เตือน! เพลี้ยไฟระบาด หลังสภาพอากาศร้อนและแดดจัด

จากสภาพอากาศร้อนและแดดจัดระยะนี้ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกพริกเตรียมรับมือการระบาดของเพลี้ยไฟพริก ที่พบได้ในระยะที่ต้นพริกออกดอกและติดผล เริ่มแรกจะพบตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยง จากยอด ใบอ่อน ตาดอกและดอก 
.
ทำให้ใบหรือยอดอ่อนหงิก ขอบใบหงิกหรือม้วนขึ้นด้านบน ถ้าเพลี้ยไฟพริกเข้าทำลายในระยะที่ต้นพริกออกดอกทำให้ดอกพริกร่วงไม่ติดผล ส่วนการเข้าทำลายระยะติดผล จะทำให้รูปทรงของผลพริกบิดงอ หากระบาดรุนแรงทำให้ต้นพริกชะงักการเจริญเติบโตหรือแห้งตายในที่สุด
.
เกษตรกรควรสุ่มสำรวจตรวจต้นพริก 100 ยอดต่อไร่ทุกสัปดาห์ โดยใช้วิธีเคาะลงบนแผ่นพลาสติกสีดำ และป้องกันกำจัดเมื่อพบเพลี้ยไฟพริกเฉลี่ยมากกว่า 5 ตัวต่อยอด ขั้นต้นควรเพิ่มความชื้นให้ต้นพริกด้วยการให้น้ำ อย่าปล่อยให้ต้นพริกขาดน้ำ เพราะจะทำให้พืชอ่อนแอ และเพลี้ยไฟพริกจะระบาดได้รวดเร็ว 
.
หากพบการระบาด สำหรับในแหล่งปลูกใหม่ ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารฆ่าแมลงคาร์บาริล 85% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 20-30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารโพรไทโอฟอส 50% อีซี อัตรา 20-30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารคาร์โบซัลแฟน 20% อีซี อัตรา 20-30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร และควรพ่นซ้ำตามการระบาด
.
ส่วนในแหล่งปลูกเดิม ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารฆ่าแมลงฟิโพรนิล 5% เอสซี อัตรา 20-30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารอีมาเมกตินเบนโซเอต 1.92% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารอิมิดาโคลพริด 10% เอสเอล อัตรา 20-40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร 
.
ขณะพ่นสารควรปรับหัวฉีดให้ฝอยที่สุดและพ่นให้ทั่วตามส่วนต่างๆของพืชที่เพลี้ยไฟพริกอาศัยอยู่ กรณีระบาดรุนแรงช่วงสภาพอากาศแห้งแล้ง เกษตรการควรใส่ปุ๋ยทางใบ เพื่อช่วยให้ต้นพริกฟื้นตัวจากอาการใบหงิกได้ดีและเร็วยิ่งขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.naewna.com/local/405344
_________________________
ติดตามข่าวสารของเราทั้งหมดได้ที่ 🌐 www.kasetnews.com

🔴 ไม่พลาดการอัพเดตเรื่องเกษตรกับทุกช่องทางการติดต่อเรา 👇
| Facebook | 📱 facebook.com/kasetnewstv
| Youtube | 🎥 youtube.com/kasetnews
| Instagram | 📸 instagram.com/kasetnews

#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI 📺 หมายเลข 72

#kasetnews #kasetnewsshop #เกษตรนิวส์ #ข่าวเกษตร #สินค้าเกษตร#ทำเกษตร #เกษตร #amazingthailand #พริก