“ข่าเหลือง” พืชเศรษฐกิจที่ลงทุนน้อยแต่ได้กำไรมาก

“ข่าเหลือง” สมุนไพรที่ให้รายได้สูงอย่างต่อเนื่องพืชเศรษฐกิจ ข่าเหลือง จัดเป็นพืชสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่มีการปลูกกันมาในภาคอีสานและภาคใต้ เนื่องจากความนิยมในการนำไปประกอบเป็นเครื่องแกง จึงทำให้พื้นที่ดังกล่าวมีเกษตรกรปลูกข่าเหลืองเลี้ยงชีพกันอย่างแพร่หลาย
.
ในช่วงระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ ข่าเหลืองมีราคาค่อนข้างสูงมาโดยตลอด ทำให้เกษตรหันมาปลูกกันจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ลักษณะของข่าเหลืองจะมีกลิ่นและรสชาติแรงและหอมมากกว่าข่าชนิดอื่นสังเกตที่ เนื้อจะเป็นสีเหลือง
.
ปัจจุบันตลาดข่าเหลืองยัง เปิดกว้าง เฉพาะขอนแก่นและนครราชสีมา ต้องการถึงปีละ 400 ไร่ แต่กำลังการผลิตยังไม่ถึง 100 ไร่ และกำลังจะเปิดตลาดไปยังภูมิภาคอื่นๆ ล่าสุดผู้ค้ารายนี้ยังได้รับการติดต่อจากต่างประเทศว่า ต้องการข่าเหลืองแก่ไปผลิตยาจำนวนมาก


.
วิธีการปลูก ในพื้นที่ 1 ไร่ สามารถปลูกข่าเหลืองได้ 4,500-5,000 กอ โดยปลูกเป็นแถวระยะ 80×80 เซนติเมตร ก่อนลงหลุมปลูก ควรรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 พร้อมด้วยปูนขาวประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ หลังจากปลูกแล้วเกษตรกรต้องกำจัดวัชพืชที่ขึ้นรอบหลุมปลูกเป็นประจำและให้ ปุ๋ยสูตรเดิม หรือ 46-0-0 เดือนละประมาณ 2 ครั้ง จนกระทั่งข่าเหลืองอายุได้ 7 เดือน ก็สามารถขุดจำหน่ายได้ แต่ช่วง 15 วัน – 1 เดือน ก่อนที่จะขุดข่าเหลืองส่งตลาด ต้องใส่ปุ๋ยสูตร 0-0-60 อีกครั้ง เพื่อกระตุ้นให้หน่อมีความสมบูรณ์ อวบใหญ่และมีน้ำหนักมากขึ้น


.
หากมีระบบจัดการที่ดี ข่าเหลือง 1 กอ จะให้ผลผลิตประมาณ 2-3 กิโลกรัม จำหน่ายได้ไม่ต่ำกว่า 60 บาท/กอ หักค่าใช้จ่ายแล้วเกษตรกรจะมีรายได้ 150,000-200,000 บาท/ไร่
.
การขุดขึ้นมาแต่ละครั้ง ไม่ควรขึ้นขึ้นมาหมดทั้งกอ ให้เหลือไว้ 3-4 แง่ง เพื่อเป็นต้นพันธุ์ ซึ่งทำให้การปลูกข่าเพียงครั้งเดียว ก็สามารถอยู่ได้เป็นสิบปีและหลังจากที่ขุดเอาหัว แง่งไปแล้ว ควรมีการปรับปรุงบำรุงดินทุกครั้ง เพื่อความสมบูรณ์และเป็นการเพิ่มธาตุอาหารในดิน
.
การลงทุน สำหรับค่าต้นพันธุ์ของข่าเหลืองนั้น นับว่าค่อนข้างสูง พื้นที่ 1 ไร่ ต้องใช้ต้นพันธุ์เป็นเงิน 15,000–20,000 บาท ใช้เหง้าพันธุ์ประมาณ 1,500–2,000 กก.ต่อไร่ หรือเท่ากับเหง้าพันธุ์ 1 กก. ต่อ 3 หลุม จากนั้นนำเหง้าพันธุ์มาชุบด้วยสารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อราก่อนปลูกการปลูก ให้ฝังเหง้าพันธุ์ลึก 5-7 เซนติเมตร
.
โดยขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่แต่ถ้าใช้ต้นพันธุ์ที่เพาะกล้าไว้ในถุงพลาสติก ขนาด 8×10 นิ้ว ก็จะใช้ 1 ถุงต่อ 1 หลุมใน 1 ไร่ ใช้ต้นกล้า 6,400 ถุง จึงทำให้เกษตรกรบางส่วนไม่อยากลงทุน ในเรื่องของโรคนั้น มันมีปัญหาในเรื่องของหนอเน่าในช่วงฤดูฝน จึงควรมีวิธีในการระบายน้ำไม่ให้น้ำขังบริเวณโคนของกอ
.
เพียง 6–7 เดือน เราก็สามารถขุดข่าเหลืองไปจำหน่ายได้แล้ว ถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่ทำเงินได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://goo.gl/WZ7Kzw

ท่านสามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร สาระความรู้และแลกเปลี่ยนเคล็ดลับ เกร็ดความรู้ทางการเกษตรได้ที่ www.kasetnews.com “คลังความรู้คู่เกษตรกร” และชมรายการย้อนหลังของช่องเกษตรนิวส์ได้
youtube.com/kasetnews หรือคลิ๊ก http://bit.ly/2kKXf5H
Instagram : @kasetnews หรือคลิ๊ก http://bit.ly/2k29lds

#kasetnews #kasetnewsshop #เกษตรนิวส์ #ข่าวเกษตร #สินค้าเกษตร#ทำเกษตร #เกษตร #amazingthailand #ข่าเหลือง #ปลูกข่าเหลือง