ล้อยางเก่า ทำประโยชน์ได้เยอะ!

ล้อยางเก่าเราไม่ทิ้ง ใช้ปลูกผักหารายได้เสริมกันเถอะ

ช่วงเศรษฐกิจทรงตัวแบบนี้ เป็นใครก็คงอยากหารายได้เสริมให้ครอบครัวอยู่สบายกันอีกนิด หลาย ๆ คนที่พอมีที่ดินเป็นของตัวเองก็เลือกเป็นชาวสวนปลูกผักปลูกไม้ ได้เงินจากทางโน้นนิดทางนี้หน่อยก็พอหายใจหายคอคล่องขึ้น แต่สำหรับคนที่ไม่มีเนื้อที่มากมายจะทำอย่างไร วันนี้เรามีไอเดียดี ๆ ที่จะช่วยพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสให้คนที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่ได้มีช่องทางทำเงิน ด้วยการหันมาทำพื้นที่ปลูกผักขายกันในยางรถยนต์เก่า

โดยการนำยางรถยนต์ที่ไม่ใช้งานแล้วมาตัดหรือวางเป็นกระถางแล้วปลูกผักหลากชนิดไว้ข้างในก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ต้องลอง ซึ่งมีตัวอย่างคนทำในประเทศไทยแล้วต้องบอกว่าใช้งานได้จริงและสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำเดือนละเป็นหลักหมื่นบาทกันเลยทีเดียว

การปลูกผักสวนครัวก็เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะทุกบ้านต้องซื้อผักติดไว้เป็นประจำอยู่แล้ว ตลาดพืชผักที่ใช้ประจำในครัวอย่าง ต้นหอม กระเทียม กระเพรา ผักชี กุยช่าย ผักคะน้า มะเขือเทศ ผักบุ้ง คงจะขายได้ไม่ยาก แต่บางคนไม่มีที่ดินที่เหมาะสมกับการปลูกผัก ก็ลองใช้วิธีการนำยางรถยนต์ที่ไม่ใช้งานแล้วมาตัดหรือวางเป็นกระถางแล้วปลูกผักหลากชนิดไว้ข้างในก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ต้องลอง

ยางรถยนต์เก่านำมาประยุกต์เป็นแปลงอนุบาลต้นไม้หรือผักได้ดี จะใช้ปลูกผักบุ้งก็ให้ต้นอวบเก็บเกี่ยวได้เร็ว หรือจะปลูกผักสลัด ผักกาดหอม เรดโอ๊ค กรีนโอ๊คก็ทำได้ง่ายเพราะปกติผักชนิดนี้ถ้าปลูกติดพื้นจะง่ายต่อการถูกจู่โจมโดยแมลงศัตรูและโรค การเตรียมดินสำหรับปลูกก็ไม่ยุ่งยากเพียงนำดิน ปุ๋ยคอกและขุยมะพร้าว ผสมกันในอัตรา 1:1 รดน้ำให้ชุ่มแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นก็ทิ้งไว้ในที่ร่มเป็นเวลา 7 วัน ก็เตรียมปลูกได้ ระยะเวลาเก็บเกี่ยวเพียง 40-45 ก็เริ่มทำเงินได้

ดินที่ใช้สำหรับปลูกผักนี้จะใช้ดินตะกอนจากบ่อบำบัดน้ำเสียที่หาได้ตามโรงงานต่าง ๆ มาตากแห้งแล้วปลูกก็ได้ เพราะดินตะกอนเหล่านี้ไม่มีวัชพืชและเมล็ดพืชอื่น ๆ ปน แต่ต้องตรวจสอบคุณภาพของดินก่อนว่าเหมาะสมกับชนิดพืชที่จะปลูกหรือไม่
สำหรับพืชที่ต้องอาศัยค้างในกลุ่มพืชผักที่เป็นเถาเลื้อยอย่าง ฟัก ถั่วฝักยาว ก็ยิ่งเหมาะเพราะสามารถใส่โครงค้างได้ง่าย โดยเฉพาะฟักทองที่ไม่ชอบที่น้ำขังยิ่งทำให้ดูแลง่าย ฟักทองเป็นพืชที่ใช้เวลาในการเก็บเกี่ยวสั้นประมาณ 3 เดือนก็ได้ผลให้นำไปขายได้ ปีนี้ขายค่อนข้างได้ราคาดี เฉลี่ยกิโลกรัมละ 15-20 บาท ยอดฟักทองก็เก็บขายได้อีกกำละ 12 บาท (โดยประมาณ) นับว่าเป็นพืชอีกชนิดที่น่าปลูกมาก ๆ เพราะปริมาณการบริโภคต่อวันค่อนข้างสูง แต่ต้องระวังในการทำตัวค้างเพราะต้องสร้างให้แข็งแรงเพื่อให้รับน้ำหนักผลฟักทองได้ดี

คนที่ต้องการมองหาช่องทางใหม่ ๆ ในการเสริมสร้างรายได้ให้กับครอบครัว และคนที่พอจะมีทุนและมีเวลาลองผิดลองถูก หาซื้อพันธุ์ต้นพริกไทยหรือเมล่อนพันธุ์เล็ก ๆ มาเพาะในยางรถกันดู ถ้าได้ผลดีก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งหนทางทำเงินที่เผลอ ๆ อาจจะได้มากกว่ารายได้หลักเลยครับ