เกษตรกรปากพนังหันปลูกฟักทองลงทุนไม่มาก…ผลตอบแทนดี

…วันนี้แอดมินมีข้อมูลดีๆ มาฝากอีกแล้วค่ะ ก่อนอื่นขอพาทุกท่านไปพบกับเกษตรกรที่บ้านเกาะทวด อ.ปากพนัง ที่หันมาปลูก “ฟักทอง”  และทำอย่างไรถึงเป็นที่นิยมของตลาดตามมาฟังเลย…

และตอนนี้เราอยู่กับ “ป้าอารมณ์ ปลอดอ่อน” หนึ่งในเกษตรกรผู้ปลูกฟักทองในพื้นที่บ้านเกาะทวด อ.ปากพนังมานานกว่าสิบปี เดิมทีป้ามีอาชีพทำนาเพียงอย่างเดียว แต่ได้ผลผลิตไม่ดีเท่าที่ควร เพราะผลกระทบจากปัญหาภัยธรรมชาติ ทำให้ขาดทุนเรื่อยมาก จึงตัดสินใจเปลี่ยนมาปลูกฟักทองแทนทำให้เพื่อนบ้านใกล้เคียงหันมาปลูกฟักทองตามกันเป็นแถว เฉลี่ยรายละ 3-15 ไร่

  

การปลูกฟักทองในแถบนี้มีการจัดการที่ดีมาก ฟักทองของที่นี่จึงมีลักษณะเด่นแตกต่างกันจากพื้นที่อื่นอย่างเห็นได้ชัด แม่ค้าที่รับซื้อจะบอกเลยว่า ฟักทองที่ปลูกบริเวณแถบนี้เนื้อดีที่สุด มีความเหนียว ความมัน และความหวานอยู่ในตัว เนื่องมาจากโครงสร้างของดินมีแร่ธาตุอาหารที่สมบูรณ์ เพราะเป็นดินตะกอนของลุ่มแม่น้ำ นอกจากนี้ ยังรวมถึงความเอาใจใส่ของเกษตรกรและมีการจัดการที่ดี อาทิ การดูแล การให้ปุ๋ย

“ป้าเลือกปลูกฟักทองพันธุ์ทองอำไพ เพราะตลาดต้องการฟักทองที่มีลักษณะผลใหญ่ และ มีอายุเก็บเกี่ยวสั้น เพียง 85-90 วันหลังเพาะเมล็ด สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตออกขายได้ประมาณ 2-3 ครั้ง เพราะต้นฟักทองจะติดลูกแรก ลูกที่สอง ลูกที่สาม เราสามารถเลือกเก็บลูกที่สุกแก่ได้ที่ออกขายได้ก่อน”

 

การปลูกฟักทองโดยทั่วไป เกษตรกรในพื้นที่ปากพนังจะเริ่มจากการเตรียมหลุมปลูก ในช่วงปลายเดือนธันวาคม-มกราคม โดยขุดหลุมปลูก ในระยะห่างประมาณ 2×2 เมตร พื้นที่ 1 ร่อง จะปลูกฟักทองได้ประมาณ 80 หลุม/ไร่ รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมักหลุมละครึ่งกิโลกรัม หยอดเมล็ดพันธุ์ หลุมละ 2 เมล็ด

เกษตรกรจะนำเมล็ดพันธุ์ฟักทองไปแช่น้ำอุ่น 2 ชั่วโมงครึ่ง แล้วนำไปหุ้มผ้าบาง นำเมล็ดที่หุ้มไปซุกในกองปุ๋ยหมักที่ย่อยสลายดีแล้ว ประมาณ 36 ชั่วโมง และนำเมล็ดที่งอกไปหยอดหลุมละ 2 เมล็ด กลบด้วยดินร่วนบางๆ แล้วรดน้ำตามให้ชุ่ม

หลังจากปลูกดูแลต้นฟักทองได้ 85 วัน เกษตรกรจะเก็บเกี่ยวผลผลิต ตั้งแต่เดือนมีนาคม โดยจะทยอยเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 2-3 รอบ หลังจากนั้น จะรื้อแปลง เพื่อพักดิน ประมาณ 3 เดือน ตั้งแต่เมษายนถึงพฤษภาคม เพื่อเตรียมปลูกพืชผักอายุสั้น เช่น ผักชี คะน้า กวางตุ้ง ฯลฯ ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน และเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนเข้าฤดูฝน

ฟักทองกลายเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจหลักของลุ่มน้ำปากพนังไปแล้วแถมสร้างรายได้ดีกว่าการทำนากุ้งเสียด้วยซ้ำ เนื่องจากขายฟักทองได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 10-12 บาท หรือประมาณ 10,000-12,000 บาท/ตัน นอกจากนี้ ฟักทองปากพนัง ยังได้รับการยกย่องว่า มีคุณภาพดีเป็น อันดับ 1 ของประเทศ เพราะฟักทองปากพนังมีเนื้อแน่น มีความมันสูง แตกต่างจากฟักทองจากแหล่งอื่น

 

เกษตรกรท่านใดที่่อยู่ระหว่างการตัดสินใจในการเพาะปลูกพืช  “ฟักทองพันธุ์ทองอำไพ” เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียวค่ะ สำหรับวันนี้แอดมินไปก่อนนะคะ กลับมาพบกันหลังหยุดยาวค่ะ

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : https://www.sentangsedtee.com/farming-trendy/article_83963

_______________________________________

ติดตามข่าวสารของเราทั้งหมดได้ที่  www.kasetnews.com

 ไม่พลาดการอัพเดตเรื่องเกษตรกับทุกช่องทางการติดต่อเรา
| Facebook |  facebook.com/kasetnewstv 
| Youtube |  youtube.com/kasetnews
| Instagram |  instagram.com/kasetnews

#ช่องเกษตรนิวส์ ดูได้ที่กล่อง PSI 📺 หมายเลข 72 และออนไลน์ผ่านเว็บไซท์  www.kasetnews.com  ทั่วโลก 24 ชั่วโมง

#kasetnews #kasetnewsshop #เกษตรนิวส์ #ข่าวเกษตร #สินค้าเกษตร #ทำเกษตร #เกษตร #amazingthailand #ฟักทอง