เกษตรกรราชบุรีรวมกลุ่มปลูกองุ่น ดูแลง่าย ราคาดี

วันนี้แอดมินพาแฟนๆ เกษตรนิวส์มาที่ ต.บ้านบึง อ.บ้านคา จ.ราชบุรี ซึ่งอยู่ติดชายแดนไทย-พม่า ภูมิประเทศเป็นหุบเขา มีป่าไม้อุดมส์สมบูรณ์ ช่วงหน้าหนาวอากาศที่ค่อนข้างหนาวเย็น เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกสับปะรดที่ขึ้นชื่อ คือ สับปะรดหวานบ้านคา

ด้วยสภาพอากาศเป็นผลดีทำให้เกษตรกรในพื้นที่มีแนวคิดหันมารวมกลุ่มกันทดลองปลูกองุ่นพันธุ์ไร้เมล็ด สายพันธุ์บิวตี้ ซีดเลส (BEAUTY SEEDLESS) ทดลองปลูกเป็นครั้งแรก ข้อดีคือ ใช้เงินลงทุนไม่มาก มีโรครบกวนน้อย ดูแลง่าย แถมราคาดีเป็นที่ต้องการของตลาดและผู้บริโภค กำลังจะเตรียมเก็บผลผลิตขายได้ในเดือนธันวาคมที่กำลังจะถึงนี้


นายจำนอง บุญเลิศฟ้า ประธานกลุ่มปลูกพืชผักผลไม้ปลอดภัย เปิดเผยว่า เคยไปศึกษาดูงานโครงการหลวงทางภาคเหนือมาจึงมีแนวคิดรวบรวมเพื่อนเกษตรกรในพื้นที่ประมาณ 17 ราย มาเป็นสมาชิก สร้างโรงเรือนกว่า 20 โรง คิดว่าองุ่นปัจจุบันค่อนข้างเหลือน้อยแล้ว ส่วนใหญ่อยู่แถวต่างจังหวัด แต่พื้นที่ อ.บ้านคา ยังเหลือพื้นที่ว่างอยู่และมีความเหมาะสมที่จะปลูกองุ่นสายพันธุ์นี้ได้

อีกทั้งได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาพื้นที่สูงของโครงการหลวงมาให้องค์ความรู้ตามศาสตร์ของพระราชา และคอยแนะนำวิธีการปลูกตลอดจนการดูแลรักษาต้นองุ่น จนประสบความสำเร็จปลูกองุ่นไร้เมล็ดมีผลผลิตออกเต็มต้น อนาคตมีแนวคิดอยากส่งเสริมให้พื้นที่อำเภอบ้านคา เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร

นายสนิท แจ้งจัด เจ้าของแปลงองุ่น เปิดเผยว่า ครั้งแรกได้ไปอบรมกับประธานกลุ่มปลูกพืชผักผลไม้ปลอดภัยบ้านคา ทางเจ้าหน้าที่โครงการหลวงฯ แนะนำให้ปลูกพืชผักและองุ่น พร้อมกับบอกวิธีการสร้างโรงเรือนที่มีขนาดกว้าง 3 เมตร ยาว 30 เมตร ปลูกได้ 10 ต้น หลังคาใช้พลาสติกสีขาวประมาณ 3.80 เมตร ใช้เสาปูนไม่ใหญ่มากนัก

สำหรับโรงเรือนใช้ทุนประมาณ 12,000 บาท ค่ากิ่งพันธุ์อีก 10 กิ่ง เป็นเงิน 3,000 บาท รวมเป็นเงิน 15,000 บาท ส่วนการปลูกให้ขุดหลุมกว้าง 1 เมตร ยาว 1 เมตร ลึก 30 เซนติเมตร ปลูกห่างกันระหว่างต้นกว้าง 1.5 เมตร ยาว 6 เมตร โรงเรือนยาว 30 เมตร ปลูกได้ 10 ต้นต่อ 1 โรงเรือน และใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ผสมใบก้ามปูแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันทิ้งไว้ระยะหนึ่ง

จากนั้นนำต้นพันธุ์ปลูกแล้วจะรดน้ำวันละ 1 ครั้ง ใช้ฝักบัวเดินรดไปก่อนช่วงแรก พอเริ่มเจริญเติบโตจึงใช้ระบบน้ำพุ่งที่ไม่แรงมาก ที่สำคัญรดน้ำโดยที่ไม่ให้โดนผลองุ่น เพราะจะทำให้ผลองุ่นเสียได้
ขณะที่ลักษณะของช่อจะใหญ่ ติดผลง่าย รสชาติอร่อย หวาน กรอบ มีสารอาหารจำพวกกรดอินทรีย์ วิตามินซี เหล็ก แคลเซียม ช่วยบำรุงสมอง บำรุงหัวใจ ส่วนการใช้ยาในการดูแลรักษาค่อนข้างน้อยมาก จะมีแค่ช่วงปลูกใหม่ๆ จะใช้สารฉีดพ่นไล่แมลงเล็กน้อย หากใช้ยาเข้มข้นเกินไปจะทำให้เกิดใบไหม้เสียหายได้

โดยคาดว่าน่าจะได้ผลผลิตปีแรกประมาณ 200 กิโลกรัม จะขายสดๆ จากสวนกิโลกรัมละ 200 บาท หลังจากที่เคยไปเที่ยวดูการปลูกองุ่นสายพันธุ์นี้มาแล้วที่จังหวัดเชียงใหม่ และยังเคยซื้อรับประทาน กิโลกรัมละ 200-250 บาท ถือว่าเป็นผลไม้เศรษฐกิจตัวใหม่ของพื้นที่ราชบุรีที่น่าสนใจที่ช่วยทำเงินสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : https://mgronline.com/local/detail/9610000115800
_________________________
ติดตามข่าวสารของเราทั้งหมดได้ที่ 🌐 www.kasetnews.com

🔴 ไม่พลาดการอัพเดตเรื่องเกษตรกับทุกช่องทางการติดต่อเรา 👇
| Facebook | 📱 facebook.com/kasetnewstv
| Youtube | 🎥 youtube.com/kasetnews
| Instagram | 📸 instagram.com/kasetnews

#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI 📺 หมายเลข 72 และออนไลน์ผ่านเว็บไซท์ 💻 www.kasetnews.com 🌏 ทั่วโลก 24 ชั่วโมง 🌟

#kasetnews #kasetnewsshop #เกษตรนิวส์ #ข่าวเกษตร #สินค้าเกษตร#ทำเกษตร #เกษตร #amazingthailand #องุ่น