 ทั้งหมด เนื่องจากมีช่องทางระบายข้าวทั้งตลาดในประเทศรวมถึงขายให้กับผู้ส่งออกข้าว เกษตรกรที่ปลูกข้าวพันธุ์ดังกล่าวจึงไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีผู้รับซื้อ ส่วนราคาซื้อ-ขายนั้นขึ้นอยู่กับราคาตลาดตอนนี้
.
โดยโรงสีจะรับซื้อในราคาสูงสุดสำหรับข้าวที่มีคุณภาพ เมล็ดยาว สามารถรับซื้อข้าวเปลือกราคาสูงสุดตันละ 9,500-9,800 บาท โดยคาดว่าจะเริ่มปลูกในเดือนกรกฎาคม 2563 นี้ ใช้ระยะเวลา 120 วัน
.
นายหัสดินกล่าวว่า การจัดทำมาตรฐานข้าวเป็นเรื่องดี แต่อาจต้องใช้เวลา เพราะมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง อาทิ คุณภาพข้าว สี เมล็ด คุณภาพทางเคมี และอื่น ๆ ที่ต้องพิจารณาและหามาตรฐานที่ชัดเจน ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน คงต้องใช้ระยะเวลาไม่ใช่เร็ว ๆ นี้ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการจะยังคงทำการตลาดได้ตามปกติแม้ว่าจะยังไม่มีมาตรฐาน
—————————
ขอบคุณข้อมูล
https://www.prachachat.net/economy/news-479701
—————————
📲กด Like 👍 และ ติดตามเพจ 🌟
เพื่อรับข่าวสารด้านเกษตรก่อนใครได้ที่นี่
#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI 📺 หมายเลข 72