โครงการหลวงแม่แฮ หนุนปลูกพลับแทนฝิ่น

ผลไม้เศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่สูงทางภาคเหนือมีหลากหลายชนิด ซึ่งพลับเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่เกษตรกรบนพื้นที่สูงนิยมปลูก ดังเช่นบ้านแม่แฮ ต.แม่นาจร อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ที่ได้รับการส่งเสริมการปลูกจากศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แฮ เพื่อสร้างรายได้ทดแทนการปลูกฝิ่น

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แฮ เริ่มมีการปลูกพลับมาตั้งแต่ ประมาณ พ.ศ.2470 แต่การปลูกพลับเป็นการค้านั้น เริ่มจากมูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นำพลับพันธุ์ต่างๆ มาทดลองปลูกและศึกษาวิจัยเมื่อ พ.ศ.2512 ที่สถานีวิจัยดอยปุย จังหวัดเชียงใหม่ และส่งเสริมให้เกษตรกรชาวเขาปลูกเป็นอาชีพทดแทนการปลูกฝิ่น 

ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ปลูกพลับส่วนใหญ่ของประเทศไทยอยู่ในพื้นที่โครงการหลวง ได้แก่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แฮ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยส้มป่อย ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งหลวง ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่โถ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ และศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำขุ่น ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ปูนหลวง จ.เชียงราย

พันธุ์พลับที่ปลูกในประเทศไทย มีทั้งชนิดพลับฝาด ผลจะมีรสฝาด ตั้งแต่ระยะผลพลับยังอ่อนจนถึงผลแก่แต่ยังไม่สุกนิ่มเพราะมีสารแทนนินชนิดละลายน้ำได้ เป็นส่วนประกอบอยู่ โดยปกติผลพลับฝาดจะมีปริมาณแทนนินอยู่ 0.80-1.94 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักผล

เมื่อรับประทานดิบๆ จะทำให้เซลของแทนนินแตกเกิดรสฝาดและเหนียวติดปาก ในทางการค้าจะนำไปผ่านกระบวนการขจัดความฝากในขณะที่ผลแก่แต่ยังไม่สุกนิ่มเพื่อทำให้สารแทนนินเปลี่ยนไปอยู่ในรูปไม่ละลายน้ำและบริโภคได้ในขณะที่ผลยังแข็งอยู่ ปริมาณสารแทนนินนี้จะมีมากน้อยแตกต่างกันในแต่ละพันธุ์ พันธุ์พลับฝาด ได้แก่ พันธุ์ซือโจ หรือพี 2 พันธุ์ฮาชิยา และโทเนวาเซ่ เป็นต้น

พลับหวาน ผลจะมีรสหวาน ไม่มีรสฝาดถึงแม้ว่าผลจะยังไม่สุกนิ่มเมื่อผลแก่สามารถเก็บจากต้นมารับประทานได้เลย โดยไม่ต้องใช้วิธีการขจัดความฝาด พันธุ์พลับหวาน ได้แก่ พันธุ์ฟูยู พันธุ์จิดร พันธุ์อิซึ และเฮียะคุมะ เป็นต้น

ตั้งแต่ติดผลจนถึงเก็บเกี่ยวผลใช้ระยะเวลา 5-6 เดือน ประมาณเดือนสิงหาคม – กันยายน โดยแต่ละต้นเก็บได้ 3 รุ่น แต่ละรุ่นประมาณ 50 กิโลกรัม เฉลี่ยแล้วต่อต้นในหนึ่งฤดูกาลจะเก็บได้ประมาณ 150-200 กิโลกรัม ภายหลังที่เก็บเกี่ยวแล้วจะทำการคัดขนาดและสีผิวให้ได้คุณภาพที่ดีใส่ถุงพลาสติกใสแล้วอัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ สามารถนำจำหน่ายได้

นอกจากที่ทางศูนย์ฯ จะทำการวิจัยและปลูกภายในศูนย์ฯ ยังทำการส่งเสริมให้กับเกษตรกรโดยจัดเป็นศูนย์การเรียนรู้ให้เกษตรกรที่สนใจได้เข้ามาศึกษา ซึ่งทำให้เกษตรกรประสบผลสำเร็จในการปลูกพลับ ที่สามารถเป็นศูนย์เรียนรู้ต่อยอดจากศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แฮได้อีกส่วนหนึ่ง เพื่อให้เกษตรกรที่สนใจจากที่อื่นๆ มาศึกษาเรียนรู้ต่อไป

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : https://www.technologychaoban.com/agricultura…/article_79985
_________________________
ติดตามข่าวสารของเราทั้งหมดได้ที่ 🌐 www.kasetnews.com

🔴 ไม่พลาดการอัพเดตเรื่องเกษตรกับทุกช่องทางการติดต่อเรา 👇
| Facebook | 📱 facebook.com/kasetnewstv
| Youtube | 🎥 youtube.com/kasetnews
| Instagram | 📸 instagram.com/kasetnews

#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI 📺 หมายเลข 72 และออนไลน์ผ่านเว็บไซท์ 💻 www.kasetnews.com 🌏 ทั่วโลก 24 ชั่วโมง 🌟

#kasetnews #kasetnewsshop #เกษตรนิวส์ #ข่าวเกษตร #สินค้าเกษตร#ทำเกษตร #เกษตร #amazingthailand #พลับ