เทคนิคการเกษตร » ‘โกโก้’ พืชปลูกง่าย ทำเงินดี ทดแทนยางพาราได้สบาย!

‘โกโก้’ พืชปลูกง่าย ทำเงินดี ทดแทนยางพาราได้สบาย!

6 September 2019
71   0

โกโก้ (Cocoa) เป็นไม้ผลของทวีปอเมริกากลางที่นิยมปลูกทั่วโลก เพราะเมล็ดเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตผงโกโก้และช็อกโกแลต ซึ่งเป็นที่นิยมรับประทานของคนทุกเพศทุกวัย และที่สำคัญโกโก้นั้นมีประโยชน์มากมาย เช่น เมล็ดโกโก้ใช้แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ขนมโกโก้ชนิดต่างๆ ได้แก่ โกโก้ผง โกโก้เหลว และช็อกโกแลต ผงโกโก้หรือโกโก้เหลวใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ต่างๆได้แก่ นมโกโก้ ลูกอม คุกกี้ เค้ก น้ำหอม ลิปสติก ฯลฯ

โกโก้ เป็นพืชที่เติบโตได้ดีในเขตร้อน และเขตร้อนชื้น พบเติบโตในละติจูดที่ 20 องศาเหนือ ถึง 20 องศาใต้ ช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมประมาณ 24-29 ºC พื้นที่มีปริมาณฝนตกชุกทั้งปี แต่เป็นพืชที่ไม่ต้องการแสงมาก  โกโก้ในประเทศไทยพบปลูกมากในภาคใต้ มักเติบโตได้ดีใต้ร่มไม้อื่น ชอบดินร่วนปนทราย มีค่า pH 5-5-7.0 “หรือ ที่ง่ายกว่านั้นคือ ใช้เขียวขจีซุปเปอร์ฮิวมิค เพื่อปรับสภาพดิน ให้ร่วนซุย และเติมเต็มธาตุอาหารให้เหมาะแก่การเพาะปลูก”

โกโก้สามารถปลูกได้ด้วยเมล็ด แต่ที่นิยมส่วนมากจะปลูกด้วยต้นพันธุ์การเสียบยอดหรือกิ่งปักชำ เพราะติดลูกเร็ว และลำต้นไม่สูงมาก โดยเกษตรมักปลูกแซมกับไม้อื่นในสวน อาทิ ปาล์ม มะพร้าว หรือปลูกเป็นแปลงใหญ่สำหรับจำหน่ายเมล็ดโกโก้โดยเฉพาะ

การเก็บผลผลิต
โกโก้ที่ปลูกด้วยเมล็ดจะเริ่มติดผลประมาณ 2-3 ปี หลังปลูก และในช่วงปีที่ 8-15 จะเป็นช่วงที่ให้ผลดกที่สุด มีระยะเวลาหลังออกดอกจนถึงผลสุกพร้อมเก็บประมาณ 5-6 เดือน ผลที่เริ่มเก็บได้จะมีสีเหลืองหรือสีส้ม โดยใช้กรรไกรตัดขั้วผล ไม่ควรใช้มือเด็ด เพราะช่วยป้องกันขั้วบนกิ่งไม่ให้ช้ำ ทำให้ดอกรุ่นต่อไปมีความสมบูรณ์ และแทงดอกได้ง่าย

โรคโกโก้ โรคผลเน่าดำ
เป็นโรคที่เกิดกับโกโก้ทุกพื้นที่ มีสาเหตุมาจากเชื้อรา Phytophthora palmivora มีอาการเริ่มจากพบจุดฉ่ำน้ำที่ผิวเปลือกผล ซึ่งจะเกิดขึ้นภายใน 2 วัน หลังเชื้อเข้ามาเกาะ ต่อมาจุดฉ่ำน้ำจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นสีดำ พร้อมกับขยายไปทั่วผล โรคนี้แก้ไขได้โดยฉีดพ่นสารกำจัดเชื้อราในระยะติดผล หรือเมื่อพบการระบาดของโรค **หากต้องการให้พืชโตเร็ว แข็งแรง เพิ่มคุณภาพและลดต้นทุน ค่าปุ๋ย ค่ายา แนะนำให้ใช้ “เขียวขจีเม็ดฟู่ ผสมน้ำ ฉีดพ่นทุก 7 วันครั้ง จะช่วยให้ พืชโตเร็ว แข็งแรง ช่วยสร้างภูมิต้านทานโรคและแมลง”

การหมักโกโก้
เมล็ดโกโก้ในแถบประเทศเอเชียมักมีความเป็นกรดสูง ได้แก่ กรดแลคติก และกรดอะซิตริก ทำให้เกิดกลิ่น และรสที่ไม่พึงประสงค์ จนไม่เป็นที่นิยม และอุตสาหกรรมส่วนมากนิยมใช้โกโก้ที่ผลิตในแถบประเทศแอฟริกาตะวันตก เพราะมีความเป็นกรดต่ำกว่า

การหมักโกโก้ ถือเป็นกระบวนการสำคัญในการทำให้โกโก้มีกลิ่น และรสที่อร่อย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมผลิตช็อกโกแลตที่ต้องใช้โกโก้ที่หมักได้คุณภาพดีเท่านั้น

  1. การหมักในลังไม้
    เป็นวิธีที่ใช้ในฟาร์มขนาดใหญ่ และเกษตรกรที่ต้องการคุณภาพการหมักที่ดี โดยใช้ถุงตาข่ายบรรจุเมล็ดโกโก้ ขนาด 5 กิโลกรัม นำเรียงซ้อนกันในลังไม้ ขนาด กว้าง ยาว และสูง ประมาณ 30 x 40 x 30 เซนติเมตร แล้วนำกระสอบมาปิดทับ แล้วหมักทิ้งไว้นาน 5-6 วัน ใน 3 วันแรกทำการกลับเมล็ดในถุงตาข่าย
  2. การหมักในกะบะหรือถาดไม้
    เป็นวิธีที่นิยมทั้งในเกษตรรายใหญ่ รายเล็ก และเกษตรกรที่ต้องการคุณภาพการหมัก เพราะสามารถแก้ปัญหาการหมักแบบอื่นที่มักมีเมล็ดโกโก้เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล แต่หมักได้ปริมาณน้อย โดยนำเมล็ดโกโก้มาในกะบะไม้ขนาด ยาว 90 กว้าง 60 และสูง 10 เซนติเมตร เทเมล็ดโกโก้เป็นชั้นๆ จากนั้น นำกะบะมาเรียงซ้อนกัน 8-12 ชั้น ส่วนด้านบนสุดปิดทับด้วยใบตองหรือกระสอบป่าน หมักนาน 5-7 วัน ระหว่างหมัก 1-2 วัน กลับกะบะจากบนลงล่าง
  3. การหมักในเข่ง
    เป็นวิธีที่นิยมใช้ในผู้ปลูกรายย่อยจนถึงรายใหญ่ โดยนำเมล็ดที่แกะแล้วมาใส่ในเข่ง เข่งละประมาณ 20-200 กิโลกรัม ซึ่งด้านข้างวางล้อมด้วยใบตอง และวางใบตองทับด้านบนเข่ง 2-3 ชั้น จากนั้นหมักทิ้งไว้ประมาณ 5-7 วัน และในช่วง 1-2 วัน จะนำเมล็ดกลับลงเข่งอื่น วิธีนี้ เกษตรรายย่อยในประเทศไทยนิยมใช้กัน
  4. การหมักเป็นกองบนพื้น
    เป็นวิธีที่ง่าย ทำได้รวดเร็ว และมีต้นทุนต่ำ นิยมใช้ในเกษตรรายเล็ก โดยนำเมล็ดที่แกะแล้วมากองรวมกันบนพื้นที่รองด้วยไม้ กองสูงประมาณ 60-90 เซนติเมตร ใช้เมล็ดโกโก้ประมาณ 400-500 กิโลกรัม/กอง ด้านบนกองคลุมด้วยผ้าหรือใบตองสด หมักทิ้งไว้ประมาณ 5-7 วัน พร้อมกลับเมล็ดทุกๆ 1-2 วัน
  5. การหมักบนแท่นตากแห้ง
    เป็นวิธีที่ใช้มากในประเทศแถบทวีปแอฟริกา อาทิ ประเทศเอกวาดอร์ เริ่มจากแกะเมล็ดออกจากเปลือก แล้วนำเมล็ดมากองรวมกันบนแท่นตาก แล้วคลุมด้วยผ้า มีการเกลี่ยเมล็ดตากแดดในช่วงกลางวัน ส่วนช่วงกลางคืนเก็บ

ขอแนะนำ “เขียวขจีเม็ดฟู่ ตัวช่วยในการบำรุง ชั้นยอด ที่บอกได้เลยว่า จะช่วยให้ พืชของท่าน โตเร็ว แข็งแรง และเก็บผลผลิตได้มากขึ้น 30-80%  แน่นอน อย่าลืมนะคะ ความสำเร็จที่ได้มานั้น ต้องลงมือ ทำและให้เขียวขจีเป็นตัวช่วยนะคะ ”

ปรึกษาการดูแลพืช สอบถามเพิ่มเติมโทร : 02-104-9999 ,085-687-6060 ,Line@Kasetgreen